Showing posts with label music. Show all posts
Showing posts with label music. Show all posts

Tuesday, October 06, 2009

แม่นาค เดอะ มิวสิคัล | restage!

แวะมาช่วยประกาศ... แม่นาค เดอะ มิวสิคัล จะกลับมา restage อีกครั้ง... เริ่มเปิดจองบัตรแล้วตั้งแต่วันนี้... เย่!

*******************************************
5 ตุลาคม จำหน่ายบัตร www.bananabooking.com
แม่นาค เดอะ มิวสิคัล จะกลับมาอีกครั้ง 4/5/6/11/12/13 ธันวาคมนี้ เพียง 6 รอบเท่านั้น และหลังจากครั้งนี้คงนานมากๆถ้าจะกลับมาอีกครั้งนะคะ เพราะปีหน้ามีละครเรื่องใหม่จ่อคิวอยู่หลายเรื่อง เราจะจำหน่ายบัตรวันแรกวันที่ 5 ต.ค. ที่ www.bananabooking.com หรือ banana hot line 0802600771-6 ซึ่งเป็นระบบจำหน่ายบัตรที่เราพัฒนาขึ้นมาเองค่ะ โดยเราจะมอบส่วนลด 15% ทุกราคาบัตร จนถึงวันที่ 20 ต.ค. นี้นะคะ ขอขอบคุณท่านผู้ชมทุกท่านที่สนับสนุนเรามาตลอดค่ะ

www.bananabooking.com
*******************************************

Wednesday, September 23, 2009

คนไม่มีเวลา - ว่าน ธนกฤต



ฉากเก่าๆ ยังจำไว้ในใจ เคยรักเธอยังไง รักเธอดังเดิม
ภาพทุกภาพยังตามติดอยู่ไม่หายไป
เสียงหัวเราะบนความอ่อนไหว

เจ็บปวดรู้ไหม ไม่อยากเคลื่อนไหว ไม่อยากทำร้ายใคร
มันยังไม่พร้อมมีใครใช่ไหม จะขอรอเธออย่างเดิม

* เธออยากกลับมาไหม อยู่ตัวคนเดียวไม่เหลือใคร
เหงาเกินไปบ้างไหมเธอ
รออยู่ไม่ไปไหน ปล่อยให้เวลาผ่านฉันไป
เพราะลืมเธอไม่ไหวไม่ได้อยู่ดี

สิ่งใหม่ๆ ไม่เคยให้เข้ามา คนไม่มีเวลา แม้นานยังไง
แค่พรุ่งนี้วันเดียวที่ตื่นมาหายใจ
และเพื่อพร้อมรอเธอต่อไป

เหน็ดเหนื่อยรู้ไหม ไม่อยากเคลื่อนไหว ไม่อยากทำร้ายใคร
มันยังไม่พร้อมมีใครใช่ไหม จะขอรักเธออย่างเดิม

ซ้ำ *

ความทรงจำที่ดีฉันขอให้มันไม่หายไป
แต่เธอคงจะลืมเมื่อเธอมีใคร
กาลเวลาอาจมีเงื่อนไข แต่แตกต่างจากใจของฉัน
ที่จะรอเพียงเธอเหมือนเดิม

ยังรออยู่ ไม่ไปไหน ปล่อยให้เวลาผ่านฉันไป
ฉันลืมเธอไม่ไหว ไม่ได้อยู่ดี



.........................
ขอให้กำลังใจกับครอบครัวคุณบีด้วยค่ะ

Sunday, June 14, 2009

เฉลียง 3 ฝ่าย

ในที่สุดก็ได้ไปดูจนได้... แบบว่าหาบัตรกันได้ในวันศุกร์ก่อนจะมีงานเลยทีเดียว (ขอบคุณเจี๊ยบด้วยที่อุตส่าห์เลี้ยงเบียร์คนขายบัตรเลยได้ส่วนลดมา 10% -- จุ๊ๆ อย่าเข้าใจผิด... คือว่าฝาเบียร์สิงห์ 2 ฝาสามารถใช้เป็นส่วนลดได้... คนขายบัตรเลยบอกว่า... "ไม่มีไม่เป็นไรครับ ก็เลี้ยงเบียร์ผม 2 ขวด แล้วเดี๋ยวผมไปเอาฝามาให้" ๕๕๕ คนไทยจริงๆ)

"เฉลียง ๓ ฝ่าย มหรสพพูดและเพลงตอนคนจะไทย ใครจะทน" เป็นอีกงานที่แฟนเฉลียงไม่น่าพลาด แต่จะว่าไป... คนน้อยกว่าที่คิด... เลยชักไม่แน่ใจว่าเฉลียงรุ่นใหญ่ทั้งสามนี้จะพ่ายแพ้ประชานิยมในเฉลียงรุ่นเล็กทั้งพี่จุ้ย พี่เกี๊ยง พี่นกรึเปล่า... (๕๕๕)



เฉลียง ๓ ฝ่ายมีใครกันมั่ง?

ฝ่ายที่ ๑: เจ้าถิ่นยังดี “ดี้ นิติพงษ์ ห่อนาค”
ผู้ที่มีคำตอบสำหรับทุกคำถาม ของอย่างนี้มันมีที่มาที่ไป แต่บางอย่างก็ไม่มี (อือ,แล้วแต่นะ...)

ฝ่ายที่ ๒: ไม่ใช่ฝ่ายค้านก็แค่ช่างสงสัย “เจี๊ยบ วัชระ ปานเอี่ยม”
ผู้ที่ชอบคิด เปิดประเด็น เห็นอะไรก็เป็นคำถาม (เอ่อ...)
และสุดท้ายฝ่ายที่ ๓: นกลางคอยสรุป “แต๋ง ภูษิต ไล้ทอง”
ผู้ที่คอยไกล่เกลี่ย เฉลี่ยมุมมอง แต่ก็ชอบคิดบวก (คือมันอย่างงี้...)
หลายคนสงสัยว่าแล้วทำไมถึงตั้งชื่อเป็น ๓ ฝ่ายทั้งๆที่จริงๆแล้วเฉลียงมีตั้ง ๖ คน?? เอาอีก ๓ คนหายไปไหนแล้วเนี่ยะ??
- สมาชิกทั้ง ๓ ฝ่ายเห็นพ้องเป็นเสียงเดียวกันว่า... "ไม่ได้หรอก... เอาเฉลียงรุ่นน้องๆคนอื่นๆมา เดี๋ยวมันแย่งซีน!"
บอกว่าถ้าเอามาหมดวง มันจะกลายเป็นเฉลียง ๒ ฝ่าย คือ "ฝ่ายแก่" และ "ฝ่ายอ่อน" (ฮาฮา)
สมาชิกรุ่นเดอะของเฉลียงเลยยืนหยัดว่าจะจัดกันแค่ ๓ คน กลายเป็น ๓ ฝ่ายไปซะงั้น :)



พูดถึงเฉลียงแล้วคุณคิดถึงอะไร?

- สำหรับเราแล้วเราคิดถึงวงตัวโน้ตอารมณ์ดี ใครเคยได้ยินเพลงเฉลียงจะรู้ว่าความง่ายๆ ความสบายๆ เหมือนเวลานั่งเล่นอยู่ที่เฉลียงบ้านนั้นมันแฝงไว้ด้วยข้อคิดดีๆมากมาย อย่างเพลง "นายไข่เจียว" ที่พี่ดี้แต่งนี่เป็นหนึ่งในเพลงโปรดของเราจากวงเฉลียงเลย... (ไม่อยากจะบอกว่าแล้วตอนนี้มันมีรถเข็นขายข้าวโปะไข่เจียวราคา ๑๐ บาทอยู่ข้างถนนหรือแม้แต่ตามฟู๊ดเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯมากๆมาย รายได้เพียบ!) การมองโลกเอียงๆ เสียดๆสีๆสังคมบ้างในบางทีก็ให้ข้อคิดกับชีวิตได้อย่างไม่น่าเชื่อ...



โชว์ใหม่สนุก (มุข) ไม่ซ้ำใคร ได้ข้อคิด สะกิดทุกวัย
กับครั้งแรกของเฉลียง 3 ฝ่าย โดยประมาณ
ที่ขอมาประลองฝีปากมันส์ๆ กับหลากเรื่องคันๆปนน่ารักของคนไทย
พร้อมสุขสันต์กับเพลงแต่งใหม่สไตล์เฉลียง สำหรับงานนี้โดยเฉพาะ !

มาวันนี้ “ยังดี” ขอเปิดอารมณ์แบบกบฏโชว์อีกครั้ง ภายใต้ความสุขรูปแบบใหม่ กับนิยามศัพท์ใหม่ สไตล์เฉลียง ที่จะมาประชัดประชัน เสียดสี (นิสัย) คนไทย แต่ไม่รุนแรง เอาแค่พอคันหัวใจ ฟังแล้วได้ข้อคิด รับรองสุขสันต์หรรษา เพราะทอล์คโชว์ทั่วไปไม่ปรากฏความฮาแบบนี้ งานนี้หลากสีสามัคคีกันเถิด ว่าแล้วก็มาระเบิดอารมณ์ปนรอยยิ้มด้วยกันใน “เฉลียง 3 ฝ่าย” ภูมิใจเสนอ มหรสพพูดและเพลง ตอน คนจะไทย ใครจะทน”

(คำโปรยบางส่วนจาก www.thaiticketmajor.com)


ระยะเวลาประมาณ ๓ ชั่วโมงเกือบครึ่งจากมหรสพครั้งนี้ให้รอยยิ้มและข้อคิดแบบเฉลียงๆหลายอย่าง

ข้อที่ชอบ
- เป็นการแสดงที่เริ่มตรงเวลาดีมากกกก!!!! คอนเสิร์ตหรือการแสดงอื่นๆควรเอาเยี่ยงอย่าง
- ได้เห็นพี่ๆ ๓ คน (ต้นฉบับบอยแบนด์ยุคแรกๆของเมืองไทย) มาแด๊นซ์ในเพลง Nobody... ไม่น่าเชื่อ!
- multimedia น่ารักดี
- ได้ฟังเพลงแต่งใหม่เสียดสีสังคมได้อย่างไม่น่าเกลียดอย่างเพลง "เข้าใจแพนด้า" (อันนี้ตั้งชื่อเอง... ฮาฮา)
- ได้รู้เป็นครั้งแรกว่าเดี๋ยวนี้รถนิยมติดสติ๊กเกอร์บอกว่า "รถคันนี้สี XXX"! (คนไทยนี่เชื่อโชคเชื่อลางกันจริงๆ เลยยย)
- ชอบตอนรายงานข่าวกับตอน Wallpaper บางตอนเป็นพิเศษ ไว้รอดูดีวีดี วีซีดี หรือเทปบันทึกภาพกันเองนะจ้ะ
- ขอบคุณสปิริตพี่ๆทั้ง๓ คน โดยเฉพาะพี่เจี๊ยบกับพี่แต๋ง ที่ขนาดป่วยมากยังเต็มที่

ข้อที่ไม่ค่อยชอบ
- บางตอนเนิบๆไปนิดนึง หรือว่าเลย์เอาท์สถานที่มันไม่อำนวยก็ไม่รู้เหมือนกัน
- คนชอบเฉลียง มีความคิดเอียงๆ คล้ายๆกัน ทำไม๊ ทำไมยังมีคนแอบถ่ายวิดีโอเวลาดูอยู่อีกอ่ะ??
- ควรเปลี่ยนสถานที่จัดอย่างมากกกกกก เนื่องจากมหรสพมันเป็นกึ่งทอล์คโชว์... แต่ธันเดอร์โดมนี่ยังกะสนามกีฬา เก้าอี้ที่นั่งเป็นเก้าอี้ปูนแบบสเตเดี่ยมเชียว... แบบว่าถ้าเอาเบาะรองก้นมาพร้อมอาหารปิคนิคนี่เหมือนดูทีวีอยู่บ้านได้เลย... นั่ง ๓ ชม.ครึ่งนี่แอบเจ็บบั้นท้ายนะฮะ... ถ้าเปลี่ยนสถานที่จัดให้เหมาะกับลักษณะงานมากกว่านี้ได้คงจะทำให้คนเพลิดเพลินกับการแสดงนี้ได้อีกเยอะทีเดียว (ฝากไปยังน้องๆยังดีด้วยนะจ้ะ)

(ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพบางส่วนจากเว็บ
www.iamyoungdee.com)



Sunday, December 07, 2008

A Real Superstar

I didn't intend for this post to be right exactly on his birthday, but just watching his concert clip makes me feel so overwhelmed. Who am I talking about? Well, let's take a look!




The person I'm talking about is Bird Thongchai McIntyre, a very famous singer and performer in Thailand.

Bird Thongchai or whom the Thais know as "P'Bird" is a very stunning performer. I don't think there is a single Thai who doesn't know who P'Bird is. And I bet everyone knows and can sing at least one of his songs.

Can you imagine someone at the age of 50 doing something like this? TWENTY TWO years after he released his first album, he still has a lot of fans and they are from all ages -- little kids until grandpa, grandma, all occupations, all social status, and all over the country. (I actually knows a Japanese who is crazy of Bird and really paid for everything just to get herself over to Thailand and see his performance and come back to work!)

For any concert he performs, all the tickets are usually sold out very fast. The tickets for this particular concert in the clip were from 500 Baht (~1,500 yen) up to 5,000 Baht (~15,000 Yen). My gosh!! 5,000 Baht!! That ain't cheap at all. But he still managed to fill up the hall with his fans who were willing to scream, shout, sing and dance the whole 3 hours through. It's just amazing! If I were in Thailand, I think I would have gone to his concert too. :) Not a big fan, but it's undeniable that he is a really good performer and his concert is something worth seeing.

His motto is "Bird loves everyone เบิร์ดรักทุกๆคน" and I think he proves it well. Many singers have dreamed of becoming the guest singers at his concert. The dancers also dream of dancing on stage for his concert. It's just overwhelming to see how he can do all this. If you are to call someone a 'superstar', I think he really deserves it.

Friday, November 07, 2008

ลูกกรุงทันสมัย.. โดนใจจาก "สวีทนุช"

รักยุคไฮเทค


แรกเริ่มเดิมทีเดียวอยากเอาเพลงชุดใหม่ของสวีทนุชที่ร้องเพลง "อกหัก" ของ Bodyslam มาให้ฟัง.. แต่ว่าหาไฟล์ไม่ได้.. ก็เลยย้อนกลับไปเอาเพลงแรกในชุดแรกของสวีทนุชชื่อ "รักยุคไฮเทค" มาให้ฟังกัน

"สวีทนุช"คือใคร??
เราได้ยินชื่อ "สวีทนุช" ครั้งแรกตอนไปอ่านบล๊อกพี่ Little Jazz เมื่อหลายเดือนก่อนแล้วชวนให้สะดุดหูและโดนใจ... เพราะน้ำเสียงและดนตรีแบบลูกกรุง (ชัดๆ) แต่เนื้อหาร่วมสมัยชนิดวัยรุ่นฟังแล้วต้องบอกว่าแนวมากกกก

"สวีทนุช"
เป็นชื่อใช้ในการออกอัลบั้มของคุณวรนุช กนกากร ซึ่งเหมือนว่าลูกสาวจะเป็นคนช่วยตั้งให้ คุณวรนุชนี่เกิดปีพ.ศ. 2485 เคยเป็นนักร้องเพลงไทยเดิมให้กับรายงานเพลินเพลงกับนฤพนธ์ทางช่อง 4 (บางขุนพรหม) แล้วก็แต่งงานไปซะก่อนเลยไม่ได้เข้าวงการเพลงอย่างเต็มตัว ปัจจุบันเป็นนักร้องของวงธนาคารออมสิน เพิ่งจะได้มีอัลบั้มชุดแรกเป็นของตัวเองก็เมื่อต้นปี 2551 ที่ผ่านมานี่เอง โดยมีคุณลูกเขย บรรณ สุวรรณโณชิน เป็นโปรดิวเซอร์ให้ อัลบั้มแรกให้ชื่อว่า "ต้นฉบับเสียงหวาน" (คุณลูกเป็นคนคิดชื่ออัลบั้มให้อีกเช่นกัน) แล้วก็ยิงซิงเกิ้ลเปิดตัวก็คือเพลง "รักยุคไฮเทค" นี่แหล่ะ ออกมาจนฮือฮาไปในหมู่คนฟังอินดี้ทีเดียว

อัลบั้มแรก... ต้นฉบับเสียงหวาน


ตอนนี้สวีทนุชมีงานเพลงชุดที่สองแล้ว ชื่อ "สนุกนึก" เป็นการ cover เอาเพลงยอดฮิตมากทำใหม่ แนะนำให้ไปหาฟัง.. แล้วจะรู้ว่าลูกกรุงก็แนวได้เหมือนกัน ^^

อัลบั้มที่สอง... สนุกนึก


ป.ล. หาเจอแต่ไฟล์ตัวอย่างของเพลง "อกหัก" ที่บ้านสนามหลวงมิวสิคนะ

ที่มาข้อมูล: wikipedia,

Wednesday, October 29, 2008

LOVE YOU NEVER DIE

LOVE YOU NEVER DIE... ชื่อซิงเกิลเพลงใหม่ของนูโว...



กลิ่นอายใหม่ของนูโว ใช้ sound ใหม่ที่ไม่เคยได้ยินกับนูโวมาก่อน แต่ก็เรียกว่าเป็นการปรับเปลี่ยนให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไปดูคอนเสิร์ตคงมันดี... (เค้ามีคอนเสิร์ตเปิดตัวไปเมื่อวันที่ 25 ต.ค.ที่ผ่านมาอ่ะนะ)

นูโวนี่เป็นวงที่เรารู้จักกันมาแต่เด็กๆ เด็กจริงๆ เพราะนั่นมัน 20 ปีมาแล้วนะกับอัลบั้มแรกของนูโว เป็นอย่างนี้ตั้งแต่เกิดเลยยยยย ยังจำวันที่นั่งท่องชื่อสมาชิกวงอยู่ได้แม่น เวลาถามจิ๋วตอนเด็กๆว่า "นี่ๆ สมาชิกนูโวมีใครมั่ง"... ก็จะได้คำตอบว่า "โจ จอห์น ก้อง ใหม่ สุ ปีเต้อออออร์" ต้อง "เต้อออออออ" เสียงสูงๆด้วยนะ =)

20 ผ่านไป อะไรๆก็เปลี่ยนไป นูโวย้ายบ้านมาโซนี่ บีเอ็มจีฯ ลุคใหม่ แต่ก็น่าจะได้ใจแฟนเพลงเดิมไม่น้อยทีเดียว... ขอก๊อปสกู๊ปจากเว็บโซนี่ บีเอ็มจีฯมาเผื่อแผ่ ใครอยากไปฟังสัมภาษณ์กับเบื้องหลังการถ่ายเอ็มวีตัวแรกก็ไปที่ http://www.sonybmg.co.th/ ได้... แล้วจะรู้ว่าจริงๆแล้วนูโวก็ไม่ได้เปลี่ยนไป...



NUVO – NUVO NOW 2.0

การกลับมาพร้อมค่ายใหม่, อัลบั้มใหม่ และคอนเสิร์ตใหญ่ของ NUVO
• นูโว ชื่อนี้การันตีถึงชื่อเสียงและคุณภาพของคนดนตรีทั้ง 6ได้เป็นอย่างดี วันนี้ นูโว พร้อมแล้วกับการก้าวเข้าสังกัดใหม่ล่าสุด โซนี่ บีเอ็มจี มิวสิคเอนเทอร์เทนเมนต์ กับผลงานใหม่ ‘NUVO NOW 2.0’ พร้อมกับแนวเพลงและภาพลักษณ์ที่ร่วมสมัยมากขึ้น แต่ยังคงมีเนื้อหาเพลงเน้นความรัก ให้กำลังใจและสร้างสรรค์สังคมเช่นเดิม
• ชื่ออัลบั้ม NUVO NOW 2.0 ได้ไอเดียมาจากการไม่ติดยึดกับอดีต ไม่หวังพึ่งอนาคตจนเกินไป แต่อยู่กับปัจจุบัน กับทุกๆความรู้สึก อย่างเช่น เวลาฟังเพลงของนูโวในวันนี้ ก็อยากจะให้รู้สึกว่า NUVO NOW
• ส่วน 2.0 ในที่นี้ ก็จะมาจากการเปลี่ยนเวอร์ชั่น เมื่อ 20 ปีที่แล้ว คือ นูโว เวอร์ชั่น 1.0 พอย้ายมาอยู่บ้านใหม่ คือ เวอร์ชั่น 2.0 คือการพัฒนาให้มันดีขึ้นนั่นเอง นอกจากนี้ NUVO NOW 2.0 ยังมีความหมายแฝงที่น่าค้นหาในตัวของมันเองอีกด้วย
• ในอัลบั้มเพลงจะได้สัมผัสดนตรีป๊อบในแบบฉบับของนูโวที่แฟนเพลงคุ้นเคย แต่งเติมด้วยสีสันซาวนด์ดนตรีที่แปลกใหม่ และร่วมสมัยมากขึ้น อย่างเช่นในซิงเกิ้ลแรก “Love You Never Die” เพลงป๊อบสนุกๆที่มีสีสันของดนตรี ดิสโก้ และเทคโนเข้ามาเพิ่มสีสันให้กับเพลงนี้ได้อย่างลงตัว
• “จะรักเธอมากกว่านั้น” บทเพลงช้าๆ เพราะๆประจำอัลบั้มที่พี่ก้องถ่ายทอดอารมณ์เศร้าในบทเพลงนี้ออกมาได้อย่างน่าฟัง
• “คิดถึงหรือเหงา” บทเพลงสโลว์ร็อคกลิ่นอายเพลงบลูส์ ในสไตล์ที่แฟนๆคุ้นเคย เสียงร้องของพี่โจในเพลงนี้ก็เข้ากับอารมณ์ และเนื้อเพลงได้เป็นอย่างดี
• เตรียมพบกับ NUVO NOW SHOWING CONCERT เสาร์ที่ 25 ตุลาคมนี้ที่อิมแพคอารีน่า เมืองทองธานี คอนเสิร์ตใหญ่ครั้งสำคัญของ NUVO ที่จะกลับมาพร้อมความพิเศษมากมาย ร่วมด้วยแขกรับเชิญสุดฮอต “โต๋” ศักดิ์สิทธิ์ เวชสุภาพร
• ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.sonybmg.co.th และ www.nuvoclub.com

RELEASE DATE: 16 OCT 08
STYLE: POP
LABEL: SBME THAILAND

TRACKLISTING
1. LOVE YOU NEVER DIE – 1st single
2. จะรักเธอมากกว่านั้น – 2nd single
3. คิดถึงหรือเหงา – 3rd single
4. เป็นอันสมควร
5. ของขวัญจากฟ้า
6. เสียงของเพื่อนเก่า
7. เธอสวยงามโลกสวยงาม

เครดิต: http://www.sonybmg.co.th/ และ http://www.nuvoclub.com

Friday, September 12, 2008

แรกนัด.....

โอ้ว... โน.... ไม่ได้ไปนัดกับใคร.... เพียงแต่... เรากลับมาอีกครั้งกับซีรีส์เพลงอมตะ... วันนี้เป็นของคุณตุ๊ก วิยะดา โกมารกุล ณ นคร

จริงๆแล้วคุณตุ๊กมีเพลงฮอตฮิตติดลมบนมากมายหลายเพลง คนรุ่นใหม่ๆน่าจะคุ้นกับ "ไม้ขีดไฟกับดอกทานตะวัน" สำหรับชุดแรกๆก็น่าจะเป็น "เพียงแค่ใจเรารักกัน", "คนพิเศษ", "ขอจันทร์" ฯลฯ แต่สำหรับเราแล้วกลับชอบเพลง "แรกนัด" (ไม่ใช่ว่าเพลงอื่นไม่ชอบนะ) เรียกว่าติดหูดีก่า.....

search ไป search มา.... ไปเจอ MV เข้า... โอ้.. แม่เจ้า.... (โปรดดูเอาเอง... ฮาฮา)



แรกนัด

วันทั้งวันเธอตรึงแน่นอยู่ในใจ
วันทั้งวันฉันฝันไกล ใจเลื่อนลอย
อย่าทำให้เคลิ้มใจ ช่อดอกไม้่เธอให้มา
อ่านดูใจความแนบเขียนมาให้หวามทรวง

วันทั้งวันเธอเวียนวนอยู่ไม่ไกล
วันทั้งวันคงซึ้งใจคำพูดเธอ
อย่าทำให้เคลิ้มใจ เธอได้นัดชวนเต้นรำ
ดื่มดำอารมณ์เพราะเธอที่ได้เชิญชวน

ใจคอยเร่งวันให้ถึงวันนัดกับเธอ
ฉันเตรียมชุดสวยให้เธอเอ่ยชม
ผมที่เคยรวบไว้ ปล่อยยาวให้เธอคลอเคลีย
ได้กลิ่นน้ำหอมที่เธอถูกใจ

วันทั้งวันฉันเตรียมใจให้กับเธอ
วันทั้งวันฉันฝันไกลใจเลื่อนลอย
อย่าทำให้เคลิ้มใจ ฉันกลัวฝันมันไม่จริง
โปรดเอ่ยวาจาย้ำเตือนทุกสิ่งเป็นจริง

Monday, September 08, 2008

ได้มาแว้ววว.... พี่ติ๊ก ชี่โร่

หลังจากตั้งหน้าตั้งตารอดูคอนเสิร์ตพี่ติ๊ก ชี่โร่ ตัวเป็นๆเป็นครั้งแรกในชีวิต ขอบอกว่า.... สุดยอด... ไม่มีผู้ใดสามารถเลียนแบบท่านได้แน่นอน แต่ได้ดู (หรือดูได้) แค่ครึ่งนึงของวันแรกนะ แม้เพียงเท่านั้นก็...ขอน้อมคารวะ! (ได้ข่าวว่าวันแรกพี่ท่านเป้ากางเกงขาดด้วย... ตรูว่าแล้วววววว)

ขอบคุณน้องมด น้องอ่าวที่เป็นธุระให้นะจ๊ะ
(ป.ล. สังเกตป่ะว่าบนปกนี้ ท่านเค้าใส่รองเท้าข้างเดียว??)


Place: Thai Festival in Osaka
Date: September 6-7, 2008

Friday, August 29, 2008

ถึงคิวพี่ตุ้ม ผุสชา...

หลังจากนั่งคิด นอนคิด เดินคิด วิ่งคิด เรียกว่าคิดมาหลายตลบ... เราก็ขอเลือก "พี่ตุ้ม ผุสชา โทณะวณิก" อีกหนึ่งไอดอลของเรามาเป็นเหยื่อรายต่อไปหลังจากที่พาดพิงไปถึงพี่โอ๋ บุปผา ธรรมบุตรเมื่อบล๊อกก่อน

พี่ตุ้มนี่น่าจะมีภาษีดีกว่าพี่โอ๋ในเรื่องของชื่อเสียง เนื่องจากว่าพี่ตุ้มฝากผลงานการเป็นพิธีกรรายการของเจ เอส แอลไว้เป็นเวลานานทีเดียว ขอยืมบล๊อกของคุณ Kilroy ที่เขียนถึงพี่ตุ้มมาแนะนำอีกที

เพลงฮิตติดลมของพี่ตุ้มแบบที่ดังมากๆ ก็น่าจะเป็นเพลงเปิดตัว "ฝัน...ฝันหวาน" (OMG! ไม่อยากจะเชื่อเลยว่านั่นคือปี 2529!!!) เสียงหวานๆ สบายๆ ติดหูง่ายมาก วันนี้ขอเอาเพลงที่มีชื่อว่า "เพลง" จากอัลบั้มเดียวกันมาฝาก พี่ตุ้มได้คุณตุ่ม ชรัส เฟื่องอารมณ์เป็นโปรดิวเซอร์ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่าจะได้ยินเสียงคุณตุ่มเป็นคอรัสให้ในหลายๆเพลง ก็ยกให้เป็นเพลงเพราะ ฟังสบายในช่วงสุดสัปดาห์นี้ล่ะกัน (เอาใจป้าหนาด้วย.. เห็นแกบ่นอยากฟังเพลงเก่าๆ.. อิอิ)



เมื่อยังเยาว์ อ่อนวัยฉันพอใจฟังเพลง
เมื่อได้ฟัง ฉันชุ่มฉ่ำร้องคลอตามสุขใจ
เพลงบางเพลงฉันชื่นชม ฟังภิรมย์พอใจ
แต่ฟังเพลงบางเพลงฉันร้องไห้ เพราะทำใจตามเพลง

ติดตามฟังเสมอ ฉันละเมอเป็นเพลง
ทุกๆวันฉันเฝ้าฟัง ร้องตามเพลงถูกใจ
เพลงบางเพลงฉันชื่นชม ฟังภิรมย์พอใจ
แต่ฟังเพลงบางเพลงฉันร้องไห้ เพราะทำใจตามเพลง

นั่งฟังเพลงทุกวันไม่เบื่อ เฝ้าติดตามทุกวันชื่นชม
นั่นคงเป็นเพราะใจฉันนิยม รักในเสียงดนตรี

เฝ้าจดเพลงทุกเพลงชื่นชอบ จดจำเพลงทุกเพลงชื่นชม
นั่นคงเป็นเพราะใจฉันนิยม รักในเสียงดนตรี

เมื่อยังเยาว์ อ่อนวัยฉันพอใจฟังเพลง
เมื่อได้ฟัง ฉันชุ่มฉ่ำร้องคลอตามสุขใจ
เพลงบางเพลงฉันชื่นชม ฟังภิรมย์พอใจ
แต่ฟังเพลงบางเพลงฉันร้องไห้ เพราะทำใจตามเพลง

นั่งฟังเพลงทุกวันไม่เบื่อ เฝ้าติดตามทุกวันชื่นชม
นั่นคงเป็นเพราะใจฉันนิยม รักในเสียงดนตรี

เฝ้าจดเพลงทุกเพลงชื่นชอบ จดจำเพลงทุกเพลงชื่นชม
นั่นคงเป็นเพราะใจฉันนิยม รักในเสียงดนตรี

(ดนตรี)

ติดตามฟังเสมอ ฉันละเมอเป็นเพลง
ทุกๆวันฉันเฝ้าฟังร้องตามเพลงถูกใจ
เพลงบางเพลงฉันชื่นชม ฟังภิรมย์พอใจ
แต่ฟังเพลงบางเพลงฉันร้องไห้ เพราะทำใจตามเพลง

นั่งฟังเพลงทุกวันไม่เบื่อ เฝ้าติดตามทุกวันชื่นชม
นั่นคงเป็นเพราะใจฉันนิยม รักในเสียงดนตรี

เฝ้าจดเพลงทุกเพลงชื่นชอบ จดจำเพลงทุกเพลงชื่นชม
นั่นคงเป็นเพราะใจฉันนิยม รักในเสียงดนตรี
เฝ้าติดตามฟังเพลงเพราะว่าใจ รักในเสียงดนตรี

..............
ขำตัวเองตอนเจอพี่ตุ้มตัวจริงเมื่อครั้งไปอัดรายการจันทร์กระพริบกับโรงเรียนตอนม.6 แอบมองแล้วก็ยิ้มอยู่คนเดียว... =)

ป.ล. มาเพิ่ม title บล๊อก.. แบบว่าลืม...

Tuesday, August 26, 2008

วันนี้ดีจัง

วันนี้นึกยังไงไม่รู้ ไปค้นเพลงพี่โอ๋มาฟัง พี่โอ๋ บุปผา ธรรมบุตรเป็นศิลปินนักแต่งเพลงในยุคที่เรายังเด็กๆ ครูสอนเปียโนเราก็เป็นญาติกันกับพี่โอ๋ เลยได้พี่โอ๋เป็นไอดอลสมัยที่ยังหัดดีดโด เร มีอยู่เลย

google ไปเจอคุณ kilroy เขียนถึงพี่โอ๋
http://www.oknation.net/blog/kilroy/2008/04/08/entry-1
ถือว่าเราเอาพลงเก่าฟังสบายๆมาแบ่งกันฟังละกันนะคะ

ป.ล. อยากตื่นมาเห็นแต่วันดีๆจัง ทำไงดี?


**************



เพลง วันนี้ดีจัง

ตื่นนอนตอนเช้ามองไป โลกใบนี้ชักงดงาม มีแต่ความอบอุ่น
ได้ยินเสียงนกบรรเลง เป็นเพลงร้องทำนอง กล่อมใจของเราทุกคน
แอบมองเมฆน้อยลอยไป สู่ขอบฟ้าอันกว้างไกล จะตามหาฝันอันใด
เจอะเจอผู้คนที่ดี มีร้อยยิ้มไมตรี แบ่งปันด้วยความจริงใจ

ตื่นวันนี้ แดดดูงดงาม อุ่นไม่ร้อนแรงเหมือนดังที่เป็น
ให้ดอกไม้บาน ดั่งความรักงาม คอยเติมเสริมแต่งฝากไว้ในทุกคน

ตื่นมาวันนี้ดีจัง อยากจะร้องเพลงดังๆ ฟังแล้วชื่นใจ
ตื่นมองดูโลกดีงาม เป็นความหวังให้ใครๆ เก็บวันนี้ไว้ในใจ

ทุกวันคงดี... เก็บวันนี้ไว้ในใจ... ทุกวันดีจัง... เก็บวันนี้ไว้ในใจ

Saturday, May 03, 2008

ไม่ยอมหมดหวัง

ณ วันนี้ เราอาจจะเสียใจที่สิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดมันเกิดขึ้น
พอเวลาผ่านไป เราผ่านมันไปได้แล้ว เราอาจจะรู้สึกยินดีและดีใจที่มันเกิดขึ้นก็ได้นะ
คนเราเรียนรู้กับสิ่งที่เกิดขึ้นกับชีวิตทุกๆวัน ผ่านมันไปให้ได้เร็วๆนะจ้ะน้องรัก

... and so it goes ...



Song: ไม่ยอมหมดหวัง
Artist: Jennifer Kim


ก็เคยฝันใฝ่และเคยมั่นใจในวันนี้
ว่าคงต้องดี ต้องเป็นได้ดั่งที่ตั้งใจ
แต่คนทั้งคนที่เป็นความฝันของหัวใจ
กลับมาทิ้งกันไป ต้องสูญสิ้นไปหมดทุกอย่าง

ปวดใจเหลือเกิน แต่คงต้องทนข่มความทรมาน
ฉันจะต้องก้าวผ่าน ตราบฉันยังคงหายใจ

แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป
แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน
มันจะเจ็บจะช้ำกี่หน แต่คนๆนี้ไม่ท้อใจ
แม้ว่าในวันนี้มีน้ำตา จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน
ความฝันนั้นจบไป แต่ยังเหลือตัวฉัน

ก็คงซักวันที่ลมฝนมันจะผ่านพ้น
ถ้ายอมสู้ทนเพื่อรอพบวันที่สดใส
อาจมีซักคน สักคนที่ทำให้กันด้วยหัวใจ
ถึงนานสักเท่าไหร่ แต่ฉันก็ยังเฝ้ารอ

แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป
แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน
มันจะเจ็บจะช้ำกี่หน แต่คนๆนี้ไม่ท้อใจ
แม้ว่าในวันนี้มีน้ำตา จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน
ความฝันนั้นจบไป แต่ยังเหลือตัวฉัน

แม้ว่าจะต้องเสียความรักไป
แม้ว่าจะไม่เหลือใครสักคน
มันจะเจ็บจะช้ำกี่หน แต่คนๆนี้ไม่ท้อใจ
แม้ว่าในวันนี้มีน้ำตา จะข่มมันให้ไหลอยู่ข้างใน
ความฝันนั้นจบไป แต่ยังเหลือตัวฉัน

...อดทนแล้วกอดใจ จะไม่ยอมหมดหวัง

Saturday, April 26, 2008

Downtown Story by Bangkok Chillout

Even though I'm not a downtown person at the moment, I think being in Japan in general can still make the song applicable. :)

Downtown Story by Bangkok Chillout

เคยได้ยินว่าชีิวิตก็คืองาน และงานนั้นคือเงิน ประมาณนี้ที่คนบอกกันมา
หลายๆคนก็จำไว้จนขึ้นใจ กี่วันแล้วที่ทำงาน จนชีวิตแทบไม่มีเวลา

บางคนทำงานเกินเลยจนลืมคนที่รัก
บางคนทำงานไม่พักซะจนป่วยกันไป
บางทีทำไมคนเราต้องรีบร้อน หรือไม่กลัวจะแก่ไว
หนักไปไม่เอา เครียดไปไม่ดี

ปล่อยมันไปซักวันนึง บางทีชีวิตก็รีบร้อนเกิน
บางทีวันนี้ไม่ต้องรีบร้อนเดิน
คงดีถ้าช้าอีกซักนิด ให้ชีวิตได้หยุดคิดอะไร

ปล่อยมันไปซักวันนึง บางทีชีวิตก็เหนื่อยล้าไป
บางทีวันนี้ถ้าเราทำตามสบาย แล้วใจจะผ่อนคลาย
จะีดีร้ายจะเป็นไง ต้องหยุดพักซักวัน แล้วค่อยกลับมา

ทุกๆวันก็ตื่นเช้า ก็ลืมตา ก็รีบร้อนไปทำงาน พอตกเย็นก็รีบกลับกันมา
พอรู้ตัวก็ผ่านพ้นไปอีกปี กับชีิวิตที่จำเจ จนวันซ้ำเหมือนเข็มนาฬิกา

บางคนทำงานเกินเลยจนลืมคนที่รัก
บางคนทำงานไม่พักซะจนป่วยกันไป
บางทีทำไมคนเราต้องรีบร้อน หรือไม่กลัวจะแก่ไว
หนักไปไม่เอา เครียดไปไม่ดี

ปล่อยมันไปซักวันนึง บางทีชีวิตก็รีบร้อนเกิน
บางทีวันนี้ไม่ต้องรีบร้อนเดิน
คงดีถ้าช้าอีกซักนิด ให้ชีวิตได้หยุดคิดอะไร

ปล่อยมันไปซักวันนึง บางทีชีวิตก็เหนื่อยล้าไป
บางทีวันนี้ถ้าเราทำตามสบาย แล้วใจจะผ่อนคลาย
จะีดีร้ายจะเป็นไง ต้องหยุดพักซักวัน แล้วค่อยกลับมา

Tuesday, January 08, 2008

ขึ้นปีใหม่ด้วยความอาลัย

เพิ่งจะได้กลับเข้ากรุงเทพฯเมื่อคืนตอนค่ำๆหลังจากไปตะลอนๆมาซะหลายจังหวัด ก็ถือโอกาสขอสวัสดีปีใหม่ทุกๆคนด้วยเลย

ขึ้นปีใหม่ได้เพียงวันเดียวก็ต้องรับทราบข่าวการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ หลังจากวันนั้น เปิดทีวีดูก็ได้เห็นข่าวและสกู๊ปเกี่ยวกับพระองค์ท่าน เห็นแล้วพาลให้หวนรำลึกถึงสมเด็จย่าเอามากๆ ทุกๆครั้งที่เห็นสมเด็จย่าก็มักจะเห็นสมเด็จพระพี่นางฯโดยเสด็จอยู่ด้วยตลอดเวลา  (ทรงเหมือนสมเด็จย่ามากๆในหลายๆอย่าง)
ภาพต่างๆเมื่อครั้งยังทรงพระเยาว์ก็สะท้อนให้เห็นถึงความรักระหว่างพระราชชนนี พระเชษฐภคินี และพระอนุชาทั้งสองพระองค์ได้เป็นอย่างดี





ในหลวงทรงเคยมีพระราชดำรัสถึงสมเด็จพระพี่นางฯ เมื่อครั้งเสด็จออก ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาร เมื่อวันที่ 4 ธันวาคมปีที่แล้ว ตอนหนึ่ีงของพระราชดำรัสกล่าวว่า "พี่สาวเคยบอกว่า ถึงเวลาอายุ 80 ท่านอายุ 84 ท่านไม่ค่อยสบายก็เลยต้องพูดถึงท่าน ขอให้ท่านสบายและสำเร็จในการรักษาตัว เดี๋ยวนี้เค้าเป็นผู้ใหญ่เหลือคนเดี๋ยว คือพี่สาว คนอื่นไม่เป็นผู้ใหญ่แล้ว" เมื่อบัดนี้ไม่มีพระองค์แล้ว ในใจก็รู้สึกหวิวๆ นึกถึงสมเด็จย่า นึกถึงสมเด็จพระีพี่นางฯ นึกถึงในหลวง แล้วมันก็พาลจะมีก้อนขึ้นมาจุกที่คอ


(รูปจากหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ)

ถึงแม้เราจะเป็นเพียงคนไทยคนนึงเล็กๆที่อาศัยอยู่บนผืนแผ่นดินไทย เราก็อยากจะทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด อยากเป็นคนดี ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของในหลวงได้ไ่ม่มากก็น้อย "ถ้าคนไทยไม่ช่วยกัน แล้วใครจะช่วยเรา"

ในการนี้ก็เลยขอนำเอาเพลง "แสงหนึ่ง (คือรุ้งงาม)" ที่ท่านผู้หญิงทัศนาวลัย พระธิดาในสมเด็จพระพี่นางฯ ได้ขอให้ประพันธ์ไว้เพื่อเทิดพระเกียรติสมเด็จพระพี่นางฯ เนื่องในโอกาสทรงพระชนมายุ 84 พรรษา เมื่อปีที่ผ่านมาแทนการรำลึกถึงพระองค์ท่าน  เพลงนี้แต่งโดยบอย โกสิยะพงษ์ มี 2 เวอร์ชั่น คือที่พี่นภ พรชำนิเป็นคนร้อง กับอีกชิ้นเป็นเวอร์ชั่นคลาสสิค โดยนักเรียนทุนคลาสสิคในพระอุปถัมภ์ (เวอร์ชั่นที่บรรเลงอยู่ในบล๊อกนี้)

____________
เพลง "แสงหนึ่ง"
รู้ไหมว่าเราซาบซึ้งใจแค่ไหน
และรู้ไหมว่าเรานั้น ปลาบปลื้มเท่าไหร่
ที่ได้มีเธอ เป็นพลังอันสำคัญ

เพราะว่าเรานั้นรู้เธอทำเพื่อใคร
เหน็ดเหนื่อยแค่ไหน เธอไม่ไหวหวั่น
เพื่อที่จะให้เรานั้นได้เดินต่อไป

แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่ว่าสำหรับเรานั้น...
เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
 
ถึงแม้ว่าพรุ่งนี้ จะเป็นเช่นไร
วันและคืนจะหมุนเปลี่ยนสักเท่าไหร่
เรานั้นก็แน่ใจ ว่าจะมีเธอยืนอยู่ข้างหลัง

แม้ว่าจะไม่มีใครมองเห็นเธอ แต่สำหรับเรานั้น...
เธอเหมือนดังกับแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด

จึงอยากขอมอบเพลง เพลงนี้ให้
ให้เธอรับรู้ว่าสำหรับเรา เธอสำคัญเพียงไหน
เธอเป็นดั่งแสง ที่มองไม่เห็น
แต่เมื่อส่องมาสะท้อน สิ่งที่ซ่อนเร้น
ก็เด่นชัดขึ้นทันที
เปรียบเธอกับแสง แม้ไม่มีสี
แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด

แต่เธอก็สะท้อน ความจริงให้โลกนี้
ได้พบเห็นสิ่งดี ๆ ว่างดงามเพียงใด
____________


ขอน้อมลำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายความอาลัย
ขอพระองค์ทรงเสด็จสู่สวรรคาลัย

Tuesday, December 11, 2007

ก่อนที่มันจะสาย - Groove Riders

A single from my favorite band, Groove Riders. :)



ก่อนที่มันจะสาย : Groove Riders

จบลงอย่างนี้ทุกครั้งที่เราไม่พูดกัน
ส่วนฉันก็ยังไม่รู้ว่าทำไม
เรื่องระหว่างสองเรา มันมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป
วันนี้เราช่างห่างเหินเหลือเกิน
รักเรายังดีใช่ไหม หรือมีอะไรติดอยู่ในใจ
ฉันทำอะไรผิดไปบอกได้ไหม

ก่อนที่มันจะสาย บอกฉันให้เข้าใจ
หากฉันทำพลาดไป บอกกับฉันให้รู้อย่าเก็บไว้ข้างใน
ก่อนที่มันจะสาย ก่อนจะช่วยกันไม่ได้
บอกฉันให้เข้าใจ ถ้าหากเรายังรักกัน
บอกฉันวันนี้อย่ารอให้ถึงวัน ที่รักเราหมดไปแล้ว

เพราะว่าใกล้ชิด หรือเพราะว่าเจอกันทุกวัน
เจอะกันมานานจนเริ่มจะชินชา
อาจจะเหนื่อยมากไป จนบางทีเราไม่มีเวลา
เจอหน้ากันครั้งสุดท้ายนั้นเมื่อไหร่
รักเรายังดีใช่ไหม หรือมีอะไรติดอยู่ในใจ
รักเรายังไม่ได้เปลี่ยนไปใช่ไหม

ก่อนที่มันจะสาย บอกฉันให้เข้าใจ
หากฉันทำพลาดไป บอกกับฉันให้รู้อย่าเก็บไว้ข้างใน
ก่อนที่มันจะสาย ก่อนจะช่วยกันไม่ได้
บอกฉันให้เข้าใจ ถ้าหากเรายังรักกัน
บอกฉันวันนี้อย่ารอให้ถึงวัน ที่รักเราหมดไปแล้ว

ฉันไม่เคยจะคิดซักนิด ไม่เคยคิดจะทำให้เธอเสียใจ
ฉันไม่เคยจะคิดทำร้าย มีแต่รักให้เธอหมดหัวใจ เธอรู้ไหม

ก่อนที่มันจะสาย บอกฉันให้เข้าใจ
หากฉันทำพลาดไป บอกกับฉันให้รู้อย่าเก็บไว้ข้างใน
ก่อนที่มันจะสาย ก่อนจะช่วยกันไม่ได้
บอกฉันให้เข้าใจ ถ้าหากเรายังรักกัน
ฉันขอได้ไหมให้เธอช่วยบอกฉัน

ก่อนที่มันจะสาย บอกฉันให้เข้าใจ
หากฉันทำพลาดไป บอกกับฉันให้รู้อย่าเก็บไว้ข้างใน
ก่อนที่มันจะสาย ก่อนจะช่วยกันไม่ได้
บอกฉันให้เข้าใจ ถ้าหากเรายังรักกัน
บอกฉันวันนี้อย่ารอให้ถึงวัน ที่รักเราหมดไปแล้ว

Wednesday, December 05, 2007

We love the king! (...and I love my daddy!)


Another year has passed. It's the time again to celebrate His Majesty King Bhumibol's birthday. This year marks his 80th anniversary. I don't think we need to say much, a lot of you have probably already noticed how much we love our king. All I can say is that "I'm so proud to have been born in his land and that I am a Thai!"

"LONG LIVE THE KING!!"

A song being shared here is one of His Majesty's compositions. This song is called "Can't You Ever See", composed in 1955 and numbered 22nd in his composition collection.

Can't you ever see
That I love you eternally?
All my heart and my soul
From now forever will belong to you.

Can't you ever see
Lovingly yours I'll always be?
All my thoughts and my dreams,
My whole life is just meant for you.

How can I make you see I love you alone?
I never could have you for my own
I love you, love only you,
Forever and ever I'm yours it's true.

Life is meaningless
I'd never find my happiness,
Without you I would die
Can't you see? I love only you.



___________

To my daddy....

Happy Father's Day!!! ดีใจมากที่ได้เกิดมาเป็นลูกพ่อ ได้มาทั้งหน้าตาและความสามารถหลายอย่าง ใครๆก็บอกว่าก๊อปพ่อมาเต็มๆ พี่ใหญ่เขียนไปหลายอย่างแล้วเมื่อปีที่แล้ว ปีนี้คงไม่ต้องเขียนกันมากล่ะเน๊อะ ก็อยากให้พ่อดูแลสุขภาพตัวเองให้มากขึ้นหน่อยนะ ขุดดินน้อยๆหน่อย เดี๋ยวมีคนคิดว่าเป็นคนสวนอีก =) แต่ว่าต้นไม้ที่พ่อปลูกงามน้าาาา ไว้จะไปรอเก็บเกี่ยวผล โดยเฉพาะที่เขาใหญ่ เที่ยวเยอะๆอย่างนี้ก็ดีแล้ว แต่ว่าจะไปเที่ยวไหนบอกกันมั่งดิ แอบอิจฉา... ฮาฮา.. แล้วก็ไว้จะไปแอบอ่านบันทึกท่ีองเที่ยวพ่อนะ เผื่อเอามาก๊อปไปเที่ยวมั่ง อิอิ... (อันนี้ก็มีคนบอกว่าเรื่องเขียนบันทึกเที่ยวนี่ พ่อ-ลูกเหมือนกันเลย... ;-) เดี๋ยวนี้พิมพ์ดีดเก่งแล้วก็เขียนขึ้นเว็บเล้ยยย.. จะได้ทันสมัย อินเทรนด์ๆ) ยังไงเดี๋ยวกลับไปเจอกันปลายปีนี้ จะรีบปั่นงานให้เสร็จเยอะๆ จะได้ไปอย่างไร้กังวล

รักพ่อที่สุดเลย... จุ๊บๆ
(แม่อ่านแล้วอย่าเพิ่งแหวะนะ.. ขอวันนึง =P)

Sunday, November 18, 2007

overwhelming @ Loy Kratong Fest.

Having only a few minutes here, I'd like to thank everyone for coming to cheer (or sending warm wishes for) our performance at Loy Kratong Festival in Osaka. We really had a great time.

Special thanks to Best for taking the photos for us. There are so many that I haven't yet had a chance to look through them myself. After I do, I will surely post some more later. In the meantime, here is us on stage.



Oh yeah.. our band's name is "KLIEW เกลียว", which in Thai means bonding. (In Japanese - how about 栗会う (read "ku-ri-a-u" -> meet the chestnuts?? haha =P)

Current band members: Kee, Woody, P'Ton, Yok and I.
(Of course, there were a few other friends who already left Japan and Kansai area but used to be in this performance group - of course, N'Bow, you were one of the OLD members na. <-- mai bok laew diew+ ja noi jai.... whuahahaha)

Thanks everyone again. Hopefully we have secured a place for our next performance some way somehow. :)

Sunday, November 11, 2007

Kyoto City Philharmonic playing Johannes Bach's

Kyoto City Philharmonic Chorus sang today at Kyoto Concert Hall in Kitayama area. A really nice selection of Johannes Sebastian Bach's. I love their arias - very nice.
Pe's host mom sings with this Chorus group and the complementary tickets we had in hand seated us back behind and above the chorus. That permitted a nice view from the very back of the stage - as if you are a part of their chorus. Pe moved her seat to the front later on and told me the pianist was good looking. Dang! I guess that was the cons of backstage seats. haha. Thanks Pe for asking for my accompany. I had a really chill time!

Anyways, photos taken today were from before the concert and during intermission. I know.. photographing was prohibited inside the hall. Oops! =P





(courtesy of Pe)


Friday, May 18, 2007

I miss singing!!!!!!!

No excuse for not updating anything in the past few days. Really am caught up with lots of stuff. I've been enjoying this hectic schedule though. Had so many opportunities to do things I'm capable of, been having good conversations, meeting up with good friends, and so on. Only that my work does not progress much as a result. =P

Anyways... today I just wanna scream out how much I miss singing!!! Not to whine about anything, but really, I have been thinking of my good times back in the chior groups: Bangkok Music Society (BMS) and Orpheus Choir with Bangkok Opera.

I was only a tiny member of the groups, not even dare to pair up with so many great singers there. It was around the first or second quarter of 2002 when I joined BMS. I owe so much to p'Jum+ who introduced me to these singing communities, also for landing me her role with the opera production. I hadn't been with any choir group since I left my high school, so it was a very refreshing time for me. We usually went at least 2 times a week for both BMS and Orpheus Choir rehearsals. Wonderful times!

I was with them only for a little less than a year because I had to leave for my study. Since then... no singing in choir anymore (-"-). I don't really know why I have so much urge to go out finding chorus groups around here to join. But I know I probably wouldn't have enough time or discipline to go for rehearsals at the moment. Maybe that's why my memory flashes back so strongly.

Singing in these choir groups led me to meet up with so many good people. They were so nice and kind. I learned a great deal not only how to sing better, but also the friendship we've created. I really hope I still have a chance to sing with them again. Or else, at least for me to hear them sing!

06.27.2002 BMS Summer Concert
@ Goethe-Institut Bangkok
(with Jae and Beau)

after BMS summer concert
(with Alison, Maya, Jae, Beau, P'Jum, and K.Ying)

2002.10.18 Porgy & Bess concert (music by Gershwin)
@ Thai Cultural Center
(Alto pals: P'Taan, P'Ting, Maya, Ema, P'Alice and Jae)
*btw... Ema, somehow it didn't register that you are also an Altoist!!*

2002.11.xx Dido & Aeneas Opera Production by Bangkok Opera
courtier casts warm-up

Dido&Aeneas casts and crews

2002.11.24 Lady of Jazz Concert by P'Kati @ Dusit Thani Hotel
-- Jae and Catherine were lead singers for the night --

2003.02.01 afternoon tea for P'Kati's farewell
(P'Kati, P'Ting, Bim+, Jae, P'Pook and her children)

Monday, April 23, 2007

BSO Concert in Osaka

Before getting back to Naoshima posts, may I have a short intermission to write about a BSO Concert today.


Yes, BSO as the Bangkok Symphony Orchestra! I didn't realize how much I miss seeing concerts like this until I was there at the concert hall. BSO today was only a small portion of the usual BSO that I've seen - even smaller in both size and instrument type than BSO's concerts in the Park back in Bangkok. This time they focused on string instruments and brought only a few wind / brass soloists.


The theme of the concert today was for Royal Compositions, i.e. songs composed by H.M. King Bhumibol, our beloved King. Yes, it surprises a lot of people to learn how talented our King is in music. He's been known as a Jazz King as well.

His Majesty started playing Saxophone when he was 14 years of age and continued into many other wind and brass instruments, as well as piano and guitar. He composed his first song in 1946 (at the age of 18) and continued composing many other pieces. I'm not sure of the correct number of his composition, but roughly close to 50 songs.

beautiful concert hall at Osaka Central Public Hall (大阪市中央公会堂)

Our concert's conductor today was Rear Admiral M.L. Usni Pramoj who has had profound profile in working closely with His Majesty since early age. The Royal compositions appeared on Japan concert tour is also of his musical arrangement. M.L. Usni Pramoj is an invited conductor for this BSO String Orchestra since its origin in 2002.

The program today comprised of 16 songs with short intermission inbetween the 8th and 9th pieces. Songs were as listed.
1. Alexandra (แผ่นดินของเรา)
2. Blue Day (อาทิตย์อับแสง)
3. Sweet Words (คำหวาน)
4. Twilight (ยามค่ำ)
5. Lullaby (ค่ำแล้ว)
6. Near Dawn (ใกล้รุ่ง)
7. Royal Marines March
8. Love in Spring (ลมหนาว)

Oboe Soloist in "Twilight"

9. Echo (แว่ว)
10. No Moon (ไร้จันทร์)
11. Still on My Mind (ในดวงใจนิรันดร์)
12. Dream Island (เกาะในฝัน)
13. A Love Story (ภิรมย์รัก)
14. Old Fashioned Melody
15. Magic Beams (แสงเดือน)
16. Can't You Ever See

Full Orchestra members in "Can't You Ever See"

I have my few favourites here, namely "Sweet Word" (beautiful conversing dialogues of Violin, viola and cello), "Twilight" (the oboe solo was just too sweet), "Still on My Mind" (another oboe's solo song), "Dream Island" (refreshing pizzicato move and clarinet in the solo), "Old Fashioned Melody" (another pizzicato song with flute soloist), and of course, my all-time-favourite "Can't You Ever See" (here played in Jazz style with String orchestra combined with all wind instruments: flute, oboe, clarinet, french horn and bassoon).

closing the concert


with Khun Apichart (the concert MC), Yoko and Na (my friends)

some of the orchestra's members after the show

Another good day with good people and good music. Really miss my time in the band, and even as an audience. Hopefully there will be more of this while I'm here.

Wednesday, December 13, 2006

The 60th Kyoto University Jazz Concert

A feel of change! It was a right decision to escape the usual atmosphere to attend this Jazz concert. I went with so many feelings - to change the atmosphere, to see activities of music people in Kyodai, to feel the common interests of people in the hall, and.....

I really enjoyed being back with this kind of music. Really do enjoy the Jazz Big Band, but then when Migertrio group came on stage, obviuosly, I still love the trio! How I wish I paid more serious attention to music when I was young. It must be a very nice feeling to be on stage among them! I actually had the performance on files, but I did the recording through my cell phone and my cell camera lens was too dirty. haha. Oh well... only pictures might do :)

猛下山 (Mo-ge-zan)

京大D軍 Creamy Jazz Croquestra - the Big Band

京大D軍 Creamy Jazz Croquestra

Migertrio - the Trio