Saturday, April 18, 2009

Plum Flowers @ Kairakuen

ดีเลย์มาร่วม 2 เดือน... มาต่อกับทริปทัวร์คันโตกันอีกรอบ... มากันเกินครึ่งทางแล้ว แต่มันยังไม่จบง่ายๆ

วันที่ 26 กุมภาพันธุ์ นัดกับน้องแมว เจ้าถิ่นย่านทสึคุบะไว้ว่าจะไปดูดอกบ๊วยกันที่สวน Kirakuen 偕楽園 หนึ่งในสามสวนที่ว่ากันว่างามนัก ช่วงนี้เป็นช่วงดอกบ๊วยบาน ทางเมืองมิโตในจังหวัดอิบาราคิก็เลยจัดงานเทศกาลดอกบ๊วยพอดี

ออกเดินทางออกจากบ้านน้องโบว์ที่เมืองมิตะกะ 三鷹 ตอนเกือบสาย นั่ง JR ไปเปลี่ยนรถที่ Ochanomizu เพื่อไปลงที่ Akihabara แล้วก็เปลี่ยนไปนั่ง Tsukuba Express จาก Akihabara ไปลงที่ Tsukuba สถานีปลายทาง (TX วิ่งประมาณ 45 นาที) มีน้องแมวกับพาหนะคู่ใจมาสอยรับเรากับน้องโบว์ที่ Tsukuba Station ราวๆ 10 โมงครึ่ง




เรารู้จักเมือง Tsukuba เนื่องจากเป็นที่ตั้งของ Tsukuba University มหาวิทยาลัยชื่อดังที่มีนักศึกษาไทยอยู่เป็นจำนวนไม่น้อย สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยกว้างขวางชนิดที่ว่าถ้ามีการท้าให้กลั้นหายใจขณะนั่งรถจากขอบมหาวิทยาลัยด้านหนึ่งไปยังขอบมหาวิทยาลัยอีกด้านหนึ่ง เพื่อขอให้คำอธิษฐานบางอย่างเป็นจริง (เหมือนเวลาข้ามสะพานบางปะกงในสมัยก่อน) น่าจะทำให้คนตั้งจิตอธิษฐานได้ไปสิ้นลมหายใจอย่างไม่ได้ตั้งใจเป็นแน่ (ฮาฮา... ) สันนิษฐานได้ไม่ยากว่าที่ Tsukuba U. มีขนาดใหญ่มากนี่ก็เพราะเมือง Tsukuba เป็นเมืองศูนย์กลางแห่งวิทยาศาสตร์ซึ่งก็มีการสร้างแผนผังการพัฒนาคล้ายๆกับเมืองวิทยาศาสตร์ชื่อดังเมืองอื่นๆ เช่นเมือง Palo Alto ที่ California ซึ่งก็เป็นที่ตั้งของมหาวิทยาลัย Stanford

เราไม่ได้ใช้เวลาทัวร์เมือง Tsukuba นอกจากขับผ่านๆไปเท่านั้น เพราะว่าจุดหมายปลายทางของเราอยู่ที่เมืองมิโต เมืองหลวงของจังหวัด Ibaraki ที่มีระยะทางห่างจากเมือง Tsukuba ไปประมาณ 52 กิโลเมตร ขับประมาณชั่วโมงครึ่ง ไปถึง Kairakuen ก็ราวๆเที่ยงพอดี





บรรยากาศในสวนวันนี้ก็คล้ายๆงานวัดขนาดย่อมๆ แบบมีซุ้มร้านอาหาร แต่ไม่มีซุ้มการละเล่น ซึ่งหลังจากพิจารณาคิวร้านอาหารในสวนแล้วเราก็ตัดสินใจซัดยากิโซบะร้านหน้าทางเข้าสวนนั่นแหล่ะ... ถ้าเป็นนักลงทุนคงขาดทุนย่อยยับเนื่องจากไม่มีการกระจายความเสี่ยงในการเลือกร้านอาหาร สามคนก็กินกันสามกล่องจากร้านเดียวกัน รสชาติเพียงแค่ "พอแหลกล่าย" เท่านั้น (เหลือบไปเห็นอีกร้านไม่ใกล้ไม่ไกล ราคา 500 เยนเท่ากัน เค้าให้ไข่ดาวด้วยอ่าาาา.... เสียใจๆๆๆ)




กินเสร็จก็เข้าสวน Kairakuen ไปเดินชมดอกไม้กันเลย สวนนี้ดีอย่างตรงที่ไม่เก็บเงินค่าเข้า (เย่!) แต่อากาศวันนี้ขมุกขะมัวมาก และมีฝนตกปรอยๆเป็นระยะๆ ถ่ายรูปออกมาก็ได้เพียงแค่งั้นๆเท่านั้น ดอกบ๊วยก็ยังบานไม่ได้เต็มที่เท่าไหร่ ดูเผินๆคล้ายๆจะเข้าข่าย "หลอมแหลม" แต่เราก็ยังชอบดอกบ๊วยนะ ถึงจะดูเป็นดอกไม้แข็งๆ แต่ว่ากลิ่นหอมถูกใจ






กิโมโนลายดอกบ๊วย

เบื้องหน้า

เบื้องหลัง

หน้าง่วงมากๆ

นอกจากสวนดอกบ๊วยแล้วยังมีสวนสนสวยด้วย


ตกบ่าย ท้องเริ่มหิวอีกรอบ (ยากิโซบะที่กินไปนอกจากไม่อร่อยแล้วยังไม่อยู่ท้องด้วยแฮะ) เราเลยได้โอกาสไปลิ้มชิมรสหมูทอดทงคัสสึ อาหารชื่อดังประจำจังหวัด Ibaraki ระหว่างทางกลับ Tsukuba นั่งเม้าท์ชิลกันฮามากๆ โดยเฉพาะเมื่อน้องแมวต้องการพิสูจน์ว่าดีไซน์สุดเก๋ของเสื้อกันหนาวของน้องสามารถรูดปิดหน้าได้จริงๆหรือไม่... (55555555555) เม้าท์เพลินจนเกือบตกรถไฟ น้องแมวต้องสวมวิญญาณตีนผี ฝ่าไฟแดงให้เราวิ่งกันหน้าตาเหลือกเพื่อไปขึ้นรถไฟให้ทันเวลา (พอดีน้องโบว์ต้องกลับไปสอนภาษาไทยที่โตเกียว แล้วเรามีนัดกินข้าวเย็นต่อที่โยโกฮาม่า) งานนี้ก็ต้องขอขอบคุณน้องแมวที่เป็นสารถีและไกด์จำเป็นพาสองสาวทัวร์มิโตนะจ้ะ กลับเมืองไทยเมื่อไหร่กริ๊งกร๊างมาด้วยเด้ออออ...

(แอบชอบคัสสึคุระมากกว่า.. หุหุ)

รูดไม่ขึ้น... 5555


ป.ล. ดีใจที่ "สนิท" กับน้องแมว... เพราะว่าจะได้ "ล้อเล่น" ได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ... ^^

No comments: