วันที่ 15 กันยายน 2550
วันสุดท้ายของการเดินทาง... เมื่อคืนอุตส่าห์พยายามไม่กินน้ำเยอะแล้วนะ มันยังต้องลุกมาเข้าห้องน้ำอยู่ดี.. งึมๆ ประเภทตื่นขึ้นมา บรรยากาศมีดตึบ ต้องนั่งทำใจอยู่หลายนาที เอาให้แบบว่าตามันสว่างขึ้นมาหน่อย เวลาปีนลงไปจะได้ไม่ตกบันได รวมรวบสติได้แล้วก็คลานออกจากกล่องที่นอน (คือยืนไม่ได้ หัวจะชนเพดาน) ก็อุตส่าห์ทำตัวเตี้ยๆแล้วนะ เอื้อมมือไปจะเปิดไฟ... ปึง... โอ... หน้าผากและหัวคิ้วน้อยๆของชั้นนนน ฟาดเข้าให้กับคานบ้านเต็มๆ นึกว่าได้อาบเลือดซะแล้ว นั่งตั้งสติต่ออีกตั้งนาน กว่าจะปีนลงมาได้ กี้กะโหน่งพึงระลึกไว้เลยนะ ว่าสาวๆคืนนี้สาวๆเสียสละมากกกกกกกก ตื่นเช้าอีกที เอาหัวคิ้วให้กี้ดู ...ม๊านนน ยังมีหน้ามาหัวเราะชั้นซ้ำอีก... ฮึมๆ
ว่าด้วยเรื่องตื่นตอนเช้า.. เช้าวันนี้เราตื่นไม่พร้อมกันนะคะ คืนก่อนหน้านี้ตื่นพร้อมๆกัน ไปลงอองเซนไล่ๆกันทุกเช้า แต่ว่าเช้านี้ ไม่ได้เป็นเพราะว่าเราไม่มีอองเซนให้ลงถึงได้ตื่นไม่พร้อมกันนะ แต่เป็นเพราะภาระหน้าที่ตอนเช้าของเราต่างกันนั่นเอง...
อย่างที่เกริ่นไว้เมื่อวานว่าเช้านี้เราต้องทำกับข้าวเช้ากินกันเอง เราก็เลยเลือกจะกินสปาเก็ตตี้กัน แบบว่าเตรียมง่ายๆ แล้วก็อิ่ม เราก็มีการแบ่งกันนะว่ามีหน้าที่อะไรบ้าง ก็ได้ออกมาว่า 1) หั่นไส้กรอก 2) ต้มเส้น 3) อุ่นซอส 4) ล้างจาน (เอาโดยประมาณนะ) คุณปอยกลัวไม่ยุติธรรมถ้าจะให้เลือกเอง เพราะว่าไม่มีใครอยากล้างจานนะคะ คุณปอยเลยเสนอว่า.. งั้นเรามาเล่นไพ่กัน ใครชนะได้เลือกก่อนว่าจะทำหน้าที่อะไร โอ้ย... แล้วมีเหรอโหน่งกะกี้จะแพ้ โหน่งเลือกไปก่อนเลยว่าจะต้มเส้น ต่อมากี้ก็ได้อุ่นซอสไป เอาล่ะสิ เหลือหั่นไส้กรอกกับล้างจาน สุดท้ายแล้วโชคยังเข้าข้างเราอยู่ (สงสัยเป็นเพราะได้ใบ clover 4 แฉกมาเมื่อวาน) เราก็เลยได้เลือกหั่นไส้กรอกไป คุณปอยผู้ออกความคิดให้เล่นไพ่ก็ได้หน้าที่ล้างจานไปโดยปริยายยยย (ฮิฮิ) เล่นไพ่กันเสร็จ เราก็เลยหัวใส หั่นไส้กรอกเตรียมไว้ตั้ังแต่ตอนกลางคืนนี่แหล่ะ เช้าจะได้ตื่นสายๆได้ =) ซัก 6 โมงกว่าๆก็ได้ยินเสียงก๊อกๆแก๊กๆในครัวแล้ว พ่อครัวทั้งหลายเริ่มทยอยทำหน้าที่ เช้านี้ปอยเลยลุกคนสุดท้ายเลย ถือเป็นข้อดีของการได้หน้าที่ล้างจานเหมือนกันเน๊อะๆๆๆ =P

Furo Fushi Onsen 不老ふ死温泉
เป้าหมายแรกในเช้าวันนี้คือการไปลงอองเซนริมทะเล ชื่อ Furo Fushi แปลว่า "ไม่แก่ ไม่ตาย" บ่อสีเป็นสนิมๆ เหมือนบ่อที่ Arima Onsen ในโกเบเลย ธรรมชาติมากๆ เพราะว่าล่อนจ้อนกันสุดๆ เพียงแค่จะเดินขึ้นตึกอาบน้ำใหญ่ ก็สามารถเห็นก้นคุณผู้ชายที่อาบน้ำอยู่ในตึกได้ เฮ้อ เฮ้อ ห้องน้ำผู้หญิงเค้าเอาไม้ซี่ๆมาตีบังไว้นะ แต่ห้องน้ำชายนี่ไม่เลย ถึงแม้กระจกจะทำเป็นฝ้าให้มองไม่เห็นแล้ว มันจะมีพาดอยู่พาดนึงที่เป็นกระจกใส เอ่อ.. อิโรติกนิดๆ เข้าไปแช่น้ำในตึก มองออกมาเห็นบ่อกลางแจ้งแล้วก็สยิวอีก อ่ะ.. บ่อกลางแจ้งนี่มีแต่บ่อรวมหญิงชายเข้าร่วมกันได้ แล้วก็บ่อหญิงเท่านั้นแหล่ะ ที่ขำคือทำไมไม่รู้ เค้าต้องทำพื้นบ่อผู้หญิงสูงกว่าพื้นบ่อรวมด้วยอ่ะ คือแค่ยืนก็เห็นได้เต็มๆ ลุงๆที่แช่อยู่ก็แบบ เดินกันไม่สนใจเลย เราแช่ไปแช่มาก็แบบ.. เออ แถวนี้คงไม่มีพวกถ้ำมองหรอกละนะ เพราะว่ามันเห็นกันจะๆ ไม่ต้องแอบ ห้องผู้หญิงก็ใช่จะมิดชิด มันก็มีทางมองได้ง่ายๆเหมือนกัน



Oga Peninsular 男鹿半島
เช้านี้ก็ขับเรียบทะเลตะวันตกมาเรื่อยๆ ลงมาถึงโซนที่เป็นแหลม Oga แถวนี้ไม่มีทางด่วน รถบนถนน Local จะหนาแน่นเล็กน้อย ถือเป็นพื้นที่ราบๆน้อยที่ที่เราได้ผ่านไปในทริปนี้ แถวนี้ปลูกข้าวเยอะเหมือนกัน อากาศวันนี้ก็ชิวๆ ฟ้าเป็นสีฟ้า แต่ว่ามีเมฆเยอะเหมือนกัน ดูขุ่นเล็กน้อย อากาศแอบร้อนนิดๆ (แดดเปรี้ยงซะอย่างนั้น)

Kanfusan 寒風山
ในแหลม Oga นี้่มีภูเขาสูงอยู่ที่มีชื่ออยู่คือ Kanfusan มันตั้งเด่อยู่ชัดๆเลย ขึ้นไปก็จะเห็นวิวพาโนราม่า ด้านนึงเป็นทะเล ด้านนึงเป็นทุ่งข้าว จริงๆตั้งใจว่าถ้ามีเวลามากๆจะมาเล่น Paragliding ด้วย ไปถึงก็เห็นมีคนเล่นจริงๆ แอบเกิดกิเลสมากๆ ขับรถไปจอดไว้จนเกือบสุดยอดภูเขา เดินต่อขึ้นไปอีกหน่อยก็จะมีอาคารให้ชมวิว มีร้านอาหารด้วย เราก็กินข้าวกลางวันกันที่นั่นเลย

ดูวิวจากบนยอดเขา มีลมพัดเรื่อยๆ แล้วบรรยากาศดีมากๆ สูดอากาศเต็มปอดหลายที เก็บสต๊อกไว้หายใจอีกหลายเดือน


The ruins of Sendai Castle
แพลนต่อจากนี้เป็นแพลนที่เกิดขึ้นเพราะเห็นว่าเวลามันเหลือ เราบึ่งกันเข้าไปในเซนไดเลยจาก Kanfusan ขึ้นทางด่วนได้ก็ขับยาวววว มาถึงเซนไดก็มีเรื่องตื่นเต้น แหม.. เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ยะ... คือว่า... รถน้ำมันจะหมด -"- ก็เห็นแล้วนะว่ามันเริ่มปริ่มๆ แต่เห็นว่ากำลังจะลงทางด่วนแล้วเลยไม่ได้อะไร พอผ่าน service area อันสุดท้าย ก่อนทางลงป้ายเดียว น้ำมันเจ้ากรรมมันดันขึ้นไฟแดงขึ้นมาเฉยๆเลย เอาล่ะสิ ระยะจาก SA อันนี้ไปถึงทางลงทางด่วนนี่ ระยะอีก 20 กิโลเมตรได้ ระหว่างนั้นไม่มีอะไรเลยด้วย คนขับกับ Navigator (โหน่ง) เริ่มถกเถียงกันหน้าดำคร่ำเคร่ง เอาไงดีหว่า ไอ้ผู้โดยสารสองคนข้างหลังมัวแต่กินหรืออะไรไม่รู้ล่ะ ไม่ได้รู้เรื่องกับเค้าเลย พอโหน่งจะปิดแอร์ มีการถามด้วยว่าปิดทำไม -"- หลังจากเริ่มรู้ตัวแล้วว่าอาจจะได้เข็นรถ เลยแบบเกิดอาการครึกครึ้นกันในรถขึ้นมาทันที ไม่ใช่ว่าอยากจะเข็นรถ แต่ว่าออกอาการลุ้น... ลงทางด่วนปุ๊บ.. มันจะไปโผล่ไหนหว่าาาา แถมทางกลายเป็นลงอุโมงค์เข้าเมืองไปเฉยๆ รถติดอีกต่างหาก ลุ้นกันซะ หลุดอุโมงค์ไปแล้วเข้าเมือง เจอพอดีเลยปั้มน้ำมัน.. โห... โชคดีชะมัด ไม่งั้นนะ... มีขำแน่ๆ
จากปั้มน้ำมันก็ขึ้นไปดูรูปปั้น Date Masamune นักรบผู้สร้างเมืองเซนไดนี่เอง รูปปั้นเค้าอยู่ใกล้ๆกับซากปราสาทเซนได เราไม่ได้เข้าไปดูในซากปราสาทกันหรอก อยู่กันแต่แถวรูปปั้น ดูวิวเมืองเฉยๆ


Sendai 仙台
สาเหตุที่อยู่ที่ซากปราสาทเซนไดไม่นานนี่มีเหตุผลเดียว... จะ็รีบเข้าเมืองไปหาลิ้นวัวกินส่งท้ายนั่นเอง คราวนี้เราเปลี่ยนร้าน จริงๆยังอยากลองซูชิลิ้นวัว แต่ร้านที่ไปมันไม่มี แต่เอานะ ร้านที่ไปวันนี้เป็นร้านต้นตำรับในการเอาลิ้นวัวมาประกอบอาหาร ร้านเล็กๆ นั่งได้ซักไม่ถึง 20-30 คนหรอก ปิ้งกันหน้าเตา พรึบๆเสร็จ แล้วเออ.. อร่อยจริงๆ อร่อยกว่าร้านแรกที่ไปอีก แล้วพวกเราก็กินยังกะติดจรวด อาหารลงปุ๊บแร้งลงทันที ภายใน 20 นาที เราสามารถเดินกลับกันมาที่รถได้แล้วอ่ะ กินเองยังอึั้งเองเลย ทำไมมันเร็วงี้

ผลของการกินเสร็จเร็ว ก็เป็นครั้งแรกที่เราสามารถขับรถชิวๆไปคืนที่สนามบินได้ ทริปอื่นนี่ขับกันหน้าตั้ง กลัวไม่ทัน ระยะทางวิ่งสิริรวม 1,711.6 กม. ในเวลา 5 วัน (ขากลับบินจากสนามบินเซนไดไปลงที่สนามบินโกเบ แล้วก็นั่งรถไฟต่อกลับเกียวโต)

ทริปนี้สนุกแล้วก็ชิวมากๆ ลงตัวเกือบทุกอย่างตามที่วางแผนมา ต้องขอขอบคุณ...
โหน่ง - ป๊ะป๋าใจดี คุมตังค์ให้ลูกๆ บัญชิตรงเป๊ะไม่มีขาดไม่มีเกิน อาหารการกินอิ่มอร่อย สมบูรณ์มากๆตลอดการเดินทาง แล้วเป็น Navigator คู่ใจเลยนะเนี่ยะ คริๆ
ปอย - ที่ช่วยวางแผนสถานที่เที่ยวกันมาตั้งแต่ต้นเลย เปลี่ยนกันไปเปลี่ยนกันมาหลายที ในที่สุดก็ได้ไปเกือบทุกจุดที่อยากไปเลยเน๊อะ ขอบคุณที่จองโรงแรมให้คืนนึง แล้วก็เป็นผุ้เชี่ยวชาญในการแนะนำร้านอาหาร เมนูเด็ดประจำเมือง รวมถึงคอยอ่านและเล่าประวัติของสถานที่ต่างๆที่เราไปเที่ยวมาด้วย
กี้ - สำหรับเพลงเพราะๆตลอดการเดินทาง ไอพอดของท่านแสดงให้เห็นแล้วว่าสามารถจุเพลงได้เยอะ เปิดมัน 5 วันไม่มีซ้ำกันเลยซักเพลง เป็นดีเจเลือกเพลงได้เข้ากับบรรยากาศ ป้องกันการแอบหลับของลูกทริปเราได้เป็นอย่างดี อ้อ.. อีกอย่าง.. ขอบใจที่ช่วยป้อนขนมนมเนยตลอดเวลา ไม่มีโมเม้นต์ไหนในทริปนี้ที่ท้องเราต้องหิวโซเลยยยยย
หมายเหตุ: ผู้เขียนได้เขียนบทความบันทึกการท่องเที่ยวของตัวเองไว้ เพื่อเป็นความทรงจำที่ดี และเพื่อเล่าสู่กันฟังกับครอบครัว ญาติ พี่น้อง ผองเพื่อนและผู้มีความสนใจทั่วไป หากจะมีการนำข้อมูลใดๆไปใช้ กรุณาติดต่อผู้เขียนก่อนนะคะ (some rights reserved)
3 comments:
อัพเร็ว ๆ หยั่งงี้หนูชอบ~ อิอิ
จบแล้วนะๆๆๆ เย้... (หลังจากดองมานาน)
55 ยังจำความอิ่มจากทริปนั้นได้เป็นอย่างดี
อนเซนเจ๋งมากๆ ชอบๆ อิอิ
Post a Comment