เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาเราก็ได้ประเดิมการเป็นคุณครูอาสาสมัครสอนภาษาอังกฤษสำหรับการท่องเที่ยวให้กับเด็กๆในชุมชนสุเหร่าทางควายในเขตประเวศหลังจากที่ตารางไม่ลงตัวมาก่อนหน้านี้ อันนี้จริงๆแล้วเป็นหนึ่งในโครงการที่เพื่อนๆพี่ๆน้องๆกลุ่ม TYPN (Thai Young Philanthropist Network) เป็นคนเริ่มต้นทำกัน และเป็นส่วนหนึ่งในงานส่วน Underprivileged Empowerment (UE) ที่เราต้องการจะเสริมสร้างความรู้และสร้างความเข็มแข็งให้กับกลุ่มชนที่มีโอกาสทางสังคมน้อยกว่าคนอื่น
TYPN ดียังไง?
ถ้าเอากันตามจริงเราก็ไม่ได้คิดหรอกว่า TYPN มันดีกว่ากลุ่มอื่นๆยังไงเพราะจริงๆแล้ว TYPN ก็เป็นเพียงกลุ่มเครือข่ายรุ่นพี่รุ่นน้อง เพื่อนๆกันเองนี่แหล่ะ ที่ส่วนมากก็จบจากต่างประเทศ จบมหาวิทยาลัยดีๆมีชื่อเสียง แต่เมื่อกลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว บางคนก็กลับไปประกอบอาชีพบริหารกิจการของครอบครัว บางคนก็ได้ทำงานที่ไม่ได้ใช้ความสามารถเต็มเปี่ยม บางคนก็ตกงาน (เอ๊ะ.. คุ้นๆ) อะไรเหล่านี้... ทำให้น้องเอด้า ซึ่งเป็นรุ่นน้องคณะที่ธรรมศาสตร์และเป็นคนเริ่มตั้ง TYPN เริ่มมองเห็นปัญหาของเมืองไทยว่าถึงแม้จะไม่มีปัญหา Brain drain เพราะส่วนมากพอเรียนจบก็อยากจะกลับมาอยู่เมืองไทย... แต่พอกลับมาแล้วดันเจอปัญหา Brain drown คือ เมื่อกลับมาแล้วก็มักจะประกอบอาชีพที่ไม่ได้ใช้สิ่งที่เรียนมาหรือไม่ได้ใช้ความสามารถอีกหลายๆส่วนที่ (อดีต) นักเรียนกลุ่มนี้มี ดังนั้นมันน่าจะมีอะไรอีกหลายอย่างที่คนกลุ่มนี้สามารถจะช่วยสร้างสรรค์ให้สังคมมันดีขึ้นได้ มันก็เลยเกิดขึ้นมาเป็น TYPN แล้วไปๆมาๆเครือข่ายเพื่อนๆพี่ๆน้องๆนี่มันก็คนกันเองทั้งนั้น วนกันไปไม่ไกลมากหรอกเพราะสังเกตุเห็นได้ว่าเมื่อไปร่วมกิจกรรมทีนึงก็มักจะเจอเพื่อนเก่าบ้าง เพื่อนของเพื่อนบ้าง หรือบางทีต้องชวนให้ตกใจว่าเพื่อนปัจจุบันนี่แหล่ะแต่รู้ข่าวสารมาจากคนละที่แล้วก็มาเจอกันโดยบังเอิญ อะไรอย่างนี้
เป็นคุณครู
ช่วงนี้ต้องใช้พลังงานสมองอย่างหนักเนื่องจากวันธรรมดาสอนภาษาอังกฤษนักเรียนป. 2 อายุประมาณ 7-8 ขวบ เหมือนจับปูใส่กระด้ง ต้องคิดเกม คิดหาเพลงไปให้เด็กๆร้อง ต้องใช้จิตวิทยาเด็กสูงมากกกก.... พอวันเสาร์ที่ผ่านมาต้องไปสอนเด็กโตนะคะ อายุ 15-21 ปี ก็จะเป็นอีกแบบนึง เราโชคดีที่ได้จับทีมกันกับเพื่อนๆ TYPN อีก 2 คน คือสิกับน้องจิ๊บ ซึ่งสอนเก่งมาก แกรมม่าเปรี๊ยะ.. เราก็เลยสบาย ^^
ชุมชนสุเหร่าทางควาย
เราเป็นคนกรุงเทพฯแต่กำเนิด แต่ก็ต้องยอมรับว่าไม่เคยได้ยินชื่อชุมชนสุเหร่าทางควายเลยแม้แต่ครั้งเดียว ได้ไปยลชุมชนก็เมื่อวันที่ไปสอนนี่แหล่ะ เป็นครั้งแรกเลย เพราะว่าการเรียนการสอนนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการร่วมกับเขตประเวศซึ่งต้องการพัฒนาเด็กๆในชุมชนสุเหร่าทางควายให้สามารถสนทนากับฝรั่งนักท่องเที่ยวได้... เชื่อหรือไม่ก็ตาม... ที่นี่เป็นแหล่งเจียระไนพลอย มีปราชญ์ชาวบ้านที่มีความรู้เกี่ยวกับการเจียระไนพลอยเป็นอย่างดี แล้วก็มีฝรั่งนักท่องเที่ยวเคยถีบจักรยานมาเที่ยวแถวนี้กันบ้างด้วย ชาวบ้านที่นี่ก็ยังอาศัยกันเรียบง่าย ของเล่นเด็กแถวนี้ก็คือการกระโดดน้ำคลองเล่น! (โดดจากสะพานสูงมากกกกกก.... เห็นแล้วกลัววว)

โครงการสอนภาษาอังกฤษสำหรับการท่องเที่ยวให้เด็กๆที่นี่กินเวลาประมาณ 6 อาทิตย์ โดยครั้งที่ผ่านมาเป็นครั้งที่ 5 แล้วและอาสาสมัครที่มาสอนก็จะเปลี่ยนไปเกือบทุกครั้ง ประเภทใครว่างสามารถมาสอนได้เมื่อไหร่ก็มาลงชื่อสอนแล้วก็มาช่วยกันเตรียมเนื้อหาการสอนและทำเอกสารแจกนักเรียนด้วย สำหรับอาทิตย์หน้านี่จะเป็นครั้งสุดท้ายแล้ว โดยเราจะเอาฝรั่งจริงๆมาเยี่ยมชมชุมชนที่นี่และให้เด็กๆแบ่งกลุ่มกันไปแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวในชุมชนนี้ให้ฝรั่งฟัง เรียกว่าเป็นบททดสอบสุดท้ายว่าเด็กๆจะสามารถเอาสิ่งที่พวกเราสอนไปใช้ได้ขนาดไหน (ใครมีเพื่อนฝรั่งอยากมาช่วยเป็นอาสาสมัครก็ติดต่อมาได้นะเลยนะ... ยังรับสมัครเพิ่มเติมอยู่)
เริ่มแบ่งกลุ่มติวเข้มเตรียมรับมือฝรั่ง (กลุ่มนี้กลุ่มเราเอง... จะเล่าให้ฝรั่งฟังเกี่ยวกับวิถีชีวิตมุสลิมและเรื่องราวเกี่ยวกับสุเหร่าทางควาย)









