Showing posts with label Japan. Show all posts
Showing posts with label Japan. Show all posts

Friday, May 15, 2009

Spending a day @ Nagaoka

ก่อนจะหนีไปเที่ยวอียิปต์คืนนี้มาทิ้งทวนกันด้วยทริปปิดท้าย 2-week tour ที่นากาโอกะดีกว่า...

เช้าวันที่ 2 มี.ค. นี้เราชิลกันมาก... ตื่นสายๆๆๆๆๆๆ ชนิดที่ว่าตื่นแล้ว อาบน้ำเสร็จก็รออ.บีมารับไปกินข้าวกลางวันกันเลย

น้องปลาหน้าร้านราเมน


สถานที่ที่เราไปวันนี้คือร้านราเมง "Hiruma" ที่ชาวนากาโอกะโฆษณานักโฆษณาหนา... ชามราเมงใหญ่มากกกกกกกกกกกก (โอ้แม่เจ้า!) กินนานมากกว่าจะรู้สึกว่ามันพร่องลงไป... รสชาติก็ถูกปากคนไทยดีทีเดียว... แถมเจ้าของร้านใจดีด้วย


ต้อนรับอบอุ่นมากๆ


จากนั้นเราก็จะไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นากาโอกะกัน แต่ลืมไปว่าพิพิธภัณฑ์นี่ชอบปิดกันวันจันทร์! สรุปว่าเลยกลายเป็นไปเดินถ่ายรูปเล่นแทน ไม่ได้ดูกันเลยว่าในพิพิธภัณฑ์มีอะไรบ้าง! แล้ววันนี้ชาวนากาโอกะมาต้อนรับสองสาวอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง (สงสัยมากว่าชาวเมืองนี้ว่างรึเปล่า?? ฮาฮา.... =P)

ไม่มีอะไรทำ... เดินเตร็ดเตร่

ถ่ายรูปมันซะเลย


เมื่อแพลน A ไม่เวิร์ค... เลยเปลี่ยนไปแพลนฺ B กัน คือการไปเดินห้าง!! คนนากาโอกะบอกว่าห้างนี้เป็นสิ่งเชิดหน้าชูตาเมืองนากาโอกะมากๆ แต่ก็อาจจะจริงนะ... แต่ขอบอกว่าห้างที่นั่นไฮโซไม่ใช่ย่อย... เห็นป้ายราคาแล้วนึกว่าเดินอยู่ในมหานครอย่างโตเกียวซะอีก...

แวะกินกาแฟกันซะงั้น


จากนั้นไปแวะสถานี JR Nakaoka เดินหาของที่ระลึกกัน
JR Nagaoka Station

นากาโอกะมีชื่อเรื่องพลุหน้าร้อน

และมีอาหารประจำเมืองคือ Sa-dango


ซื้อของเสร็จก็กลับไปบ๊ายบายน้องปูนิ่มที่จะหนีขึ้นรถบัสไปโอซาก้าซะก่อน


แล้วอ.บีก็พาสาวๆที่เหลือไปดินเนอร์ที่ร้าน family restaurant!


จากนั้นก็ได้เวลาพบญาติค่ะ.... นั่นก็คือ Iizuka sensei ครูสอนภาษาญี่ปุ่นเราที่ย้ายมาทำงานอยู่ที่ม.นากาโอกะนี่เอง

คุยไปคุยมาจะหลับซะงั้น เลยกลับมาอาบน้ำรอเวลาไปขึ้นรถบัสกลับโตเกียวรอบดึก.... ต้องขอบคุณอ.บีและจันทร์ ที่ไปคอยส่งสองสาวกลับบ้านนะคะ แล้วก็ขอขอบคุณชาวนากาโอกะผู้รวยน้ำใจทุกๆคน เราไปเยี่ยมนากาโอกะในเวลาอันสั้นมาก แต่ก็เป็นอีกหนึ่งความประทับใจ


บ๊ายบาย


ป.ล. ขอบคุณน้องปูนิ่มและน้องปลามากที่เอื้อเฟื้อที่พัก ขอบคุณอ.บีที่เป็นสารถีให้ตลอดวัน แล้วก็ขอบคุณอีกหลายๆคนที่ไปเที่ยวเป็นเพื่อนกันน้าาาา .... แล้วเจอกัน @ กทม.!

ป.ล. 2 ... ขอบคุณรูปจากหลายๆกล้อง.... เนื่องจากกล้องเมมฯเต็ม... เลยไม่ได้ถ่ายรูปมาเลยซักใบ =P

Tuesday, May 05, 2009

Naeba Ski Resort

ทิ้งร้างไปนานกับมหกรรมทัวร์คันโตของเรา หลังจากที่พาไปหยุดกันที่ Saitama มาเมื่อหลายวันก่อน วันนี้เรามาต่อด้วยการไปเล่นสกี & สโนบอร์ดกันที่ Naeba Ski Resort ในเขตจังหวัดนีกาตะดีกว่า

2009.02.28

เดินทางกันมาตลอดคืนด้วยรถบัสจากชินจูกุ ก่อนรุ่งสางของวันที่ 28 ชาวคณะของเราทั้ง 18 ชีวิตก็เดินทางมาถึงลานสกี "นาเอบะ" ซึ่งเป็นอีกลานสกีนึงที่มีชื่อของประเทศญี่ปุ่น ได้คุณลุงเจ้าของเรียวกังที่เราไปพักขับรถมินิบัสมารับเรากลับไปพักผ่อนกันที่โรงแรมก่อน
ต้องบอกก่อนว่าทริปคราวนี้เราได้อานิสงส์ความช่วยเหลืออย่างมากจากน้องอ้อ ซึ่งแต่งงานกับคนญี่ปุ่นและไปตั้งรกรากอยู่ทีเมืองทะชิโระ แถมเปิดร้านเช่าอุปกรณ์สกีเป็นคนช่วยเหลือในการจองที่พัก จัดอุปกรณ์สกีและตั๋วลิฟต์ทุกอย่างให้ เลยเหมือนส้มหล่น พลอยให้เราได้รับบริการระดับห้าดาวในราคายาจกอีกแล้ว ^^

โรงแรม Fukuda-ya เล็กๆ เก่านิดๆ แต่รวยน้ำใจ


ถึงโรงแรม รับกุญแจห้อง เก็บกระเป๋า บ้างก็นอน บ้างก็ล้างหน้า แปรงฟัน บ้างก็ทำธุระส่วนตัว พอราวๆ 7 โมงกว่าๆก็เริ่มทยอยกันไปที่ร้านของอ้อเพื่อเอาอุปกรณ์เช่า วันนี้เราทำซิ่งจะเล่นสกีแบบ Carving ด้วย ประมาณว่ายังหวังอยู่นิดๆว่าเราจะยังพอเอาดีด้านสกีได้บ้าง (ช่างไม่รู้สังขารตัวเองเลยจริงๆ T_T)

ร้านเช่าอุปกรณ์ของอ้อ

เตรียมอุปกรณ์


สมาชิกทั้ง 18 ชีวิตก็กลับไปกินข้าวเช้าเพิ่มพลังที่โรงแรม อาหารนี่ก็ฝีมือคุณลุงที่ขับรถบัสไปรับเราเมื่อเช้านี่แหล่ะ (แกทำทุกอย่างจริงๆ) มีคุณป้าเป็นลูกมือช่วยงานอยู่

ส่วนนึงของอาหารเช้าที่นี่


Snow Limousine

เช้านี้ได้ไปเปิดซิงทดลองนั่ง "Snow Limousine" มากับจิ๊น หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินว่า Snow Limousine คืออะไร จริงๆแล้วมันก็คือบริการรถชมวิวบนลานหิมะนั่นเอง คนขับเค้าก็จะให้เรานั่งลงบนที่นั่งที่จัดไว้ แล้วก็พาเราขึ้นลิฟต์สกีไปแล้วก็พาทัวร์ลงมาตามลานสกีโดยที่เราไม่ต้องไถสกีเอง เรียกว่าไอเดียนี้ไม่เลวเลย



Snow-Limo นี้ได้ถูกออกแบบโดยสองพี่น้อง Auger ชาวแคนนาดาซึ่งเป็นอาจาร์ยสอนสกีที่ลานสกี Whistler & Backcomb ประเทศแคนาดา ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างเก้าอี้และไม้สกีเข้าด้วยกัน กว่าจะเป็น Snow-Limo ที่สามารถใช้บริการได้แบบนี้ก็ใช้เวลาคิดค้น ลองผิดลองถูกมาเป็นเวลาถึงสี่ปี กว่าจะสำเร็จขึ้นมาและสามารถเริ่มใช้บริการได้ในฤดูกาลที่ 2005-2006

จิ๊นโดนมัดอยู่กับเก้าอี้ Snow-Limo


คุณ Guy Auger เคยให้สัมภาษณ์กับอ้อตอนที่มาเปิดตัว Snow Limo ที่ลานนาเอบะว่าแรงบันดาลใจที่ทำให้เค้าอยากประดิษฐ์ Snow-Limo ขึ้นมาก็คือคุณแม่ของเค้าซึ่งเล่นไม่เป็นทั้งสกีและสโนบอร์ด แต่ก็อยากให้ท่านได้ลองสัมผัสบรรยากาศบนยอดเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะบ้าง (ขอบคุณข้อมูลจากอ้อจ้าาา)

Patrol ใจดี ถ่ายรูปที่ระลึกให้เราด้วย


คนขับก็ต้องได้รับการฝึกฝนและมีความชำนาญพอสมควร เพราะว่าเจ้า Snow-Limo นี่มีน้ำหนักไม่ใช่เล่น
แล้วคนขับก็จะยืนอยู่ที่ปลายไม้สกีด้านหลัง คอยบังคับทิศทางของ Snow-Limo ลงเขา ไม่เน้นที่ความเร็วเท่าไหร่ แล้วก็ขึ้นได้เฉพาะลิฟต์ที่มีที่นั่ง 4 คน จริงๆมีวิดีโอถ่ายตอนขึ้นและลงลิฟต์ไว้ เอาไว้ถ้ามีโอกาสจะเอามาลงให้ดูกัน โชเฟอร์ที่บังคับลิโมของเราบอกว่าเวลาขับต้องระวัง โดยเฉพาะเวลาที่มีคนเล่นอยู่บนลานเยอะๆ เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุชนกันแล้วเนี่ยะ... จริงๆเราคงไม่เป็นอะไรหรอก แต่คนที่คนกับเรานี่สงสัยโดนหามไปโรงพยาบาลแน่ๆ (คงจะจริง เพราะเจ้า snow-limo นี่คันเบ้อเริ่มเลย)



ปัจจุบันบริการ Snow-Limo นี้มีแค่ที่ประเทศแคนาดา (ฺBig White, Grouse Mountain และ Whistler Blackcom) และประเทศญี่ปุ่น (Myoko Suginohara และ Naeba) สนนราคาอยู่ที่ประมาณ 1,200 Yen / 15 นาที ถ้ามีโอกาสก็ไปลองดูกันนะ... แปลกดีเหมือนกัน



หลังจากเพลิดเพลินกับ Snow-Limo แล้ว จิ๊นกับเราก็ไปแจมน้องส้มและแจนเพื่อเล่นสกีกันต่อ รู้สึกดีใจมากที่ฟ้าแจ่มสุดๆ เนื่องจากทั้งอาทิตย์ที่ผ่านมาเจอแต่ฝนและหิมะ... พอวันนี้เจอแดดและฟ้าใสๆนี่ก็สดชื่น กระดี้กระด้ามากๆ

วิวโรงแรม Prince Hotel จากกอนโดล่า

อยู่บนลิฟต์กอนโดล่า

วิวจากนาเอบะ

บนยอดเขายังมีหิมะบนปลายไม้


แต่ด้วยความไม่เคยชินกับการเล่นสกีนานๆ เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกันนะนั่น โชคดีได้โปรแจนคอยช่วยจับโน่น แก้นี่ให้ ท่าทางเล่นสกีเก้อๆกังๆของเราก็เลยดูดีขึ้นมานิดนึง ยังดีที่ยังไม่ล้มลุกคลุกคลานสกีหลุดกลางลานแล้วใส่ไม่ได้ ^^ วันนี้เลยเจียมตัว ขอแค่ลานแดง หรือถ้าเป็นแดงเฉียดดำก็ขอแบบไม่มีโคบุเยอะๆ ตกบ่ายพอกินข้าวกลางวันแล้วก็พาหมอกี้ไปเปิดซิงขึ้นลิฟต์สกีเพื่อมุ่งหน้าไปขึ้น Dra-gon-dola เพื่อไปแจมกับเพื่อนๆที่เหลือที่เล่นกันอยู่ที่ลานทะชิโระ เล่นเอาเหนื่อยไปตามๆกัน แต่ก็ต้องขอคำนับถึงความพยายามของหมอกี้มากๆ ทั้งๆที่เป็นการเล่นสกีครั้งแรก แต่หมอก็ไม่ท้อแท้แม้แต่น้อย :)

วิวสวยๆระหว่างเขา

Dra-gon-dola เป็นกอนโดล่าที่เชื่อมเขานาเอบะและทะชิโระเข้าด้วยกัน ระยะยาวประมาณ 4-5 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 15 นาที


กว่าจะย้ายเขาจากนาเอบะไปถึงทะชิโระได้ก็บ่ายแก่ๆ ลานฝั่งทะชิโระวันนี้หิมะเป็นเชอร์เบ็ตมากๆ เล่นทีซวบซาบซวบซาบมากๆ
@Tashiro


ถึงโรงแรม พักผ่อนนิดหน่อย กินข้าวเย็นอันอลังการแล้วก็ออกไปซิ่งไนต้ากันต่อ ประมาณว่าไม่เจียมสังขารอะไรใดกันเลย

น้องโบว์ตามมาแจมตอนกลางคืน

กับโปรแจน


แถมกลับมาปาร์ตี้คาราโอเกะกันต่อที่โรงแรมข้างๆร้านอ้อ สานสัำมพันธ์กับสมาชิกโตโยต้าอีก 10 กว่าชีวิตด้วย





สภาพของพวกเราตอนนอนคืนนี้เป็นยังไงคงไม่ต้องบรรยาย 5555

ป.ล. เครดิตรูปที่ไม่ใช่ Snow-Limo ส่วนมากมาจากกล้องสมาชิกทริปทั้งหลาย (จำไม่ได้ว่ารูปไหนของใคร.. ต้องขออภัยด้วย)

Monday, April 20, 2009

Brief stop at Saitama



2009.02.27
Saitama 埼玉 เป็นจังหวัดที่มีอาณาเขตอยู่ติดกับโตเกียวทางด้านเหนือ หลายๆคนให้คำนิยามว่าอารมณ์ของไซตะมะก็คล้ายๆ เมืองปริมณฑลของกรุงเทพฯ ถ้าถามว่ามีอะไรให้เที่ยวมั่ง ก็มั่งจะได้รับคำตอบว่า "ไม่มี" เพราะคนไซตะมะส่วนมากก็จะเข้าไปเที่ยวในโตเกียว (นั่งรถไฟแค่ครึ่งชั่วโมงเอง)

"ทำไมต้องไปไซตะมะ?"
อันนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่เรามักจะโดนถาม

คำตอบก็ไม่ยาก... ก็เพราะว่าเราเคยไปมาเกือบทุกจังหวัดของญี่ปุ่นแล้ว ถ้าไม่ไปไซตะมะ เดี๋ยวมันจะโม้ไม่ได้ว่าไปมาครบทุกจังหวัด... 5555 (เวอร์จริงๆ) นั่นแหล่ะ... ก็เป็นสาเหตุว่าทำไมเราต้องนั่งรถไฟไปไซตะมะในวันนี้

อากาศวันนี้ไม่เป็นใจอีกและ... มาอยู่บ้านน้องโบว์ครบวันที่ 5 ชั้นยังไม่เห็นฟ้าใสๆเลยซักวัน .... แถมวันนี้หิมะตกอีก... โอ้โห... เละครับเละ เพราะว่ามันไม่ใช่หิมะแห้งๆ แต่เป็นหิมะแฉะๆ นั่งอ้อยอิ่งกันตั้งแต่ช่วงเช้าแต่สุดท้ายก็เอาก็เอา... ฝ่าหิมะไปขึ้นรถไฟกันสองคน

จุดหมายปลายทางของเราในวันนี้ก็คือสถานี Saitama Shintoshin 埼玉新都心 หรือศูนย์กลางเมืองแห่งใหม่ของไซตะมะนั่นเอง บริเวณสถานี้นี่เป็นบริเวณที่ถูกพัฒนาขึ้นใหม่ตั้งแต่ประมาณปลายๆ ปี 1980s และก่อสร้างแล้วเสร็จเมื่อประมาณปี 2000 เพื่อรองรับการขยายตัวของ The Greater Tokyo Metropolitan มีการย้ายที่ทำการทางราชการจากโตเกียวมาตั้งอยู่ที่ Saitama Shintoshin มีการสร้าง Shopping Complex และศูนย์อำนวยความสะดวกต่างๆให้กับสาธารณะ เป็นการสร้างความภาคภูมิใจให้คนไซตะมะไปพร้อมๆกับการลดการ "พึ่งพิง" ที่คนไซตะมะมีกับเมืองหลวงอย่างโตเกียว (จริงรึเปล่า?)



หน้าสถานี Saitama Shintoshin


เรารู้จัก Saitama กันมากขึ้นจาก "Saitama Super Arena" ซึ่งเป็น Stadium ขนาดใหญ่เอาไว้จัดแข่งกีฬา คอนเสิร์ต และอีเวนต์ต่างๆ นักชกไทยที่มาชกป้องกันตำแหน่งก็มาชกที่นี่เหมือนกัน (เห็นในโปสเตอร์)

แผนผัง Saitama New City Center

แบบจำลอง Saitama Super Arena

ปิด


เข้าข้างในไม่ได้ก็ถ่ายจากข้างนอกละกัน


Saitama Super Arena นี่เชื่อมต่อกับสถานี Saitama Shintoshin ด้วย Keyaki Hiroba ซึ่งก็คือสวนลอยฟ้าดีๆนี่เอง มีการเอาต้น Zelkova มาปลูกตามคอนเซ็ปต์ของ "ป่าบนท้องฟ้า (Forest in the Sky)"
(ต้น Zelkova เรียกว่า Keyaki ในภาษาญี่ปุ่น ถ้าในเมืองไทยเรียกทับศัพท์ว่า "เซลโคว่า" ปลูกอยู่บนดอยอ่างขาง)

Saitama Super Arena

Keyaki Hiroba


รอบๆ Saitama Super Arena ก็มีการรวมเอาศูนย์ศิลปวัฒนธรรมต่างๆไว้ด้วยกัน แล้วก็เป็นที่ตั้งของ John Lennon Museum ด้วย เรากับน้องโบว์กะว่าจะเข้าไปดูใน Museum นี้ซักหน่อย แต่ว่าต้องผง่ะกับราคาค่าเข้า (1,500 เยนสำหรับบุคคลทั่วไป และ 1,200 เยนสำหรับนักเรียน) เพียงมองตาก็รู้ใจ ขาเดินออกกันมาเองโดยอัตโนมัติ เปลี่ยนแผนเป็นการทัวร์ JLM ผ่านร้านขายของที่ระลึกแ่ทน... ฮาฮาฮา






กระทบไหล่คนดัง

สุดท้ายต้อง "imagine" เอาเองว่าข้างในเป็นยังไง... 555


ตกเย็นกลับมาบ้านน้องโบว์ ก็ทำสุกี้ยากี้กินกัน... นัดอ้อมและเหนือมากินที่บ้านก่อนที่จะออกไปขึ้นรถไปลานสกีตอนกลางคืน

คีบใส่ คีบใส่


เกี๊ยวปั้นเอง... ใส่เห็ดชีตะเกะที่ซื้อให้น้องโบว์ปลูกด้วย



ข้อมูลจาก Wikipedia, Saitama New Urban Center, John Lennon Museum