Wednesday, April 29, 2009

Jetamai Series for Auntie Jill

As requested, I'll keep posting the photos of Jetamai for Auntie Jill na~. ^^

Peaceful sleep


After breastfeeding - slept right away


Khun Yai (grandma) is taking a bath for Jetamai


But Jetamai doesn't like taking a bath =P


I can't burb, mom!


I'm thinking....


yawning


asleep


I like to suck everything... even my grandma's finger ... haha


p.s. Jetamai is 2-week old today...

Sunday, April 26, 2009

Congratulations, Mee & Nan


Another happy day with my family's friends. Congratulations Mee & Nan on your wedding ja~. Very nice and sweet wedding maak maak!

เจ้าบ่าว เจ้าสาวเดินทักทายแขก


เจ้าบ่าว surprise เจ้าสาวด้วยการเล่นเปียโนเพลง "หากันจนเจอ"
(ป.ล. เจ้าบ่าวไม่เคยเล่นเปียโนมาก่อนในชีวิต)


cake cutting


mom's friends


P'Book and Nah Tom' ดื่มเบียร์ย้อมใจ


Place: @ Dusit Thani Hotel, Pattaya

Saturday, April 25, 2009

เด็กเก่งสร้างชาติ

ดีใจจัง... วันก่อนมีอะไรทำอีก 1 วัน ค่อยรู้สึกตัวเองมีประโยชน์กับเค้ามั่ง ^^

อาทิตย์ก่อนได้เมลล์จากรุ่นน้องที่บีอีชวนให้ไปเป็นอาสาสมัครช่วยงาน "เด็กเก่งสร้างชาติ" ที่จัดที่ Impact Arena เมื่อวันที่ 23-25 เม.ย. ที่ผ่านมา เราก็ยังว่างๆอยู่ก็เลยไปซะหน่อย เด็กสมัยนี้เก่ง อยากจะรู้ว่าเค้าทำอะไรไปถึงไหนกันแล้ว จริงๆเค้าให้เราไปช่วนสอนเด็กๆเกี่ยวกับเรื่องการเป็นผู้ประกอบการ แต่เราว่าสุดท้ายแล้วเราไป "เรียน" จากสิ่งที่ได้จากเพื่อนๆอาสาสมัครและน้องๆรวมถึงคุณครูที่ไปร่วมงานมากกว่า

The event's logo


งานเด็กเก่งสร้างชาติเป็นงานอีเว้นต์ใหญ่อันนึงของกระทรวงศึกษาธิการ มีจุดประสงค์ในการส่งเสริมการเรียนรู้แนวใหม่ให้กับเด็กๆ งานนี้ส่วนใหญ่ๆส่วนนึงเป็นการแสดงผลงานของเด็กๆนักเรียนที่ได้รับคัดเลือกมาแล้วจากทั่วประเทศ มีหลายส่วนทั้งส่วนที่ให้เด็กมาประกวดบนเวทีต่างๆ เช่น แข่งขันคิดเลข แข่งขันผลงานทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโยลี แข่งขันดนตรีไทย รำไทย ขับร้อง หรือแม้แต่วงดนตรีจินตลีลา ฯลฯ เห็นแล้วอลังการงานสร้าง ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็นผลงานของนำเสนอของเด็กๆ

The event schedule

the Thai dancing competition

Art Exhibition


เวทีหลักอีกส่วนนึงของงานนี้คือเวทีแสดงสินค้าของแต่ละโรงเรียนที่ชนะระดับภูมิภาคมาแล้ว ส่วนนึงเป็นเหมือนการแสดงผลงานที่สนองนโยบาย one school one product ซึ่งสินค้าที่มีมาแสดงก็มีความหลากหลาย ทั้งผลิตภัณฑ์ที่ใช้วัสถุท้องถิ่น จนถึงอาหารสด อาหารแห้ง ราคาที่ขายก็ระดับย่อมเยา ประหนึ่งเป็นรายได้พิเศษให้นักเรียนและครูที่อยู่ตามท้องถิ่นได้ดี

ชื้่อถนนกิ๊บเก๋ดีมั้ย?

น้องๆช่วยกันทำงาน

ผีตาโขน... ของจ.เลย


หน้าที่ของกลุ่มอาสาสมัครอย่างพวกเราคือไปให้ความรู้น้องๆและคุณครูเกี่ยวกับการเขียนแผนธุรกิจสำหรับสินค้าของโรงเรียน สอนให้เค้าได้รู้จักกับการเป็นผู้ประกอบการ (ไม่ได้หมายความว่าจะสอนให้เค้าต้องเป็นผู้ประกอบการ แต่สอนให้เค้ารู้จักว่าการเป็นผู้ประกอบการเป็นอย่างไร เผื่อว่าถ้าเค้าต้องการผลิตสินค้าให้กลายเป็นอาชีพจริงๆ เค้าควรจะเริ่มจากอะไร ควรจะคิดอะไร)
หนึ่งในวิทยากร... น้องกอล์ฟ... เพิ่งจบจาก Babson College ตรงสายผู้ประกอบการสุดๆ


จริงๆเราไม่ได้เรียนตรงสายการเป็นผู้ประกอบการ แต่ก็พอถูๆไถๆไปได้ เพราะก็เคยช่วยงานอาจารย์ที่เกียวโตที่เป็น specialist สาขาทางนี้ แต่ต้องยกนิ้วให้พี่ๆเพื่อนๆน้องๆวิทยากรมากๆ เพราะสอนได้ดีและเข้าใจง่าย เหมือนเราได้นั่งเรียนไปด้วย ตอนหลังก็ไปช่วยเป็น facilitator ให้น้องๆตอนที่น้องๆเค้าต้องลองเขียนแผนธุรกิจให้สินค้าเค้าจริงๆ ต้องบอกอีกว่า amazing กับความคิดริเริ่มหลายๆอย่าง รวมถึง "ฝีมือ" ที่แต่ละโรงเรียนมีในการผลิตสินค้าของตัวเองออกมา แต่ปัญหาส่วนมากก็คือว่าทำในสิ่งที่ตัวเองชอบแต่ไม่ค่อยนึกถึงว่าตลาดคือใคร จะเอาไปขายใคร ของหลายอย่างที่ดูมีฝีมือก็เลยขายไม่ได้จริงในตลาด การที่เค้าได้เรียนรู้แนวคิดให้คำนึงถึงช่องทางการขาย และการคำนวณต้นทุนต่างๆ น่าจะทำให้เค้าสามารถพัฒนาสินค้าได้เป็นจริงมากขึ้น ก็หวังว่าแรงผลักดันของกลุ่มอาสาสมัครของเราจะทำประโยชน์ให้อนาคตของชาติบ้าง
ภายใน workshop

บางส่วนของผู้เข้าร่วม workshop


ต้องขอบคุณน้องเอด้าที่ส่งอีเว้นต์ดีๆมาให้เรามีส่วนรวมนะจ้ะ

Monday, April 20, 2009

Brief stop at Saitama



2009.02.27
Saitama 埼玉 เป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตอยู่ติดกับโตเกียวทางด้านเหนือ หลายๆคนให้คำนิยามว่าอารมณ์ของไซตะมะก็คล้ายๆ เมืองปริมณฑลของกรุงเทพฯ ถ้าถามว่ามีอะไรให้เที่ยวมั่ง ก็มั่งจะได้รับคำตอบว่า "ไม่มี" เพราะคนไซตะมะส่วนมากก็จะเข้าไปเที่ยวในโตเกียว (นั่งรถไฟแค่ครึ่งชั่วโมงเอง)

"ทำไมต้องไปไซตะมะ?"
อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่เรามักจะโดนถาม

คำตอบก็ไม่ยาก... ก็เพราะว่าเราเคยไปมาเกือบทุกจังหวัดของญี่ปุ่นแล้ว ถ้าไม่ไปไซตะมะ เดี๋ยวมันจะโม้ไม่ได้ว่าไปมาครบทุกจังหวัด... 5555 (เวอร์จริงๆ) นั่นแหล่ะ... ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมเราต้องนั่งรถไฟไปไซตะมะในวันนี้

อากาศวันนี้ไม่เป็นใจอีกและ... มาอยู่บ้านน้องโบว์ครบวันที่ 5 ชั้นยังไม่เห็นฟ้าใสๆเลยซักวัน .... แถมวันนี้หิมะตกอีก... โอ้โห... เละครับเละ เพราะว่ามันไม่ใช่หิมะแห้งๆ แต่เป็นหิมะแฉะๆ นั่งอ้อยอิ่งกันตั้งแต่ช่วงเช้าแต่สุดท้ายก็เอาก็เอา... ฝ่าหิมะไปขึ้นรถไฟกันสองคน

จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ก็คือสถานี Saitama Shintoshin 埼玉新都心 หรือศูนย์กลางเมืองแห่งใหม่ของไซตะมะนั่นเอง บริเวณสถานี้นี่เป็นบริเวณที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ตั้งแต่ประมาณปลายๆ ปี 1980s และก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อประมาณปี 2000 เพื่อรองรับการขยายตัวของ The Greater Tokyo Metropolitan มีการย้ายที่ทำการทางราชการจากโตเกียวมาตั้งอยู่ที่ Saitama Shintoshin มีการสร้าง Shopping Complex และศูนย์อำนวยความสะดวกต่างๆให้กับสาธารณะ เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้คนไซตะมะไปพร้อมๆกับการลดการ "พึ่งพิง" ที่คนไซตะมะมีกับเมืองหลวงอย่างโตเกียว (จริงรึเปล่า?)



หน้าสถานี Saitama Shintoshin


เรารู้จัก Saitama กันมากขึ้นจาก "Saitama Super Arena" ซึ่งเป็น Stadium ขนาดใหญ่เอาไว้จัดแข่งกีฬา คอนเสิร์ต และอีเวนต์ต่างๆ นักชกไทยที่มาชกป้องกันตำแหน่งก็มาชกที่นี่เหมือนกัน (เห็นในโปสเตอร์)

แผนผัง Saitama New City Center

แบบจำลอง Saitama Super Arena

ปิด


เข้าข้างในไม่ได้ก็ถ่ายจากข้างนอกละกัน


Saitama Super Arena นี่เชื่อมต่อกับสถานี Saitama Shintoshin ด้วย Keyaki Hiroba ซึ่งก็คือสวนลอยฟ้าดีๆนี่เอง มีการเอาต้น Zelkova มาปลูกตามคอนเซ็ปต์ของ "ป่าบนท้องฟ้า (Forest in the Sky)"
(ต้น Zelkova เรียกว่า Keyaki ในภาษาญี่ปุ่น ถ้าในเมืองไทยเรียกทับศัพท์ว่า "เซลโคว่า" ปลูกอยู่บนดอยอ่างขาง)

Saitama Super Arena

Keyaki Hiroba


รอบๆ Saitama Super Arena ก็มีการรวมเอาศูนย์ศิลปวัฒนธรรมต่างๆไว้ด้วยกัน แล้วก็เป็นที่ตั้งของ John Lennon Museum ด้วย เรากับน้องโบว์กะว่าจะเข้าไปดูใน Museum นี้ซักหน่อย แต่ว่าต้องผง่ะกับราคาค่าเข้า (1,500 เยนสำหรับบุคคลทั่วไป และ 1,200 เยนสำหรับนักเรียน) เพียงมองตาก็รู้ใจ ขาเดินออกกันมาเองโดยอัตโนมัติ เปลี่ยนแผนเป็นการทัวร์ JLM ผ่านร้านขายของที่ระลึกแ่ทน... ฮาฮาฮา






กระทบไหล่คนดัง

สุดท้ายต้อง "imagine" เอาเองว่าข้างในเป็นยังไง... 555


ตกเย็นกลับมาบ้านน้องโบว์ ก็ทำสุกี้ยากี้กินกัน... นัดอ้อมและเหนือมากินที่บ้านก่อนที่จะออกไปขึ้นรถไปลานสกีตอนกลางคืน

คีบใส่ คีบใส่


เกี๊ยวปั้นเอง... ใส่เห็ดชีตะเกะที่ซื้อให้น้องโบว์ปลูกด้วย



ข้อมูลจาก Wikipedia, Saitama New Urban Center, John Lennon Museum

Yokohama Dinner

2009.02.26

ออกจาก Tsukuba ก็มุ่งหน้ากลับโตเกียวด้วย Tsukuba Express เพื่อมาต่อรถไฟ JR ไปโยโกฮาม่าต่อ... นั่งหลับในรถไฟจิตขาดไปเลยเพราะว่าจริงๆวันนี้ง่วงมากกกกกกกกกก

ไปเปลี่ยนรถที่ Shinagawa Station ถึงเพิ่งรู้ว่าเค้าปักหลัก 0 กิโลของโตเกียวไว้ในสถานีนี้



พอตัวเองจะเดินไปขึ้นรถไฟบ้างก็พบกับความจริงของชีวิตในโตเกียว...

คนมาจากไหนกันเนี่ยะ??

It's a canned tuna fish!


เย็นวันนี้มีนัดกินข้าวกันกับมาซาเอะซังและโยโกะซัง เพื่อนญี่ปุ่นของเราที่รู้จักกันมาร่วม 11 ปี ตั้งแต่ตอนที่เรามาตะลุยโตเกียวกับทอฟฟี่สองคนเมื่อเดือนมีนาคม ปี 1998 ทั้งสองคนเคยเรียนภาษาไทยกับครูสอนภาษาญี่ปุ่นของเราตอนเด็กๆ ทั้งคู่เขียนและอ่านภาษาไทยได้ ก็เลยได้รู้จักมักคุ้นกันมานาน เจอกันเกือบทุกปี ไปโตเกียวทุกๆครั้งก็มักจะนัดกินข้าวกัน



ปกติแล้วเรามักจะไปพักบ้านมาซาเอะซังแถวๆ Shimokitazawa ย่านวัยรุ่นชื่อดังในโตเกียว แต่ตอนนี้มาซาเอะซังย้ายบ้านไปอยู่โยโกฮาม่าแล้ว ประกอบกับโยโกะซังก็ทำงานในแถวๆโยโกฮาม่า เราก็เลยว่าไปกินที่โยโกฮาม่าน่าจะสะดวกที่สุด ก็เลยได้ถ่อมาถึงนี่ อาหารเย็นวันนี้เป็นอาหารสไตล์ Kaga 加賀 หรืออาหารพื้นเมืองของทางจังหวัดอิชิกาว่า ไม่ใกล้ไม่ไกลเกียวโตนี่เอง













เจอกันครั้งหน้า.. สงสัยจะต้องเจอกันที่เมืองไทยแล้วนะคะ!