วันที่ 11 กันยายน 2550
พวกเราสี่ชีวิตเดินทางด้วยสายการบิน ANA ออกจากสนามบินอิตามีที่โอซาก้าด้วยเที่ยวบินตอน 8 โมงเช้า เหมือนจะไม่เช้ามาก แต่ว่าถ้าต้องเดินทางออกจากบ้าน.. ต้องขึ้นรถไฟตอนตี 5 เศษๆถึงจะไปทันเครื่องขึ้น สามชีวิตจากเกียวโตเลยไปอาศัยชายคาบ้านปอย 1 คืน จะได้ร่นเวลาเดินทางตอนเช้ากัน
เครื่องลงที่สนามบินเซนไดประมาณ 9.10 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเศษๆ ลงเครื่องปุ๊บก็แวะเข้าห้องน้ำแป๊บเดียว ออกมาอีกทีก็หายไปเกือบหมดทั้งกระเป๋าทั้งคน ระบบกระเป๋าของเค้าเร็วมากๆ พอหยิบโบรชัวร์นำเที่ยวแล้วก็แผนที่ทั้งหลายที่เป็นแบบละเอียดๆได้ก็ไปติดต่อรับรถจากเคาท์เตอร์ Nissan Rental Car เนื่องด้วยครั้งนี้เรากลายเป็นผู้ขับรถอยู่เพียงคนเดียว (โหน่งที่เคยช่วยกันขับตอนไปฮอกไกโด.. ตอนนี้ใบขับขี่ท่านเกิดหมดอายุไปแล้ววว -"-) เราก็พอรู้สังขารอยู่ว่าถ้าได้รถเล็กๆ เครื่องเบาๆ ขับขึ้นเขาลงห้วยตลอด 5 วัน ดิฉันสลบเหมือดแน่ๆ ก็เลยเช่ารถที่ class ใหญ่ขึ้นมาหน่อย เป็น Sedan ปกติ เครื่องแรงประมาณ 1500cc (ได้รุ่น Tida) แล้วก็คิดว่าตัดสินใจไม่ผิด เพราะว่าพื้นที่เก็บของ พื้นที่นั่งข้างใน พวงมาลัยพาวเวอร์ดีๆ คอนโทรลง่ายๆนี่มันสบายต่างกันเย๊อะะะะ
Mt.Zao 蔵王 & Zao Echoline 蔵王エコーライン
ก็นะ.. ได้รถมาแล้ว.. เป้าหมายแรกของวันก็คือยอดเขา Mt.Zao ที่อยู่ในเขตเชื่อมต่อระหว่างจังหวัดมิยาซากิกับยามากะตะ ใช้เส้นทาง Zao Echoline Drive ดูวิวไปปเรื่อยๆจนถึงยอดเขา ถนนเส้นนี้จะสวยมากๆในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แต่ไปช่วงหน้าร้อนก็ได้ความเขียวไปอีกแบบ ประกอบกับว่าอากาศในวันนี้เป็นใจมาก ฟ้าแจ่มๆๆๆๆ สีท้องฟ้าตัดกับสีเมฆขาวๆแล้วก็เขาเขียวๆสวยมาก ระหว่างทางก็เห็นน้ำตกจากยอดเขาสูงๆ ใหญ่มาก (แต่ว่าถ่ายรูปไม่ทัน) แล้วก็แวะที่ Zao National Park ชมวิวกันเล็กน้อย


Okama お釜
สัญลักษณ์ประจำ Mt.Zao คือตุ๊กตา monster หรือต้นสนที่ถูกหิมะคลุม จนกลายเป็นก้อนๆในช่วงหน้าหนาว แล้วก็ทะเลสาบปากปล่องภูเขาไฟที่รู้จักกันดีในชื่อ Okama (หม้อเหล็ก)นี่เอง ไม่แน่ใจว่าภูเขาไฟนี้ดับไปแล้วรึยัง แต่ว่าระเบิดครั้งสุดท้ายไปเมื่อปี 1895 ก็ร้อยกว่าปีมาแล้วล่ะนะ ผลที่ได้จากการระเบิดครั้งนี้ก็คือทะเลสาบน้ำสีมรกตเขียวๆอย่างนี้นี่เอง Okama นี่เป็นหนึ่งในที่ที่อยากมาเห็นมากใน Tohoku เห็นแล้วนึกถึงปากปล่องภูเขาไฟ Aso ที่คิวชู เพียงแต่ไม่มีควันลอยขึ้นมาเท่านั้นแหล่ะ

อาหารกลางวันวันนี้ก็เอาให้เข้ากับบรรยากาศ คือหมูทอด Okama หรือจริงๆก็คือเอาหมูทอดไปใส่ในหม้อเหล็กดีๆนี่เอง (หม้ออะไรหนักเป็นบ้าเลย)

Yamadera 山寺
เช้านี้ทำเวลากันดีพอสมควร ก็เลยได้แว๊บไปเที่ยว Yamadera ในจังหวัดยามากะตะด้วย ตอนแรกไม่แน่ใจว่าจะไปกันทันมั้ย เพราะดูแล้วน่าจะใช้เวลาในการเดินทาง แต่เอาเข้าจริงไม่นานเท่าไหร่หรอก ดีใจมากที่มีโอกาสไปเพราะรู้สึกชอบที่นี่มากๆ ใครไปโทฮกคุขอแนะนำที่นี่

ชื่อวัด Yamadera ก็บอกได้เป็นอย่างดีว่ามันคือวัดอยู่บนภูเขา (ชื่อจริงๆคือวัด Ryushakuji) ตอนไปถึงก็แบบ... ไหนหว่าวัด แถวนี้มันจะมีวัดแบบในรูปจริงๆเหรอ พอเข้าไปในวัด เห็นแผนที่แล้วก็อืมมม... วัดบนภูเขาจริงๆ ถึงจะเดินกันไปไม่ถึงยอดแต่ก็เกือบล่ะ บริหารขาเป็นอย่างดี ปีนไปพักไป เป็น hiking เล็กๆ แต่พอขึ้นไปถึงข้างบนแล้วก็เห็นวิวอย่างนี้แหล่ะ ↓

เดินต่อไปอีกหน่อยก็เป็นศาลาชมวิวอย่างนี้ ↓


ตามประวัติ วัดนี้มีความเชื่อมโยงกับวัด Enryakuji บนยอดเขา Hiei ในเกียวโตใกล้ๆบ้านด้วย เป็นวัดในเครือข่ายสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 9 ไำด้ แต่ก็มีการสร้าง ต่อเติมและซ่อมแซมเป็นระยะๆในเวลาต่อมา

เขียวได้อย่างชุ่มชื่น อากาศก็ดี บนศาลามีคนเหน็บพวกนามบัตร แล้วก็เขียนชื่อไว้ด้วย สงสัยเอาไว้ขอพรให้ประสบความสำเร็จ พวกเรา 4 คนมีโหน่งเพียงคนเดียวที่มีนามบัตรติดตัว เราเลยทำเหมือนกรวดน้ำเลย ขอเขียนชื่อคนที่เหลือเข้าไปด้วย แล้วให้กี้เหน็บให้บนที่สูงๆ กะไม่ให้ปลิวละนะ
ชื่นฉ่ำกับบรรยากาศได้ประมาณนึงก็ต้องรีบลงจากเขาเพราะว่าต้องขับกลับไปเซนไดอีกเป็นระยะพอประมาณ ขาขึ้นเนี่ยะ ใช้เวลากันประมาณ 40 กว่านาทีได้มั้ง ขาลงนี่.. อึดใจเดียว ลงมาซื้อน้ำกิน ป้าใจดีแถม Conyak อาหารชื่อดังของ Yamadera ให้กินฟรีด้วย รสชาติเค็มๆเหมือน conyak ในโอเด้งอ่ะ แต่เอานะได้ลองก็ดีแล้ว ลงมาถึงพื้นดินปุ๊บก็ต้องออกรถ โอย... ขางี้สั่นนนนนนผับๆๆๆเลย แทบจะไม่มีแรงเหยียบคันเร่ง
Okumatsushima 奥松島
ในแผนการเดิมของเราคือจะไปดูพระอาทิตย์ตกดินกันที่จุดชมวิวใน Okumatsushima กะว่าไปให้ถึง 6 โมงเย็นน่าจะทัน แต่...... พระอาทิตย์ไม่เป็นใจ ดั๊นนนน ตกไปตั้งแต่ 17.45 น. เราไปถึง Okumatsushima ตามเวลาที่แพลนไว้ เลยได้แต่แสงสุดท้ายของพระอาทิตย์แทน

ไม่เป็นไร ได้บรรยากาศไปอีกแบบ จากนั้นก็ไปเช็คอินที่โรงแรม คืนนี้นอนที่ Sendai Washington Hotel โรงแรม complimentary ที่มากับตั๋วเครื่องบิน ลานจอดรถน้อยและไกลไปหน่อย แต่รวมๆก็โอเค ไปโอเคมากตรงที่ได้บัตรคูปองทานอาหารเช้าบุฟเฟต์ของโรงแรมมูลค่า 1,000 เยนมากับ package ด้วย.. โฮ.. เปรมกันซะ แต่ก่อนจะถึงข้าวเช้า เราไปถึงข้าวเย็นวันนี้ก่อน
มาถึงเซนได อาหารที่กินจะเป็นอะไรไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่อาหารชุดลิ้นวัว แม้แต่ปอยซึ่งปกติไม่กินเนื้อ แต่ลิ้นวัวนี่โอเค ชุดอาหารที่เราสั่งมีสลัดลิ้นวัวรมควัน ซุปหางวัว ลิ้นวัวย่าง แล้วก็สตูว์ลิ้นวัว แอบเยอะไปนิด อิ่มเกิน

ก็เป็นอันจบสิ้นการเดินทางในวันแรกที่เซนได.... วันที่สองของการเดินทาง เป็นเส้นทางนรกสำหรับการขับรถมากๆ แล้วจะมาเล่าให้ฟัง
หมายเหตุ: ผู้เขียนได้เขียนบทความบันทึกการท่องเที่ยวของตัวเองไว้ เพื่อเป็นความทรงจำที่ดี และเพื่อเล่าสู่กันฟังกับครอบครัว ญาติ พี่น้อง ผองเพื่อนและผู้มีความสนใจทั่วไป หากจะมีการนำข้อมูลใดๆไปใช้ กรุณาติดต่อผู้เขียนก่อนนะคะ (some rights reserved)
8 comments:
แล้วของวันที่ 2 3 4 5 ล่ะ อัฟเร็ว ๆ เด้อ หุหุ
อิอิ มาเร็วทันใจ
โชคดี วันแรก อากาศดี เลยเห็น Okama แบบสวยๆ
มื้อเย็น อิ่มมากๆๆ ตอนแรกมีคนบอกจะกิน ซูชิ อีก อิอิ
ทะเลสาปสวยมั่กๆอ๊า
เห็นหมูทอดแล้วอยากทานเลย
ahhh i c....it's a tum-ma-chart trip huh?!?!....
u should have gone to that museum to buy mom that little Gaun-Teen girl stuff for mom! hahaha
เฮ้ย.. ไม่ได้เขียนเองอย่ามาเร่งดิ.. มันเยอะนะคุณ เหลืออีก 4 วันก็ค่อยๆรอกันต่อปายยยย
ทะเลสาบนี่มันตื้นขึ้นทุกๆปีแหล่ะน้องออม ดินจากรอบๆปากปล่องมันร่วงลงมาถมทะเลสาบเรื่อยๆ หลังจากที่ภูเขาไฟระเบิดไปครั้งสุดท้่าย ตอนนี้ถูกถมไปราวๆ 50-60% แล้วล่ะ ไม่รู้ว่าจะถูกถมไปเรื่อยๆป่าว ไม่แน่อีกสิบปีถัดไป รูปร่างทะเลสาบอาจจะไม่เป็นอย่างนี้แล้วก็ได้
จิ๋ว -- ไม่รู้นี่ว่าใน museum นั้นมีไอ้ตุ๊กตาหน้ากวนประสาท ไว้ไปซื้อเอาที่อื่น ละกัน =)
น่าไปมากๆ ธรรมชาติงามงด
อากาศแจ่มดีจริง
บรรยากาศดีจัง ที่ส้มไปไม่ค่อยได้เที่ยวชมธรรมชาติเท่าไหร่เลย มีแต่วัด กับ งานมัตสึริ
ไว้อาคิ ไปอีกรอบดีก่า
Post a Comment