Wednesday, September 19, 2007

Tohoku Road Trip: Day 2

วันที่ 12 กันยายน 2550

เช้าวันนี้อิ่มเอมกับอาหารเช้าของโรงแรมมากๆ ของอร่อยๆเพียบเลย จากโรงแีรมที่ตอนแรกรู้สึกไม่ค่อยดีกับที่จอดรถ มารู้สึกเฉยๆกับห้องนอน กลายเป็นประทับใจขึ้นมาในทันที :)

credit: from official website of Sendai Washington Hotel

Matsushima 松島

เช้านี้ขอแก้มือด้วยการไปดู Matsushima กันอีกรอบ หลังจากที่เมื่อวานไปกันไม่ทันก่อนพระอาทิตย์ตกดิน แต่ว่าครั้งนี้เราเปลี่ยนมุม แทนที่จะไปดูวิว Matsushima จากเกาะไกลสุดใน Okumatsushima แบบมองเข้ามาในฝั่ง เราเปลี่ยนเป็นขึ้นไปดูวิวที่จุดชมวิวทางฝั่งเมือง Matsushima มองออกทะเลแทน สิ่งที่เห็นเป็นอย่างนี้ ↓

Matsushima จากจุดชมวิว Byakue Kannon 白井観音展望台

อากาศขมุกขมัวเล็กน้อยถึงปานกลาง ฝนตกต่อเนื่องมาตั้งแต่ตอนกลางคืน ถึงแม้ว่าจะเบาลงในตอนเช้า บรรยากาศโดยรวมจริงๆแล้วไม่เลวร้ายมาก ถ้าเข้าป่าจะได้อารมณ์อีกแบบ แต่ว่าอยู่ที่ทะเลมันรู้สึกไม่สดชื่นเท่าไหร่ ก็มาถึงแล้ว.. วิวญี่ปุ่นที่เค้าว่าสวยกันติด 3 อันดับแรก (มี Amanohashidate ที่เกียวโต แล้วก็ Miyajima ที่ฮิโรชิม่า อีก 2 ที่) ไปมาครบทั้งสามที่แล้ว ยกให้ Miyajima ได้อันดับ 1 ไปโดยไม่มีข้อสงสัย

Genbi Gorge 厳美渓 & Geibi Gorge 猊鼻渓

ออกจาก Matsushima ก็ใช้เวลาวิ่งบนถนน local ซักพักถึงจะขึ้นทางด่วนมุ่งหน้าเข้าจังหวัด Iwate ได้ สถานที่ท่องเที่ยวแนะนำของที่นี่คือ Genbi Gorge 厳美渓 และ Geibi Gorge 猊鼻渓 ซึ่งเป็นลำธารไหลผ่านช่องเขาอยู่ในเมือง Ichinosaki 一関 อยู่ห่างกันไม่มาก แต่ว่าอันนึงน้ำเชี่ยวกราก กับอีกอันน้ำนิ่งสนิท


เราแวะไปที่ Genbikei (=Genbi Gorge) กันก่อน เราเคยมาที่นี่เมื่อเดือนธันวา เมื่อปี 2003 ตอนมาเยี่ยม Chi-Wei เพื่อนสนิทที่ตอนนั้นทำงานอยู่ที่เมือง Morioka ใน Iwate ตอนนั้นมันเป็นช่วงต่อฤดูใบไม้ร่วงกับฤดูหนาว บรรยากาศจะซึมๆ ต้นไม้ก็โกร๋นแล้ว แต่ว่ายังไม่หนาวพอที่จะมีหิมะ ร้านดังโก๊ะบินชื่อดังก็ปิดอีกต่างหาก ก็เลยรู้สึกเฉยๆกับที่นี่ แต่พอกลับมาอีกทีคราวนี้ บรรยากาศหน้าร้อนคึกคักกว่ากันเยอะ ต้นไม้ก็เขียวชะอุ่ม ดูแล้วเพลินตา ที่สำคัญร้านดังโก๊ะบินก็เปิดด้วย...

ทำไมต้องเป็นดังโก๊ะบิน... อันนี้ไม่รู้เหมือนกันว่ามีจุดเริ่มต้นมายังไง แต่ก็คือว่ามันมีร้านขายดังโก๊ะ ขนมแป้งเหนียวๆปั้นกลมๆเสียบไม้อยู่บนริมถนน ซึ่งถ้ามองจากจุดชมวิวของ Genbikei มันก็เหมือนร้านตั้งอยู่บนหน้าผาฝั่งตรงข้าม เค้าก็มาสร้างศาลาพักตรงแถวๆจุดชมวิว แล้วก็มีป้ายแล้วก็อุปกรณ์อย่างที่เห็นในรูป ↓

อุปกรณ์จำเป็นในการสั่งดังโก๊ะบิน

ถ้าอยากกินดังโก๊ะ.. ก็ให้ใส่เงิน 400 เยน เป็นค่าดังโก๊ะ 1 set ลงในตะกร้า (ด้านซ้าย) แล้วก็เคาะไม้เป็นสัญญาณให้ลุงที่ร้านรับออเดอร์ ก็ใช้หลักวิทยาศาสตร์ง่ายๆ เสียงตามสาย เวลาเคาะไม้ เสียงมันก็ส่งไปถึงที่ร้านได้ อยากจะรู้เหมือนกันว่าดังขนาดไหนอ่ะนะ พอลุงได้ยินก็จะส่งสัญญาณมือว่าจะรับออเดอร์แล้วนะ ให้ถอยไปไกลๆตะกร้าหน่อย ลุงจะชักตะกร้ากลับไปที่ร้านแล้ว

คุณลุงรับออเดอร์

ลุงหายไปซักพัก... ก็ส่งตะกร้าห้อยลอยฟ้ากลับมาที่เดิม มีดังโก๊ะที่สั่งไว้ 1 กล่อง พร้อมกับน้ำชา 4 ถ้วย แปลกใจมากๆ ว่าลุงรู้ได้ไงว่ามากัน 4 คน คนยืนที่จุดชมวิวมีตั้งเยอะ (มาค้นพบกันว่า... ลุงเดานี่เอง เพราะว่ามีคนสั่งดังโก๊ะหลังเรา เค้ามากัน 2 คน แต่ลุงส่งน้ำชามาตั้ง 3 ถ้วย คนซื้อเค้าก็แบบว่า... ส่งมาทำไมตั้ง 3 ถ้วย... บ่นพึมพำๆกันไป...)

รับสินค้า

เปิดกล่องดู พบว่ามีดังโก๊ะ 3 รส คือ.. รสดั้งเดิม (โชยุ) รสถั่วแดง แล้วก็งาดำ อันแรกออกเค็มๆ สองอันหลังออกแนวหวาน ถ้ากินอันแรกแล้วมากินสอนอันหลัง รสชาติจะกำลังพอดีๆ

ดังโก๊ะแสนอร่อย

กินอิ่มแล้วก็ย้ายจุดมุ่งหมายไปที่ Geibikei (=Geibi Gorge) คือในทุกเว็บที่เข้าไปค้นข้อมูล รวมถึงหนังสือนำเที่ยวทั้งหลาย จะลงรูป Geibikei อยู่รูปเดียว มีเรือพายอยู่เป็นฉากหลัง พร้อมๆกับหน้าผาสูง ไอ้เราก็นึกว่าไปถึงแล้ว ถึงจะไม่ลงเรือก็คงเห็น ตามสไตล์สถานที่ท่องเที่ยวของญี่ปุ่นทั่วไป ปรากฏว่าไปถึงแล้วก็ต้องงงงวย... เพราะว่ากลับกลายเป็นว่าถ้าคุณไม่ลงเรือ คุณจะก็ไม่เห็นวิว (แหม่วววว เป็นไงไป) ระยะทางของเส้นทางล่องเรือนี้ก็ประมาณ 2 กิโลเมตร ล่องผ่านหน้าผาหินหลายจุด กินเวลาประมาณ 90 นาที... เราก็เลยเอารูปจากของฝากไปปลอบใจแทนละกัน


Anatoshi Iso 穴通磯

หลังจากนี้เราก็จะออกเดินทางมุ่งหน้าสู่ชายทะเลตะวันออกของจังหวัดอิวาเตะ ตั้งใจว่าจะแวะไปตามจุดชมวิวระหว่างทางริมทะเลไปเรื่อยๆ แต่.... เหตุการณ์กลับไม่เป็นดังคาด เพราะว่าถนนเส้นที่ใช้วิ่งตัดออกทะเล มันเป็นเส้นทางภูเขาทั้งเส้นเลย กินเวลามากกว่าที่วางแผนไว้ แถมจุดชมวิวจุดแรกที่เราไป มันยังต้องขับอ้อมลงใต้ไปอีกหน่อยด้วย เลยกินเวลายาวเลยทีนี้ อีกอย่างที่คิดไว้ผิดก็คือว่า นึกว่ามันจะเป็นเส้นทางเลียบริมทะเล เหมือนกับตอนวิ่งเลียบชายทะเลตะวันออกของฮอกไกโด ที่ไหนได้ มันยังคงเป็นเส้นทางภูเขาเลาะๆเลียบทะเลชนิดว่าเห็นทะเลแว๊บๆเป็นระยะๆ ขนาดที่ว่าแวะดูวิวที่ Anatoshi Iso 穴通磯 ยังต้องจอดรถแล้วเดินทะลุป่าไปนิดๆถึงจะเห็น

ป่าโปร่งระหว่างทางไปดู Anatoshi Iso

Anatoshi Iso

Anatoshi Iso นี่เป็นเกาะในทะเลที่มีลักษณะเป็นภูเขาแล้วก็มีช่องเจาะตรงฐาน 3 ช่อง ขนาดใหญ่พอที่เรือชมวิวจะล่องผ่านได้สบายๆ ใหญ่กว่าที่จินตนาการไว้เยอะเหมือนกัน

จริงๆมันมีจุดชมวิวอีกหลายจุดเลียบทะเลตะวันออกนี่ แต่ด้วยความที่ถนนที่เค้าตัดมันเป็นเส้นเลาะภูเขา หลายจุดชมวิวก็เลยมองไม่เห็นจากถนนที่ขับ แถมตำรวจจังหวัดนี้เค้าขยั๊นนนน ขยัน... ขับตรวจตรากันขะมักขเม้นมากๆ วิ่งกัน 50 กิโลเมตร/ชั่วโมง ตลอดเส้นทาง ก็เลยต้องข้ามดุ้นชมวิว รวมถึงชายทะเลที่คิดว่าจะไปนั่งเล่นพักผ่อนกันออกไป เพื่อไปให้ทันถึงถ้ำมังกร จุดหมายปลายทางของวัน ซึ่งเปิดถึงแค่ 6 โมงเย็นเท่านั้นเอง

Ryusendo 龍泉洞

ถ้ำ Ryusendo หรือถ้ำมังกรนี้ เป็นหนึ่งในถ้ำหินปูนที่มีชื่อเสียงของญี่ปุ่นแห่งนึง ตั้งอยู่ในเมือง Iwaizumi 岩泉 เป็นถ้ำแคบและสูง แล้วก็มีทะเลสาบย่อมๆในถ้ำหลายอัน น้ำในทะเลสาบก็จะใสติดอันดับโลก คือลึกมากกว่า 40 เมตร (อันที่ลึกสุดเกือบ 100 เมตร) แต่ว่าน้ำยังเป็นสีฟ้าใสอยู่ ในถ้ำมีค้างคาวอยู่เยอะมาก แล้วเป็นค้างคาวสีขาวๆ มีน้ำไหลจากเพดาน จากกำแพงหินเป็นระยะๆ แต่ถ้ำไม่ค่อยมีความเป็นถ้ำธรรมชาติหลงเหลืออยู่เท่าไหร่ ทำทางเดินค่อนข้างเดินสบาย เอาพลาสติกใสมาทำเป็นหลังคาทางเดิน กันคนเปียก แล้วก็ต่อบันไดให้เราสามารถปีนขึ้นไปจุดสูงเกือบที่สุดของถ้ำ เพื่อมองลงมาเห็นทะเลสาบสีฟ้าๆ ที่เป็นระยะมากกว่า 35 เมตรด้วย (คือ.. ขึ้นไปแล้วขาสั่น.. จะถ่ายรูปลงมาก็กล้าๆกลัวๆ.. แต่ก็ถ่ายอยู่ดีอ่ะนะ) จุดเด่นของถ้ำก็อยู่ที่ทะเลสาบนี่แหล่ะ ใสจริงๆ พวกหินงอกหินย้อยพวกนี้ ถ้ำที่เมืองไทยมีให้ดูสวยๆกว่าเยอะ

ภายในถ้ำมังกร

ในทุกๆวัน น้ำมากกว่า 17,000 ตันจะไหลออกจากถ้ำสู่แม่น้ำ มีการเอาน้ำที่ได้จากถ้ำนี้ไปบรรจุขวดขายแล้วติดยี่ห้อถ้ำมังกรด้วย ที่ทางเข้าำ้ถ้ำจริงๆก็มีจุดให้คนสามารถมารองน้ำไปกินได้ฟรีด้วย (น้ำที่โรงแรมก็น่าจะมาจากที่นี่แหล่ะ ใส ไม่มีกลิ่น แล้วก็อร่อยทีเดียว)

น้ำจาก Ryusendo

คืนวันนี้เราก็พักที่โรงแรมในเมือง Iwaizumi นี่แหล่ะ ชื่อโรงแรม Ryusendo Ai-zan เมืองเค้าเล็กมากๆ มีอยู่ไม่กี่ถนน แวะไปเช็คอินแล้วก็ออกไปหาอาหารเย็นทาน แล้วก็ไปตุนเสบียงจากซุปเปอร์มาร์เก็ตในเมืองนั่นแหล่ะ เข้าๆออกๆซุปเปอร์กันตั้งหลายที ทริปนี้ไม่มีอดตายแน่นอน

ข้อมูลจากโรงแรมบอกว่า 90% ของเมือง Iwaizumi เป็นป่าไม้ มีพื้นที่อาศัยอยู่แค่ 10% นี่แหล่ะ ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ในเมืองนี้เค้าก็เลยมีความผูกพันกับธรรมชาติค่อนข้างมาก มีการผสมผสานธรรมชาติให้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวัน โรงแรมก็อยากเก็บรักษาวัฒนธรรมพวกนี้ไว้ โดยการเอาไม้เนื้อหอมมาใส่ถุงตาข่าย แล้วก็เอาไปลอยน้ำไว้ในบ่อน้ำร้อนของโรงแรม ให้คนที่ลงแช่น้ำร้อนได้มีธรรมชาติบำบัดจากกลิ่นไม้เนื้อหอมด้วย เวลาลงแช่น้ำร้อนก็แปลกๆนิดนึง แต่ว่าก็ดีเหมือนกัน ชอบที่เค้าใช้ถ่านกรองน้ำที่เปิดใส่บ่อด้วย

วันที่สองของการเดินทาง... แอบเหนื่อยกับการขับรถพอสมควร ระยะทางไกลแล้วถนนไม่ค่อยอำนวย เลย blocking เวลากับสถานที่ไม่ได้ดั่งใจเท่าไหร่ ถ้าแก้ได้คิดว่าจะพล๊อตเส้นทางคนละเส้น ไปแวะหมู่บ้านโทโน๊ะ แล้ววิ่งเข้าเมือง Miyako ก่อนไปถ้ำน่าจะดีกว่า.. -"-

หมายเหตุ: ผู้เขียนได้เขียนบทความบันทึกการท่องเที่ยวของตัวเองไว้ เพื่อเป็นความทรงจำที่ดี และเพื่อเล่าสู่กันฟังกับครอบครัว ญาติ พี่น้อง ผองเพื่อนและผู้มีความสนใจทั่วไป หากจะมีการนำข้อมูลใดๆไปใช้ กรุณาติดต่อผู้เขียนก่อนนะคะ (some rights reserved)

Tuesday, September 18, 2007

Tohoku Road Trip: Day 1

อ๊ะ.. อ๊ะ.. ไม่ต้องให้รอกันนาน เริ่มกันเลยดีกว่า

วันที่ 11 กันยายน 2550

พวกเราสี่ชีวิตเดินทางด้วยสายการบิน ANA ออกจากสนามบินอิตามีที่โอซาก้าด้วยเที่ยวบินตอน 8 โมงเช้า เหมือนจะไม่เช้ามาก แต่ว่าถ้าต้องเดินทางออกจากบ้าน.. ต้องขึ้นรถไฟตอนตี 5 เศษๆถึงจะไปทันเครื่องขึ้น สามชีวิตจากเกียวโตเลยไปอาศัยชายคาบ้านปอย 1 คืน จะได้ร่นเวลาเดินทางตอนเช้ากัน

เครื่องลงที่สนามบินเซนไดประมาณ 9.10 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ ลงเครื่องปุ๊บก็แวะเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว ออกมาอีกทีก็หายไปเกือบหมดทั้งกระเป๋าทั้งคน ระบบกระเป๋าของเค้าเร็วมากๆ พอหยิบโบรชัวร์นำเที่ยวแล้วก็แผนที่ทั้งหลายที่เป็นแบบละเอียดๆได้ก็ไปติดต่อรับรถจากเคาท์เตอร์ Nissan Rental Car เนื่องด้วยครั้งนี้เรากลายเป็นผู้ขับรถอยู่เพียงคนเดียว (โหน่งที่เคยช่วยกันขับตอนไปฮอกไกโด.. ตอนนี้ใบขับขี่ท่านเกิดหมดอายุไปแล้ววว -"-) เราก็พอรู้สังขารอยู่ว่าถ้าได้รถเล็กๆ เครื่องเบาๆ ขับขึ้นเขาลงห้วยตลอด 5 วัน ดิฉันสลบเหมือดแน่ๆ ก็เลยเช่ารถที่ class ใหญ่ขึ้นมาหน่อย เป็น Sedan ปกติ เครื่องแรงประมาณ 1500cc (ได้รุ่น Tida) แล้วก็คิดว่าตัดสินใจไม่ผิด เพราะว่าพื้นที่เก็บของ พื้นที่นั่งข้างใน พวงมาลัยพาวเวอร์ดีๆ คอนโทรลง่ายๆนี่มันสบายต่างกันเย๊อะะะะ

Mt.Zao 蔵王 & Zao Echoline 蔵王エコーライン

ก็นะ.. ได้รถมาแล้ว.. เป้าหมายแรกของวันก็คือยอดเขา Mt.Zao ที่อยู่ในเขตเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมิยาซากิกับยามากะตะ ใช้เส้นทาง Zao Echoline Drive ดูวิวไปปเรื่อยๆจนถึงยอดเขา ถนนเส้นนี้จะสวยมากๆในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แต่ไปช่วงหน้าร้อนก็ได้ความเขียวไปอีกแบบ ประกอบกับว่าอากาศในวันนี้เป็นใจมาก ฟ้าแจ่มๆๆๆๆ สีท้องฟ้าตัดกับสีเมฆขาวๆแล้วก็เขาเขียวๆสวยมาก ระหว่างทางก็เห็นน้ำตกจากยอดเขาสูงๆ ใหญ่มาก (แต่ว่าถ่ายรูปไม่ทัน) แล้วก็แวะที่ Zao National Park ชมวิวกันเล็กน้อย

แลไปไกลๆ เห็นน้ำตกสองอันบนภูเขามั้ย?

หนึ่งสาวกับสองหนุ่ม

Okama お釜

สัญลักษณ์ประจำ Mt.Zao คือตุ๊กตา monster หรือต้นสนที่ถูกหิมะคลุม จนกลายเป็นก้อนๆในช่วงหน้าหนาว แล้วก็ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่รู้จักกันดีในชื่อ Okama (หม้อเหล็ก)นี่เอง ไม่แน่ใจว่าภูเขาไฟนี้ดับไปแล้วรึยัง แต่ว่าระเบิดครั้งสุดท้ายไปเมื่อปี 1895 ก็ร้อยกว่าปีมาแล้วล่ะนะ ผลที่ได้จากการระเบิดครั้งนี้ก็คือทะเลสาบน้ำสีมรกตเขียวๆอย่างนี้นี่เอง Okama นี่เป็นหนึ่งในที่ที่อยากมาเห็นมากใน Tohoku เห็นแล้วนึกถึงปากปล่องภูเขาไฟ Aso ที่คิวชู เพียงแต่ไม่มีควันลอยขึ้นมาเท่านั้นแหล่ะ

Okama ในวันฟ้าใสๆ

อาหารกลางวันวันนี้ก็เอาให้เข้ากับบรรยากาศ คือหมูทอด Okama หรือจริงๆก็คือเอาหมูทอดไปใส่ในหม้อเหล็กดีๆนี่เอง (หม้ออะไรหนักเป็นบ้าเลย)

หมูทอด Okama

Yamadera 山寺

เช้านี้ทำเวลากันดีพอสมควร ก็เลยได้แว๊บไปเที่ยว Yamadera ในจังหวัดยามากะตะด้วย ตอนแรกไม่แน่ใจว่าจะไปกันทันมั้ย เพราะดูแล้วน่าจะใช้เวลาในการเดินทาง แต่เอาเข้าจริงไม่นานเท่าไหร่หรอก ดีใจมากที่มีโอกาสไปเพราะรู้สึกชอบที่นี่มากๆ ใครไปโทฮกคุขอแนะนำที่นี่

แผนที่วัด

ชื่อวัด Yamadera ก็บอกได้เป็นอย่างดีว่ามันคือวัดอยู่บนภูเขา (ชื่อจริงๆคือวัด Ryushakuji) ตอนไปถึงก็แบบ... ไหนหว่าวัด แถวนี้มันจะมีวัดแบบในรูปจริงๆเหรอ พอเข้าไปในวัด เห็นแผนที่แล้วก็อืมมม... วัดบนภูเขาจริงๆ ถึงจะเดินกันไปไม่ถึงยอดแต่ก็เกือบล่ะ บริหารขาเป็นอย่างดี ปีนไปพักไป เป็น hiking เล็กๆ แต่พอขึ้นไปถึงข้างบนแล้วก็เห็นวิวอย่างนี้แหล่ะ ↓


เดินต่อไปอีกหน่อยก็เป็นศาลาชมวิวอย่างนี้ ↓



ตามประวัติ วัดนี้มีความเชื่อมโยงกับวัด Enryakuji บนยอดเขา Hiei ในเกียวโตใกล้ๆบ้านด้วย เป็นวัดในเครือข่ายสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 ไำด้ แต่ก็มีการสร้าง ต่อเติมและซ่อมแซมเป็นระยะๆในเวลาต่อมา


เขียวได้อย่างชุ่มชื่น อากาศก็ดี บนศาลามีคนเหน็บพวกนามบัตร แล้วก็เขียนชื่อไว้ด้วย สงสัยเอาไว้ขอพรให้ประสบความสำเร็จ พวกเรา 4 คนมีโหน่งเพียงคนเดียวที่มีนามบัตรติดตัว เราเลยทำเหมือนกรวดน้ำเลย ขอเขียนชื่อคนที่เหลือเข้าไปด้วย แล้วให้กี้เหน็บให้บนที่สูงๆ กะไม่ให้ปลิวละนะ

ชื่นฉ่ำกับบรรยากาศได้ประมาณนึงก็ต้องรีบลงจากเขาเพราะว่าต้องขับกลับไปเซนไดอีกเป็นระยะพอประมาณ ขาขึ้นเนี่ยะ ใช้เวลากันประมาณ 40 กว่านาทีได้มั้ง ขาลงนี่.. อึดใจเดียว ลงมาซื้อน้ำกิน ป้าใจดีแถม Conyak อาหารชื่อดังของ Yamadera ให้กินฟรีด้วย รสชาติเค็มๆเหมือน conyak ในโอเด้งอ่ะ แต่เอานะได้ลองก็ดีแล้ว ลงมาถึงพื้นดินปุ๊บก็ต้องออกรถ โอย... ขางี้สั่นนนนนนผับๆๆๆเลย แทบจะไม่มีแรงเหยียบคันเร่ง

Okumatsushima 奥松島

ในแผนการเดิมของเราคือจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันที่จุดชมวิวใน Okumatsushima กะว่าไปให้ถึง 6 โมงเย็นน่าจะทัน แต่...... พระอาทิตย์ไม่เป็นใจ ดั๊นนนน ตกไปตั้งแต่ 17.45 น. เราไปถึง Okumatsushima ตามเวลาที่แพลนไว้ เลยได้แต่แสงสุดท้ายของพระอาทิตย์แทน

แดดสุดท้ายที่ Okumatsushima

ไม่เป็นไร ได้บรรยากาศไปอีกแบบ จากนั้นก็ไปเช็คอินที่โรงแรม คืนนี้นอนที่ Sendai Washington Hotel โรงแรม complimentary ที่มากับตั๋วเครื่องบิน ลานจอดรถน้อยและไกลไปหน่อย แต่รวมๆก็โอเค ไปโอเคมากตรงที่ได้บัตรคูปองทานอาหารเช้าบุฟเฟต์ของโรงแรมมูลค่า 1,000 เยนมากับ package ด้วย.. โฮ.. เปรมกันซะ แต่ก่อนจะถึงข้าวเช้า เราไปถึงข้าวเย็นวันนี้ก่อน

มาถึงเซนได อาหารที่กินจะเป็นอะไรไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่อาหารชุดลิ้นวัว แม้แต่ปอยซึ่งปกติไม่กินเนื้อ แต่ลิ้นวัวนี่โอเค ชุดอาหารที่เราสั่งมีสลัดลิ้นวัวรมควัน ซุปหางวัว ลิ้นวัวย่าง แล้วก็สตูว์ลิ้นวัว แอบเยอะไปนิด อิ่มเกิน

อาหารชุดลิ้นวัว

ก็เป็นอันจบสิ้นการเดินทางในวันแรกที่เซนได.... วันที่สองของการเดินทาง เป็นเส้นทางนรกสำหรับการขับรถมากๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟัง

หมายเหตุ: ผู้เขียนได้เขียนบทความบันทึกการท่องเที่ยวของตัวเองไว้ เพื่อเป็นความทรงจำที่ดี และเพื่อเล่าสู่กันฟังกับครอบครัว ญาติ พี่น้อง ผองเพื่อนและผู้มีความสนใจทั่วไป หากจะมีการนำข้อมูลใดๆไปใช้ กรุณาติดต่อผู้เขียนก่อนนะคะ (some rights reserved)

Monday, September 17, 2007

Tohoku Road Trip: เตรียมตัวก่อนเดินทาง

จ่าหัวแบบนี้ แสดงว่าจะมีตามมาอีกหลายโพสต์
ทริปนี้ไปโทฮกคุ หรือภาคอิสานของญี่ปุ่นนี่เอง เป็นทริปที่คิดมาตั้งแต่ปีที่แล้วว่าจะไป แต่พอเข้าปีนี้ก็ไม่เห็นมีวี่แววว่าจะได้ไปเพราะว่างานรัดตัวมั่กๆ นี่ถ้าไม่ได้ติดว่าสัญญากับปอยว่าจะไปนะ อาจจะมีชิ่งได้ ทริปทำท่าจะล่มไม่ล่มแหล่ แล้วสุดท้ายก็ไม่ล่ม ใช้เวลาวางแผนเส้นทางการเดินทางก่อนหน้าวันเดินทางไม่นาน (ประมาณ 2 อาทิตย์) จำนวนสมาชิกก็เพิ่งมาลงตัวกันเอาวันที่จะจองตั๋วเครื่องบินแล้วล่ะ

ความโชคดีในครั้งนี้ (สำหรับเรา) อย่างมากๆคือ... ไม่ต้องนั่ง night bus ไปตามแผนการเดิม ไม่งั้นให้เรานอนในรถบัส 12 ชม. ไปถึงจุดหมาย เช่ารถแล้วขับต่ออีก 5-6 วัน เราต้องตายแน่ๆ ความโชคดีครั้งนี้ได้รับการอนุเคราะห์มาจากพี่สาวคนสวยที่เคาเตอร์การท่องเที่ยวของสหกรณ์เกียวได ซึ่งรู้จักกันเป็นอย่างดี (ก็แน่ละสิ.. ใช้บริการเค้ามานับครั้งไม่ถ้วนนี่นา) เค้าแนะนำแพคเกจเครื่องบินพร้อมที่พัก 1 คืนให้ สิริราคารวมแล้วถูกกว่านั่งรถบัส หรือรถไฟตู้นอนไปอีก เยี่ยมมั่กๆ

เราใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน ขลุกอยู่กับแผนที่แล้วก็หนังสือนำเที่ยวรวมถึงเว็บไซต์ต่างๆของโทฮกคุ ประกอบกับรายชื่อสถานที่ที่ปอยอยากไปดู เอามายำๆรวมกันจนเกิดแผนการเดินทางครั้งนี้ (แล้วปอยส่งรายชื่อสถานที่มาเร็วมาก กดดั๊นนนน กดดัน...) ส่วนที่ยากที่สุดน่าจะเป็นการคำนวณชั่วโมงการขับรถว่าถ้าจะเริ่มเช้านี้ที่นี่ มันจะไปจบลงกลางคืนที่ไหน เพื่อจะได้จองโรงแรมได้... มันก็ต้องหาที่ที่มีโรงแรมราคาไม่แพงจนเกินไปด้วย ส่วนจองโรงแรมก็ได้ปอยมาช่วยไว้ 1 คืน สำหรับคืนวันสุดท้าย ทำแพลนไปก็นึกถึงพ่อไป ไม่สงสัยเลยว่าได้ skill ด้านนี้มาจากใคร ^-^
(มารู้สึกตอนหลังว่าหนังสือนำเที่ยวที่เรามีมันไม่ค่อยช่วยอะไรเราได้เลย ไปดูเล่มที่ปอยมี ข้อมูลต่างกันมากๆ)

เลือกวันอะไรได้แล้ว จองโรงแรมอะไรกันไปเรียบร้อยแล้ว ปรากฏว่าตั๋วเครื่องบินเต็ม..โอย.. กรรม... ต้องมาเลื่อนวัน ต้องยึดเอาวันตั๋วเครื่องบินว่างเป็นหลัก แล้วมาแก้เรื่องจองโรงแรมกันใหม่ เลื่อนวันแล้วเกิดมีโรงแรมเต็มอีก ก็ต้องไปหาที่พักกันใหม่อีก ต้องโทรฯไปคุยกับโรงแรมตั้งหลายทีกว่าเรื่องโรงแรมจะเรียบร้อย แล้วยังต้องจองรถเช่าอีก กว่าทุกอย่างจะเรียบร้อยก็เกือบจะถึงวันเดินทางแล้วล่ะ

ทริปนี้ลงตัวที่ 5 วัน ออกเดินทางไปเมื่อวันอังคารที่แล้ว ลงวันที่ 11 กันยายน แล้วก็กลับสู่บ้านในคันไซกันเมื่อคืนวันที่ 15 กันยายน
สมาชิกเป็นชาย 2 คน คือกี้กับโหน่ง มีผู้หญิง 2 คน คือเรากับปอย (คือทริปนี้เราจะไป double date กันนะฮะ.. คริ)
เส้นทางการขับรถก็เป็นอย่างนี้


แต่ว่าพอถึงวันเดินทางจริงก็มีเพิ่มๆลดๆจุดหมายปลายทางกันบ้างนิดหน่อยให้เหมาะสมกับเวลา

ทริปนี้ต้องขอขอบคุณปอยมากๆที่ช่วยวางแผน ดูเรื่องร้านอาหาร esp. ในเซนได แล้วก็เรื่องข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยว รวมทั้งจองโรงแรมคืนสุดท้ายให้
ขอบคุณโหน่งที่เป็นคุณพ่อหมีใจดี เลี้ยงลุกทริปทั้งทริปเลย คุมเงินไม่ขาดไม่เกินเลยซักกะติ๊ด
ขอบคุณกี้ที่เป็นช่างภาพ (แล้วรูปหน่ะ.. อย่าลืมเอามาให้ด้วยล่ะ) เป็นดีเจ แล้วก็คอยป้อนขนมป้อนน้ำตลอดเวลาที่อยู่ในรถ น้ำหนักที่ขึ้นมายกให้เป็นความผิดขอเธอ.. ฮือๆ

โพสต์เรื่องราวในทริปกับรูป เดี๋ยวตามมาวันหลัง (ถ้าอยากดูรูปเฉยๆ ตอนนี้ไปดูได้แล้วที่ flickr album นะ.. อัพไปแล้วจ้า)

ว่าด้วยเรื่องยารักษาโรค

มาอยู่ต่างบ้านต่างเมืองคนเดียว โดยเฉพาะญี่ปุ่นซึ่งหยูกยามันหน้าตาไม่เหมือนที่ไหนในโลกนี้ เราก็เลยมียาที่พกมาติดบ้านไว้เป็นกล่องใหญ่ๆจริงๆ มีมันเกือบทุกขนานที่เคยมีประวัติเคยใช้มาตั้งแต่ครั้งยังเด็ก
วันก่อนไปเที่ยวแล้วเหลือบเห็นว่ามียาที่หมดอายุติดอยู่ในกระเป๋ายาที่เรามักจะพกไปเที่ยวด้วยทุกครั้ง กลับมาบ้านก็เลยได้ฤกษ์มารื้อตู้ยาซะเลย

ตั้งแต่เป็นไข้หวัดมหาใหญ่เมื่อปีแรกที่มาญี่ปุ่นไปสองทีตอนหน้าร้อนกับหน้าหนาว ภูมิคุ้มกันเชื้อโรคญี่ปุ่นแข็งแรงมาก ไม่เคยป่วยอีกเลย มีบ้างปวดหัวเล็กๆน้อยๆตามเรื่อง แต่ก็นะ.. ไม่นับ ยาที่เคยเอามาติดบ้านไว้มันก็เลยไม่ได้ใช้ มารื้อดูอีกที โห.. มีหมดอายุไปเพียบเลย เลยทิ้งไปเกือบครึ่งตู้ (ใจนึงก็เสียดายนะ ซื้อมาแล้วก็ทิ้งไปเฉยๆ แต่อีกใจนึงก็ว่าดีแล้วล่ะ... เพราะว่ามันหมายความว่าร่างกายแข็งแรง... ^^) แต่ปีนี้ไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย... มีไปเล่นเทนนิสอะไรไปเป็นพักๆ เล่นโยคะบ้างประปราย แต่ก็ไม่สม่ำเสมอล่ะนะ แล้วมันอุปปาทานรึยังไงเนี่ยะ.. รื้อยาแล้วเห็นถุงยาแก้อักเสบที่ยังไม่หมดอายุอยู่หนึี่งกระตั้ก อีกไม่นานก็หมดละนะยาเซ็ตนี้ สงสัยจะเสียดายไม่ได้ใช้ วันนี้มันเลยมาเลย.. อาการหวัด... เจ็บคอ ดูรูปการแล้วว่าถ้าไม่ได้กินยานี่ ยาวแน่เลย ช่วงนี้ยิ่งมหายุ่งอยู่ เลยได้กินมันขึ้นมาจริงๆ ฮือๆ... เพี้ยงงงงง ขอให้ไม่ป่วยๆๆๆๆๆๆๆ ว่าแล้วรีบไปนอนดีก่า...

Monday, September 10, 2007

My best summer -- AYF8 reunion

I'm wordless! It was just so great to reunite with my AYF8 family again in Japan. The original idea was to get together before the first three of our batchmates -- P'Kong, P'Pum and Nafis -- leave the country after their Ph.D. graduation. But at the end, the three plus a few members couldn't join us this time. That was the saddest part of the story. But anyways, half of us managed to make it, as well as Bandai Sensei and our batch in-law to be.

Nine of us met up at Kyoto station at 11 a.m. of Saturday, September 8, had lunch... then came back to Sheuo-Hui's house to prepare Vietnamese style fresh spring rolls for dinner :)

teamwork on spring rolls

great (mental) support for the spring roll team!

done!

After getting all the prep done, we moved to kamogawa for BBQ. Thanks Kee for delivering us the BBQ set nah~~ (see how much my AYF friends can speak Thai, huh? ^^)

Rizka is here!

happy faces ready to eat =P

setting up BBQ fire

our AYF8 members

It was originally forecasted to be sunny out these few days... but it actually poured last night. The heavy clouds stayed over til late morning before the sky cleared up and we got super bright sunshine. When we took off from Sheuo-Hui's house, it was completely sunny. It was still ok when we had our spring rolls before setting up BBQ fire. But all of the sudden... dark clouds replaced the bright sky and it started raining. We were lucky to have decided to move ourselves undershed. It was perfectly right in time!

our new BBQ location
(so many people who were also under the same shed waiting for the rain to stop probably really wanted to have our food. They kept looking at us (or maybe we spoke broken Japanese and also strange languages!!)

arh... I want to describe this picture.. but I think I should leave it for your imagination.. haha =)
*hint* : it has something to do with spring rolls... ^^


We also played games -- guessing the missing dialog from Minna no Nihongo Japanese textbook. When Mary told me she was preparing this game, I was thinking "who the heck would remember?? (cuz I apparently don't! =P)" But I was really wrong. It was amazing to see how we still can remember the lines even until now!! Thanks, Mary!! We had a simple birthdays celebrations for Sheuo-Hui, Pradith and Neri too.

After BBQ clean up, we sent off Bandai Sensei at the bus stop, moved to the hotel and had another movie clips watching time. What did we watch? Our VERY old movie clips from when we were in Malaysia!! The plays in Penang, the graduation speech... they were SOOOOO Hilarious!!! =)

alienated after a long day

hotel members (w/o rizka who left in the early morning)

The next morning, Iizuka sensei also came to see us and stayed for lunch. Such a great time catching up.

quick meet-up with Iizuka sensei

A bit more than 24 hours with AYF friends was just wonderful. It reminds me so much of our time in Malaysia. The longer we are friends, the more I feel grateful to our friendship. Thanks so much everyone!
沢山の山があっても、一緒に乗り越えていきましょう!

Lastly... I'm sorry to have made everyone walked A LOT during this 24 hours!! I really hope you had a great time. Special thanks to Mary for all the kind assistance from the very beginning of this reunion planning. Also to Trang for being so great in food arrangement! Two thumbs up!!

Nafis, Kong and Pum -
Congratulations for another step of the success! We are so proud of you, doctors! It will be more difficult for us to meet when you leave back to your home country... but I believe the world is small. We'll surely meet again some time, somewhere. Stay in touch!

Tangin, Dwi, Mamun, Kyaw, Samol and Vutha - we really missed you! Better make sure we get to see you sometimes before you leave the country. Good luck with your researches. Next year, too many people are graduating. We'll miss you even more!

Btw, we watched our Penang play clips and had such a great laugh for Sakura-chan and her catwalk trainer, Mary and Pum's next door neighbor crush, the penguin dance, the gypsy fortune telling, and Cindy-chan. How I wish we were all here.

Fujimoto-san -- thank you so much for a lovely postcard. It's so touching :)
Mito-sensei -- enjoy Hong Kong. Come back for a visit too, k!
Inomata-sensei -- too bad you cannot come. let's meet in Tokyo instead, then!

Thanks again everyone... you guys had made my summer very memorable. Miss you!!!

(Members for this reunion: Sheuo-Hui, Trang (and Haoi-san), Neri, Mary, Pradith, Phao, Rizka, Mai, Bandai-sensei, Min and Nini (our in-law-to-be AYF9)

Wednesday, September 05, 2007

moving lab...

Noooooooo.... I didn't change professors!! I'm talking about physically moving my work office.

boxes

my old desk space & bookshelves

Kou and Matsuura-san


The place I used to be is a part of law building and they were calling back their space. Result --> I needed to move back to Econ. building. ("move back" because I originally was placed here, but asked for a transfer to law building last year to be with my senpais...) Now I'm back to my old building, but a room next to the old one. Well.. so far so good. People here are nice :)