Wednesday, August 30, 2006

Congratz Chris and Rie

The married couple and our wedding present

There we go... another couple getting together in Japan! Congratulations on your wedding, Chris and Rie!!! It was nice seeing you guys tonight for our kinda simple wedding celeb and karaoke fun time :) We are glad you like the present. Thanks AL, WG and Ray for the present hunting. (oh yeah... forgot to mention we are still in the acronym world! =P) See ya again soon!

P'Ton, WG, Chris, Rie, Raymond, Mai, Eddie, Chan, Ai Ling and Nott at ASIATICA

** Pictures in courtersy of AL's camera **

Tuesday, August 29, 2006

เมื่อริจะไปปีนฟูจิ...

และแล้วเราก็ไปพิชิตยอดเขาฟูจิซังที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นสำเร็จ จนบัดนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเอาชีวิตรอดกลับมาได้้ เข้าใจเลยว่าเหนื่อยแทบขาดใจเป็นยังไง แต่ก็ภูมิใจที่ในที่สุดก็ไปถึงจนได้ ก็ขอท้าวความก่อนละกันว่าทริปนี้มีที่มาที่ไปยังไง

เรื่องมันเกิดเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา มีการพูดถึงการไปปีนฟูจิกันในกลุ่มเล็กๆ แล้วต่อมาก็ไปค้นพบกันว่ามีคนอยากจะปีนเหมือนกันอีกหลายคน ทางสมาคมนักเรียนไทยในญี่ปุ่นก็เลยจัดทริปไปปีนฟูจิ สนองตัณหาพี่ๆเพื่อนๆน้องๆกันซะเลย ก็รวบรวมกำลังพลได้ 50 กว่า ชีวิตจากหลายที่ในญี่ปุ่น ตั้งแต่เมืองเซนไดในขุนเขาแดนอีสาน ยาวไปถึงชุมชนฮิโรชิมา และชาวเกาะชิโคคุทางด้านใต้ของเกาะฮอนชู ก็ออกเดินทางกันตอนเช้าๆวันเสาร์ที่ 26 ส.ค. ด้วยรถบัสเหมาคัน มีการทำกิจกรรมกันบนรถเล็กน้อย แล้วก็ไปเจอกันกับอีกกลุ่มที่มาด้วยรถจากโตเกียว

ทำกิจกรรมกันบนรถบัส

จากนั้นก็กินข้าวเย็นด้วยกันตอนสี่โมง ที่ร้าน Miharashi-tei (みはらし亭) สารภาพเลยว่ามันยังไม่ค่อยหิว แต่ไม่กินก็ไม่ได้เพราะว่าเดี่ยวไม่มีแรงปีน

สภาพก่อนปีน ยังสดใสกันอยู่


ชักภาพหมู่เป็นที่ระลึก


ครั้งนี้ที่เราไปกัน เราปีนขึ้นทาง Kawakuchi Lake ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่เส้นทางที่ปีนไปถึงยอดได้ รถบัสเอาพวกเราขึ้นไปได้ถึงชั้น 5 ของภูเขา (เออ ลืมบอกไปว่าภูเขาไฟฟูจินี่เค้าแบ่งความสูงเป็น 10 ชั้น คือจะปีนจากชั้น 1 ขึ้นไปถึงชั้น 10 ก็ได้ แต่ว่าคงใช้เวลาหลายวันอยู่ ตอนนี้เค้าทำทางอะไรกันขึ้นมาได้ถึงชั้น 5 แล้ว พวกเราก็เลยปีนขึ้นไปจากชั้น 5 ได้เลย) ความสูงในระดับเริ่มต้นคือ 2,305 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีจุดหมายคือชั้น 10 ความสูงราวๆ 3,550 เมตร

เส้นทางที่ขึ้นคือตามจุดส้มๆ แล้วลงมาตามเส้นประด้านซ้าย

เราเริ่มออกเดินทางตอนประมาณ 2 ทุ่มพอดิบพอดี กะว่าไม่เกินตี 4 จะถึงยอด แล้วรอดูพระอาทิตย์ขึ้น ตามรายทางบนชั้น 6, 7 และ 8 ก็จะมีเหมือนเรือนให้พักได้ มีอาหารขายเล็กๆน้อยๆ ตอนแรกๆทางเดินมันเป็นคล้ายๆเดินป่าธรรมดา ดินจะนิ่มๆหน่อย มีต้นไม้ขึ้นตามรายทาง แล้วก็เป็นการเดินทางราบขึ้นเนินเฉยๆ แต่ไอ้ทางราบนี่แหล่ะ เหนื่อยเป็นบ้าเลย บางตอนก็ชันหน่อย บางตอนก็เฉยๆ ทางก็แคบลงเรื่อยๆ ต้องคอยเดินชิดสันภูเขาเข้าไว้ ถ้าพลาดก็มีแค่เหวอยู่ข้างๆอ่ะนะ คงไม่ถึงตาย แต่คงถลอกปอกเปิดน่าดู ตอนออกเดินก็เกาะกลุ่มกันดีอยู่ แต่ไปๆมาๆก็เริ่มกระจายแตกเป็นกลุ่มเล็ก กลุ่มน้อย แล้วแต่ความเร็วและความอึดในการเดิน กลุ่มเราเหลือกันซักสิบกว่าคน ช่วยกันสาดไฟฉายนำทางกัน แทคทีมมากๆ เดินๆ พักๆ เป็นระยะๆ ฝนตกปรอยๆเป็นช่วงๆ เล่นเอาชื้นๆหนาวๆกันไปตามๆกัน ปีนไปถึงชั้น 8 แล้วก็ดีใจจะแย่

4 ชม.ผ่านไป และแล้วเราก็มาถึงชั้น 8 ตอนเกือบเที่ยงคืน (หน้าตายังพอมีแรงอยู่)

แต่ใครว่าชั้น 8 มีอันเดียว?? มันมีชั้น 8 ย่อยกะ 8 หลักด้วยน่ะสิ ไอ้ชั้น 8 ในรูปข้างบนนี่มันเป็นชั้น 8 อันแรก ปีนๆขึ้นไปอีก เจออีกหลายที่พัก นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของชั้น 8 ทั้งนั้น ทางก็เริ่มเป็นหินก้อนๆให้ตะเกียกตะกายปีนกันมากขึ้น จริงๆแล้วดูเหมือนน่าจะเหนื่อยนะ แต่กลายเ็ป็นว่าปีนหินอย่างนี้ เรารู้สึกเหนื่อยน้อยกว่าเดินทางราบๆอีก แบบฮึดก้าว ฮึดก้าว ก็ได้ระยะความสูงด้วย จะมีก็หนาวๆ หิวๆ นี่แหล่ะที่พอจะเป็นอุปสรรค ก็งัดเอาขนมนมเนยที่พกมาออกมากิน ได้กลูโคสก้อนๆจากกี้ ได้ช็อกโกแลตจากน็อตมาสูบฉีดพลังได้เป็นระยะๆ คนก็เริ่มเยอะขึ้น เพราะว่าหลายคนปีนมาตั้งแต่กลางวันแล้วมานอนพักตามเรือนพักรายทาง พอถึงซักตี 1 ตี 2 ก็เริ่มออกเดินทางต่อไปถึงยอด คนมันก็เลยเยอะขึ้นๆ เมื่อเราปีนไปได้สูงขึ้นๆ จนกลายเป็นคนติด (คือๆรถติดอ่ะนะ) ก้าวได้หนึ่งก้าว ก็ต้องหยุด ทีนี้ไม่ใช่แค่หนาวๆ หิวๆละ เพิ่มง่วงๆ มาด้วยอีกอย่าง เดินๆหยุดๆตลอดทาง ก็เหนื่อยอ่ะนะ พาลจะหลับในเอา ออกซิเจนกระป๋องที่พกมาด้วยก็ช่วยชีวิตได้นิดๆหน่อยๆ แต่หลังๆก็หาวอย่างถี่ ออกซิเจนที่สูดไปชักไม่เห็นผล แสดงว่าไม่ใช่ว่าร่างกายขาดออกซิเจนแล้วละนะ สงสัยเป็นเพราะง่วงซะมากกว่า

มีตอนนึง ปีนๆเหนื่อยๆอยู่ อยู่ดีๆ้ฟ้าก็เปิด เห็นดาวเต็มฟ้าเลย เป็นล้านๆดวงอย่างในเพลงมากๆ รู้สึกอลังการ เลยหยุดข้างทางนอนดูดาวกันซะเลย ยังกะเข้าท้องฟ้่าจำลอง มีการสาดไฟฉายอธิบายว่าตรงงนี้เรียกดาวอะไร ตรงนี้เป็นอะไร ที่ตื่นเต้นคือ.. เห็นทางช้างเผือกขาวๆ ด้วย ถึงจะไม่ได้ชัดแจ่ม แต่ก็ตื่นตาตื่นใจมากๆ มีดาวตกเป็นระยะๆ ตั้งคำอธิษฐานแทบไม่ทัน

เอ็กซ์จากเอฮิเมะ พี่ก้อย ซุคุบะ แล้วก็น้องบี น้องอัยจากโอซาก้า


เอ็กซ์กับเอ พ่อหนุ่มชิโคคุ พี่อู๋ ใหม่ เน็ต เกียวโต

ด้วยความที่คนเยอะ กลุ่มสิบกว่าคนของเราก็เริ่มกระจาย เหลือกันอยู่ 4 ชีวิต คือเรา น็อต เน็ต แล้วก็พี่อู๋ ก็คอยตามเก็บเพื่อนๆตามรายทางให้ปีนไปด้วยกัน ประโยคเด็ดประจำการปีนคือ.. "อีกนิดเดียว ๆ เดี่ยวก็ถึงแล้ว" รู้ก็รู้นะว่ามันไม่นิด แค่แหงนหน้าขึ้นไปข้างบนก็เห็นแสดงไฟ ยาวเป็นรายทาง หาจุดสิ้นสุดไม่ได้ แต่มันก็เป็นการให้กำลังใจอย่างนึงละนะ จากระยะทางที่ควรจะใช้แค่ 1-2 ชม. จากที่มีเป้าหมายว่าคงจะถึงยอดภายในตี 3 มันกลายเป็นเส้นทางทรหด ตีั 4 ครึ่ง ฟ้าจะิิเปิดแล้ว ยังเพิ่งไปถึงได้แค่เลยชั้น 9 นิดหน่อยเท่านั้นเอง

ฟ้าเริ่มเปิดแล้ว เพิ่งผ่านประตูศาลเจ้าตรงชั้น 9 มาได้นิดหน่อย


แล้วกำลังก็กลับมาอีกนิดนึง เมื่อเห็นเส้นขอบฟ้าแบบนี้

เส้นขอบฟ้าตอนเช้าๆ


พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เห็นคนเป็นล้าน


อีกนิดนึง ประตูศาลเจ้านั้นแหล่ะ จุดหมายปลายทาง


เราจะถึงยอดแล้ว คนข้างล่างก็ยังปีนกันขึ้นมาอยู่ไม่ขาดสาย


ถึงแล้ว.. เย้!! สิบชั่วโมงแห่งความทรหด


วิวอันแสนประทับใจ


ไปถึงยอดตอน 6 โมงกว่าๆ เจอกันกับกลุ่มพี่หนา โหน่ง หลา ฉั่วที่มาถึงตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง (แต่ไม่ทันกลุ่มพี่ต้นที่ขึ้นไปถึงตั้งแต่ตี 2 ครึ่ง <-- คนรึเปล่า???) ได้แวะศาลเจ้า Fuji-san Hongu Sengen Taisha ที่อยู่บนยอดเขา ซื้อเครื่องลางของขลังเพิ่มโชคลาภให้ตัวเองนิดนึง ได้ดูปากปล่องภูเขาไฟอีกนิดหน่อย แล้วประมาณก่อน 7 โมงเช้าก็ต้องเริ่มเดินทางลงมาแล้ว เดินได้แป๊บก็เจอกลุ่มกี้มาสมทบ แล้วก็มีพี่ๆน้องๆอีกหลายชีวิต ร่วมๆ 20 คนได้ ลงมาไล่ๆกัน
พี่หนาแกบอกว่าให้ช่วยเขียนให้แกหน่อย ว่าแกป่วยลงมาเลย มีการทิ้งของที่ระลึกไว้ตามทางลงเขาด้วย น้องๆต้องช่วยๆกันลากๆ หามๆลงมา แกฝากขอบคุณฉั่วมากๆที่ช่วยขนของให้แกตลอดทาง ซึ้งมากๆ (แต่รูปนี้นี่ หญิงหลาก็ใกล้จะแย่แล้วนะ)


เบื้องหลังทางลงเขา วิวงามมั่กๆ


ทางลง คนก็ยังเยอะอยู่


ไปทางนี้


เดินขึ้นก็แย่แล้วนะ.. เดินลงแย่กว่าอีกหลายเท่านัก มีคนบอกว่าความสำเร็จในการไปปีนภูเขาไฟฟูจิไม่ได้อยู่ที่การเดินขึ้นถึงยอด แต่อยู่ที่การเอาตัวเองลงมาจากยอดได้อย่างปลอดภัยต่างหาก สงสัยจะจริง เพราะทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าทางลงมันนรกมากๆ เห็นทะเลเมฆอยู่เบื้องล่างไม่ไกลมาก แต่เดินยังไงก็เดินไม่ถึงเมฆซักที มองไปสุดลูำกหูลูกตาก็มองไ่ม่เห็นเป้าหมาย หันย้อนกลับไปดูทางที่เดินลงมาก็เห็นนะ ว่าเดินลงมากันไกลมากแล้ว ช่วงด้านบนของภูเขาก็ไม่มีอย่างอื่นนอกจากดินและหินภูเขาไฟ ไม่มีสีเขียวๆให้ชุุ่มชื้นเลยซักนิด

หินและดินภูเขาไฟ


เริ่มเห็นต้นไม้ แต่ก็ยังไม่ไปถึงเมฆซักที


สุดลูกหูลูกตาก็ยังไม่ถึง


อันนี้รถตะขาบพยาบาล เอาไว้นำคนป่วยลงมา คนละบรรยากาศกะตอนไปสกีอย่างสิ้นเชิง


ขาลงต้องขอบคุณกี้กะโหน่งที่ช่วยให้เราโหนลงมา โดยเฉพาะกี้ ไม่งั้นชั้นเป็นซากอยู่ข้างบนนั้นแน่ (อันนี้ต้องขอบคุณต่อไปยังโอ๊ะที่ช่วยส่งประกาศิตมา.. ฮาฮา.. ดีมากๆ) กะว่าจะต้มน้ำชงกาแฟ โอวัลตินกินกัน แต่อากาศมันบาง จุดไฟไม่ติด.. เลยอดไป ประกอบกับว่าลงมาช้ากว่ากำหนดการเดิม ทำให้ต้องจ้ำแข่งกะเวลา เรียกว่ารองเท้าผ้าใบที่ทำท่าจะพังๆ มันก็พังสมใจ

น้องต่อ น้องบี น้องอัย กำลังลงจากเขาเหมือนกัน


เดินๆมาเป็นป้ายบอกทางว่าอีก 5200 เมตร (หรืออะไรประมาณนี้แหล่ะ) ว่าจะถึงชั้น 5 แล้ว ก็พอมีกำลังใจ เดินต่อมาอีกชาติเศษๆ คิดว่ามันน่าจะได้หลายโลแล้วนะ ปรากฏว่าป้ายท่านบอกว่าเหลืออีก 2700 เมตร... โอ้โห... ก็กัดฟันเดินต่อมาอีกพักนึง.. ไหงมันยังเหลืออีกตั้ง 2500 เมตรหว่า ตอนหลังเลยไม่ดูมันละ เดินจ้ำๆอย่างเดียว จนมาถึงชั้น 5 สมใจ
ก็มาถึงบางอ้อว่า.. เออ มันแค่ชั้น 5 ไม่ใช่ตรงที่จอดรถบัส ก็ต้องจำเดินต่อไปอีกร่วมหลายกิโลกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง รวมสิริเวลาได้ 4 ชั่วโมงเต็มๆ ถึงลงมาถึงจุดนัดหมายอย่างปลอดภัย

มาถึงช้าแถมสร้างปัญหาให้คนอื่นอีกต่างหาก ต้องขอบคุณพลังด้วยที่ช่วยประสานงานให้คนอื่นที่เค้าลงมาแล้วได้ไปกินข้าว ไปแช่น้ำกันก่อนไม่ต้องรอ ขืนต้องรอกันหมดคงแย่พิลึก ท่านคนขับรถบัสฝั่งคันไซแกเร่งให้รีบกลับเหลือเกิน ประมาณว่า.. ไม่ได้.. ต้องออกจากร้านอาหารตอน 13.30 น. เป๊ะ ถึงจะกลับไปถึงโอซาก้าก่อนเวลาคืนรถ
แล้วไปถึงร้านอาหารกันตอนบ่ายโมง ต้องทั้งกินและอาบน้ำเร่งให้ทัน 13.30 น. ก็กินไป 15 นาที แล้วแจ้นไปอาบน้ำอีก 5 นาที สระผมเสร็จเลย เหมือนติดจรวด ได้เพียงแค่ชายตามองอองเซน ไม่ได้ลง ฮือๆ แต่ความรู้สึกตอนนั้น ทั้งหิวและโส ถ้าต้องเลือกกินหรือเลือกอาบนี่คงจะทำใจลำบากมากๆล่ะนะ ก็ต้องขอขอบคุณนุ้ยและน้องปุ๊ก โตเกียวด้วย ที่คอยมาดูแล เลยช้าไปด้วยกันเลย ข้าวก็ได้กินช้า ต้องมาคอยบริการพวกเรา ซึ้งมากๆ เจอกันคราวหน้าจะให้ช่วยทำไร เรียกเลยนะ พร้อมๆ

ก็ํพอขึ้นรถเสร็จ รถออกราวๆบ่าย 2 หัวถึงเบาะก็หลับกันเลย รถเงียบมากๆ ได้ข่าวว่าเหลือแค่คนขับกับตั๊กเท่านั้นที่ตื่น เฮ้อ เฮ้อ แล้วปรากฏว่าไปถึงเกียวโตตอน 2 ทุ่มครึ่งได้ แหม.. แล้วตอนแรกก็เร่งเราซะ.. มาถึงก่อนกำหนดตั้งชั่วโมงครึ่ง.. แต่ก็โอเคอ่ะนะ ก็ไปซักข้าวหมูทอดกันหนำใจที่เกียวโตเอกิก่อนกลับบ้าน

ทริปนี้เรียกได้ว่าเป็นทริปเห็นความทรงจำเลย ลงจากเขาได้ก็บอกเลยว่า "ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของเราที่จะปีนฟูจิซัง" คราวหน้าใครจะไปไม่ต้องชวนแล้วนะ ไ่ม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ มันดี แต่ว่าสภาพอย่างเรา ขอครั้งเดียวพอแล้ว เราพอใจแล้ว (^^) แม้กระทั่งตอนนี้ แค่คิดถึงตอนปีนก็รู้สึกเหนื่อยแล้วล่ะ งานนี้เราก็ซึ้งในน้ำใจพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกๆคนมาก ไม่มีทิ้งกัน ทริปนี้ปีนกัน 50 กว่าคน ขึ้นถึงยอดเขากันเกือบหมด ร่วมๆ 40 กว่าคนได้มั้ง กลุ่มแรกเป็นกลุ่มพี่ต้น, กั๊ก, ตั๊ก, ชู, บั๊มบ์และหญิง(เซนได), ไผ่ ชิโคคุ และน้องติม โอซาก้า แล้วใครอีกคนหว่า ไปถึงกันตอนตีสองครึ่ง ยืนหนาวสะท้านกันบนยอดเขา อยากบอกจากใจเลยว่าถ้าไม่มีทุกๆคน เราขึ้นไปไม่ถึงแน่ๆ ประทับใจมากๆ แต่แปลกนะ เหนื่อยแทบขาดใจขนาดนั้น พอลงมาแล้ว เดินเหินได้ปกติ ไม่ค่อยปวดไม่ค่อยเมื่อย ไม่เห็นเหมือนตอนหัด snowboard แรกๆซักกะนิด

ขอบคุณคนจัดงานทุกๆคนนะ ดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆจากส่วนอื่นของญี่ปุ่น ไว้คราวหน้ามีโอกาส เราคงได้เจอกันอีกนะ

postcard from Fuji-san


******************
สมาชิกทริป
จำได้ไม่หมดอ่ะนะ เอาเท่าที่นึกได้นะ
เซนได: บั๊มบ์กะหญิง พี่ไก่ พี่พิเชษฐ์ (4)
ซุคุบะ: ปุ๋ย พี่ก้อย แมว โบ1 และ โบ2 (5)
โตเกียว: ปุ๊ก นุ้ย แล้วก็พี่เพา (3) (มีพวกที่มาเจอกินข้าวแล้วกลับอีกหลายคนเช่นพี่โอ๊ต เหมียว น้องโฮป ต๊อป ฯลฯ)
โยโกฮาม่า: อี้ กับ อั๋น (2)
นาโกย่า: ชู (1)
เกียวโต: กี้ ตั๊ก กั๊ก เน็ต ฉั๋ว ต้น หนา ใหม่ หลา โหน่ง น๊อต จิ๋ว เอ้ อู๋ กอล์ฟ (15)
โอซาก้า: พลัง บุ๋ย เจิน อัย บี พี ต่อ ติ๋ม เปิ้ล (9)
ฮิเมจิ: วิน (1)
ฮิโรชิม่า: ต้น เบน ต่าย พรพงษ์ ภู นก พีระ (7)
เกาะชิโคคุ: เอ๊กซ์ ไก่ กะไผ่ (3)
รวมที่นึกได้ 50 คนพอดี ใครตกสำรวจช่วยแจ้งด้วยเน้อ

Wednesday, August 23, 2006

Farewell Iizuka-sensei



Last meet up with Iizuka-sensei in Kyoto (8/21). She's leaving to start her new work in Hanoi, Vietname in September. We'll miss you. Don't forget to let us know when you are back, k! =)

日本語をもっともっと頑張るから、先生も頑張っていてね~。今度はハノイかなぁ?

Saturday, August 19, 2006

Toey in Music Clay



I'll dedicate today's blog to one of my old friends upon the launching of her first single with Music Clay. May I introduce everyone to "Toey - Atithan Hongsakul" (excuse me if I spell her name in English incorrectly.)

Toey was the last member to join our highschool class, CD27, when we were seniors. At that time, we didn't know much about this new student except for her high talent in singing. She stunned all of us at many school concerts and it's to no surprise why she owns lots of singing titles. We just love to hear she sings!!

It's totally proper to call her a real dream catcher. Singing is just her life and she waited a long time for her debut. Now that she has made her way, please do allow me to give her a toast through this blog. The album is called "MUSIC CLAY" and her single is on track 07 called "โลกของคนแอบรักข้างเดียว (Loke Kong Kon Ab Ruk Kang Diew)". The album is already available at music stores near you! (^^)/


โลกของคนแอบรักข้างเดียว by Toey


- more Scoop on "Music Clay Album" by Cityblue.net
- or visit Musicclay.com to listen to song previews.

Friday, August 18, 2006

Summer Fireworks 2006

As I've mentioned earlier, this post will contribute to the summer fireworks I have been to this year.

弟18回なにわ淀川花火大会
(The 18th Naniwa Yodogawa Fireworks)

The first one was on August 5, 2006 in Osaka, when Oh was still in Kansai. 8 of us took off from Kyoto in the afternoon to make it to Juso Station around 4.30 p.m. It was quite a long walk from Juso station to where we are sitting. We really are in debt to Poy, N'Bow and N'Tor who contributed great dedication to be in the heat reserving great spot for us since 2 p.m. (not to mention that fireworks start only a little bit before 8 p.m.!!!!) THANK YOU JA~~~.

Lotsa people in Yukata

N'Tor, Poy, Bow, Mai and Kee

P'Ton, Oh~, Nuch, Kuk, Tuck and Chua in the crowd.


Finally the fireworks started!! It was very grand, I have to say. We got to exercise our neck a lot. Geez, nearly had to lie down on the ground to be able to view the whole thing!!

from Kee's camera

my work without a tripod (but with someone's head!! haha)


Since I don't have a tripod, I captured the display in VDO files...


the one with Doraemon

look at how crowded it was!


We had to walk more than 30 minutes to catch a train home from Umeda, the terminal station. We didn't think we could have squeeze into any trains otherwise. But it was a good chance to witness that sweet daddy on the train. :)

2006びわ湖大花火大会
(Biwako Fireworks Festival 2006)


Our second and my last firework for this season was the one at Biwa Lake, Otsu City, Shiga Prefecture. The event was actually scheduled for August 8, 2006, but dued to the effect of Typhoon#8, the event was postponed to August 11, 2006 instead. This time I went with P'Ton, P'Nha and P'Ni and reached there around 4 p.m. Good thing it was not called up again cuz it was slightly raining in the afternoon.

There weren't that many people as I expected, BUT there were a lot of empty mats people used to reserve space!! Argh! (one of them has "xxxx reserves for fireworks on 8/8" written on it!! -- ah... meaning that mat has been there since before 8/8?!?!) But oh well, we managed to grabbed a tiny empty space inbetween those reserved mats. In fact, one of those mats was half blown out of place. Lucky enough, the people reserving the space didn't show up, so we ended up owning that mat for our own. hee hee. (Of course, there were a few people joining us too.=P)

lotsa self properly reserved space

Biwako yukata atmosphere

P'Ton, P'Nha and P'Ni (please excuse me for not choosing proper lighting option!! m(_ _)m )

the firework was about to start


The fireworks here weren't as grand in size as the ones in Osaka. But I think individual fireworks here had their own charm. Some of them looked alike mixed flower bouquet.

flower bouquet

Biwako firework 2006


The magnificant ones were definitely the ones playing with the water reflection. One of my favourite ones was the fan shape fireworks which I could capture in VDO below.

Fan shape fireworks


After joining these firework festivals, I came to realize why Japanese always beat the crowd to see these things! I surely will find chance to see them again the following years! :)

Monday, August 14, 2006

Oh in Kansai

Okie doke... It's OH's time :)

Oh and I have been friends since junior high and we still keep very close touch now. She's about to finish her iMBA course from Thammasat University. And since her course is a Japanese Track, the whole program came for business study in Tokyo for 2 weeks. Riding on that chance, Oh came to visit me and Palang in Kansai.

I've actually uploaded the full set of her trip to Kansai in my flickr album earlier. I'll just resummarize her trip, then.

Friday, August 4, 2006

Oh came in at 7 a.m. with a night bus from Tokyo. Dang... I haven't had to be up that early (5.30 a.m.) in a really long time!! But that made my day so long. haha.

Anyways, after Oh dropping off her stuff at my place, refreshed a bit, then we took off touring Kyoto together. Our first stop was "Kitano Tenmangu Shrine", a shrine with famous god of education. A lot of students go there to pray for success in study.


Then, we moved to Oh's most wanted to see Kinkakuji, the Golden Pavilion.

trying to fit in the Japanese society. .. PEACE!! ¥(^^)¥

In the afternoon, we did a bit of shopping in Shijo and went to Higashiyama and Gion areas. I think we spent the most time in Kiyomizudera. Kiyomizudera is another world heritage temple in Kyoto. I personally like this temple a lot. We needed to climb up steep slope to go up the temple, but the architecture there is just amazing. This time we also swang by Jishu Shrine. What's famous about this shrine? --> GOD OF LOVE! hee hee.

There are 2 love stones as below....
(the 2nd one is the one in front of wooden signs in the far background)


what does it mean??
(results :: let's wait and see!)

the pure water, symbol of the temple

We continued walking down from Kiyomizudera through Higashiyama street and out Yasaka Shrine and into Gion.

Kyoto Atmosphere

unreal maiko-san

Oh~ walking down Gion street.

the real maiko-off-duty

Yummy greentea! :9

BBQ dinner party for Kee's party by Kamo River

Saturday, August 5, 2006

It was SOOOOOOOOOO HOT!!!!!! To make it a real Kyoto trip, Oh and I took a bicycle ride to Kyoto University and Heian Shrine. And just that, we were sunburnt! Argh!!

Kyoto University's Clock Tower and the Camphor Tree

The red Torii in front of Heian Shrine

In the afternoon, we went to Osaka with a whole bunch of Kyoto people to join a Firework by Yodo River (I will post another blog about summer fireworks later...)

On the way to the firework place.

Sunday, August 6, 2006

We went to KOBE! (yeah.. Kobe again.. hee hee... my 100th time this year, I think. =P)

Kobe Beef again. (This time I remember the name of the place! It's: Kawamura)

At weather cock tower, Kitano

Shopping in Sannomiya Shopping Street.

Chinatown

Kobe Tower


Our last stop was around Harborland. It was also the day for Kobe Thai Food Festival, so we stopped by for some food. Also, some sweets at Sweet Harbor right by where the festival was held.

P'Nha on duty.

Kobe night view with Palang

Oh's trip in Kansai ended here at Harbourland. Nice to have to you here na ja. It was sooooooooo hot, but I hope you enjoyed the trip na~~~. See you in Thailand ja~.