Tuesday, August 29, 2006

เมื่อริจะไปปีนฟูจิ...

และแล้วเราก็ไปพิชิตยอดเขาฟูจิซังที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นสำเร็จ จนบัดนี้ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าเอาชีวิตรอดกลับมาได้้ เข้าใจเลยว่าเหนื่อยแทบขาดใจเป็นยังไง แต่ก็ภูมิใจที่ในที่สุดก็ไปถึงจนได้ ก็ขอท้าวความก่อนละกันว่าทริปนี้มีที่มาที่ไปยังไง

เรื่องมันเกิดเมื่อหลายเดือนที่ผ่านมา มีการพูดถึงการไปปีนฟูจิกันในกลุ่มเล็กๆ แล้วต่อมาก็ไปค้นพบกันว่ามีคนอยากจะปีนเหมือนกันอีกหลายคน ทางสมาคมนักเรียนไทยในญี่ปุ่นก็เลยจัดทริปไปปีนฟูจิ สนองตัณหาพี่ๆเพื่อนๆน้องๆกันซะเลย ก็รวบรวมกำลังพลได้ 50 กว่า ชีวิตจากหลายที่ในญี่ปุ่น ตั้งแต่เมืองเซนไดในขุนเขาแดนอีสาน ยาวไปถึงชุมชนฮิโรชิมา และชาวเกาะชิโคคุทางด้านใต้ของเกาะฮอนชู ก็ออกเดินทางกันตอนเช้าๆวันเสาร์ที่ 26 ส.ค. ด้วยรถบัสเหมาคัน มีการทำกิจกรรมกันบนรถเล็กน้อย แล้วก็ไปเจอกันกับอีกกลุ่มที่มาด้วยรถจากโตเกียว

ทำกิจกรรมกันบนรถบัส

จากนั้นก็กินข้าวเย็นด้วยกันตอนสี่โมง ที่ร้าน Miharashi-tei (みはらし亭) สารภาพเลยว่ามันยังไม่ค่อยหิว แต่ไม่กินก็ไม่ได้เพราะว่าเดี่ยวไม่มีแรงปีน

สภาพก่อนปีน ยังสดใสกันอยู่


ชักภาพหมู่เป็นที่ระลึก


ครั้งนี้ที่เราไปกัน เราปีนขึ้นทาง Kawakuchi Lake ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่เส้นทางที่ปีนไปถึงยอดได้ รถบัสเอาพวกเราขึ้นไปได้ถึงชั้น 5 ของภูเขา (เออ ลืมบอกไปว่าภูเขาไฟฟูจินี่เค้าแบ่งความสูงเป็น 10 ชั้น คือจะปีนจากชั้น 1 ขึ้นไปถึงชั้น 10 ก็ได้ แต่ว่าคงใช้เวลาหลายวันอยู่ ตอนนี้เค้าทำทางอะไรกันขึ้นมาได้ถึงชั้น 5 แล้ว พวกเราก็เลยปีนขึ้นไปจากชั้น 5 ได้เลย) ความสูงในระดับเริ่มต้นคือ 2,305 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล มีจุดหมายคือชั้น 10 ความสูงราวๆ 3,550 เมตร

เส้นทางที่ขึ้นคือตามจุดส้มๆ แล้วลงมาตามเส้นประด้านซ้าย

เราเริ่มออกเดินทางตอนประมาณ 2 ทุ่มพอดิบพอดี กะว่าไม่เกินตี 4 จะถึงยอด แล้วรอดูพระอาทิตย์ขึ้น ตามรายทางบนชั้น 6, 7 และ 8 ก็จะมีเหมือนเรือนให้พักได้ มีอาหารขายเล็กๆน้อยๆ ตอนแรกๆทางเดินมันเป็นคล้ายๆเดินป่าธรรมดา ดินจะนิ่มๆหน่อย มีต้นไม้ขึ้นตามรายทาง แล้วก็เป็นการเดินทางราบขึ้นเนินเฉยๆ แต่ไอ้ทางราบนี่แหล่ะ เหนื่อยเป็นบ้าเลย บางตอนก็ชันหน่อย บางตอนก็เฉยๆ ทางก็แคบลงเรื่อยๆ ต้องคอยเดินชิดสันภูเขาเข้าไว้ ถ้าพลาดก็มีแค่เหวอยู่ข้างๆอ่ะนะ คงไม่ถึงตาย แต่คงถลอกปอกเปิดน่าดู ตอนออกเดินก็เกาะกลุ่มกันดีอยู่ แต่ไปๆมาๆก็เริ่มกระจายแตกเป็นกลุ่มเล็ก กลุ่มน้อย แล้วแต่ความเร็วและความอึดในการเดิน กลุ่มเราเหลือกันซักสิบกว่าคน ช่วยกันสาดไฟฉายนำทางกัน แทคทีมมากๆ เดินๆ พักๆ เป็นระยะๆ ฝนตกปรอยๆเป็นช่วงๆ เล่นเอาชื้นๆหนาวๆกันไปตามๆกัน ปีนไปถึงชั้น 8 แล้วก็ดีใจจะแย่

4 ชม.ผ่านไป และแล้วเราก็มาถึงชั้น 8 ตอนเกือบเที่ยงคืน (หน้าตายังพอมีแรงอยู่)

แต่ใครว่าชั้น 8 มีอันเดียว?? มันมีชั้น 8 ย่อยกะ 8 หลักด้วยน่ะสิ ไอ้ชั้น 8 ในรูปข้างบนนี่มันเป็นชั้น 8 อันแรก ปีนๆขึ้นไปอีก เจออีกหลายที่พัก นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของชั้น 8 ทั้งนั้น ทางก็เริ่มเป็นหินก้อนๆให้ตะเกียกตะกายปีนกันมากขึ้น จริงๆแล้วดูเหมือนน่าจะเหนื่อยนะ แต่กลายเ็ป็นว่าปีนหินอย่างนี้ เรารู้สึกเหนื่อยน้อยกว่าเดินทางราบๆอีก แบบฮึดก้าว ฮึดก้าว ก็ได้ระยะความสูงด้วย จะมีก็หนาวๆ หิวๆ นี่แหล่ะที่พอจะเป็นอุปสรรค ก็งัดเอาขนมนมเนยที่พกมาออกมากิน ได้กลูโคสก้อนๆจากกี้ ได้ช็อกโกแลตจากน็อตมาสูบฉีดพลังได้เป็นระยะๆ คนก็เริ่มเยอะขึ้น เพราะว่าหลายคนปีนมาตั้งแต่กลางวันแล้วมานอนพักตามเรือนพักรายทาง พอถึงซักตี 1 ตี 2 ก็เริ่มออกเดินทางต่อไปถึงยอด คนมันก็เลยเยอะขึ้นๆ เมื่อเราปีนไปได้สูงขึ้นๆ จนกลายเป็นคนติด (คือๆรถติดอ่ะนะ) ก้าวได้หนึ่งก้าว ก็ต้องหยุด ทีนี้ไม่ใช่แค่หนาวๆ หิวๆละ เพิ่มง่วงๆ มาด้วยอีกอย่าง เดินๆหยุดๆตลอดทาง ก็เหนื่อยอ่ะนะ พาลจะหลับในเอา ออกซิเจนกระป๋องที่พกมาด้วยก็ช่วยชีวิตได้นิดๆหน่อยๆ แต่หลังๆก็หาวอย่างถี่ ออกซิเจนที่สูดไปชักไม่เห็นผล แสดงว่าไม่ใช่ว่าร่างกายขาดออกซิเจนแล้วละนะ สงสัยเป็นเพราะง่วงซะมากกว่า

มีตอนนึง ปีนๆเหนื่อยๆอยู่ อยู่ดีๆ้ฟ้าก็เปิด เห็นดาวเต็มฟ้าเลย เป็นล้านๆดวงอย่างในเพลงมากๆ รู้สึกอลังการ เลยหยุดข้างทางนอนดูดาวกันซะเลย ยังกะเข้าท้องฟ้่าจำลอง มีการสาดไฟฉายอธิบายว่าตรงงนี้เรียกดาวอะไร ตรงนี้เป็นอะไร ที่ตื่นเต้นคือ.. เห็นทางช้างเผือกขาวๆ ด้วย ถึงจะไม่ได้ชัดแจ่ม แต่ก็ตื่นตาตื่นใจมากๆ มีดาวตกเป็นระยะๆ ตั้งคำอธิษฐานแทบไม่ทัน

เอ็กซ์จากเอฮิเมะ พี่ก้อย ซุคุบะ แล้วก็น้องบี น้องอัยจากโอซาก้า


เอ็กซ์กับเอ พ่อหนุ่มชิโคคุ พี่อู๋ ใหม่ เน็ต เกียวโต

ด้วยความที่คนเยอะ กลุ่มสิบกว่าคนของเราก็เริ่มกระจาย เหลือกันอยู่ 4 ชีวิต คือเรา น็อต เน็ต แล้วก็พี่อู๋ ก็คอยตามเก็บเพื่อนๆตามรายทางให้ปีนไปด้วยกัน ประโยคเด็ดประจำการปีนคือ.. "อีกนิดเดียว ๆ เดี่ยวก็ถึงแล้ว" รู้ก็รู้นะว่ามันไม่นิด แค่แหงนหน้าขึ้นไปข้างบนก็เห็นแสดงไฟ ยาวเป็นรายทาง หาจุดสิ้นสุดไม่ได้ แต่มันก็เป็นการให้กำลังใจอย่างนึงละนะ จากระยะทางที่ควรจะใช้แค่ 1-2 ชม. จากที่มีเป้าหมายว่าคงจะถึงยอดภายในตี 3 มันกลายเป็นเส้นทางทรหด ตีั 4 ครึ่ง ฟ้าจะิิเปิดแล้ว ยังเพิ่งไปถึงได้แค่เลยชั้น 9 นิดหน่อยเท่านั้นเอง

ฟ้าเริ่มเปิดแล้ว เพิ่งผ่านประตูศาลเจ้าตรงชั้น 9 มาได้นิดหน่อย


แล้วกำลังก็กลับมาอีกนิดนึง เมื่อเห็นเส้นขอบฟ้าแบบนี้

เส้นขอบฟ้าตอนเช้าๆ


พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว เห็นคนเป็นล้าน


อีกนิดนึง ประตูศาลเจ้านั้นแหล่ะ จุดหมายปลายทาง


เราจะถึงยอดแล้ว คนข้างล่างก็ยังปีนกันขึ้นมาอยู่ไม่ขาดสาย


ถึงแล้ว.. เย้!! สิบชั่วโมงแห่งความทรหด


วิวอันแสนประทับใจ


ไปถึงยอดตอน 6 โมงกว่าๆ เจอกันกับกลุ่มพี่หนา โหน่ง หลา ฉั่วที่มาถึงตั้งแต่ตี 4 ครึ่ง (แต่ไม่ทันกลุ่มพี่ต้นที่ขึ้นไปถึงตั้งแต่ตี 2 ครึ่ง <-- คนรึเปล่า???) ได้แวะศาลเจ้า Fuji-san Hongu Sengen Taisha ที่อยู่บนยอดเขา ซื้อเครื่องลางของขลังเพิ่มโชคลาภให้ตัวเองนิดนึง ได้ดูปากปล่องภูเขาไฟอีกนิดหน่อย แล้วประมาณก่อน 7 โมงเช้าก็ต้องเริ่มเดินทางลงมาแล้ว เดินได้แป๊บก็เจอกลุ่มกี้มาสมทบ แล้วก็มีพี่ๆน้องๆอีกหลายชีวิต ร่วมๆ 20 คนได้ ลงมาไล่ๆกัน
พี่หนาแกบอกว่าให้ช่วยเขียนให้แกหน่อย ว่าแกป่วยลงมาเลย มีการทิ้งของที่ระลึกไว้ตามทางลงเขาด้วย น้องๆต้องช่วยๆกันลากๆ หามๆลงมา แกฝากขอบคุณฉั่วมากๆที่ช่วยขนของให้แกตลอดทาง ซึ้งมากๆ (แต่รูปนี้นี่ หญิงหลาก็ใกล้จะแย่แล้วนะ)


เบื้องหลังทางลงเขา วิวงามมั่กๆ


ทางลง คนก็ยังเยอะอยู่


ไปทางนี้


เดินขึ้นก็แย่แล้วนะ.. เดินลงแย่กว่าอีกหลายเท่านัก มีคนบอกว่าความสำเร็จในการไปปีนภูเขาไฟฟูจิไม่ได้อยู่ที่การเดินขึ้นถึงยอด แต่อยู่ที่การเอาตัวเองลงมาจากยอดได้อย่างปลอดภัยต่างหาก สงสัยจะจริง เพราะทุกคนบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าทางลงมันนรกมากๆ เห็นทะเลเมฆอยู่เบื้องล่างไม่ไกลมาก แต่เดินยังไงก็เดินไม่ถึงเมฆซักที มองไปสุดลูำกหูลูกตาก็มองไ่ม่เห็นเป้าหมาย หันย้อนกลับไปดูทางที่เดินลงมาก็เห็นนะ ว่าเดินลงมากันไกลมากแล้ว ช่วงด้านบนของภูเขาก็ไม่มีอย่างอื่นนอกจากดินและหินภูเขาไฟ ไม่มีสีเขียวๆให้ชุุ่มชื้นเลยซักนิด

หินและดินภูเขาไฟ


เริ่มเห็นต้นไม้ แต่ก็ยังไม่ไปถึงเมฆซักที


สุดลูกหูลูกตาก็ยังไม่ถึง


อันนี้รถตะขาบพยาบาล เอาไว้นำคนป่วยลงมา คนละบรรยากาศกะตอนไปสกีอย่างสิ้นเชิง


ขาลงต้องขอบคุณกี้กะโหน่งที่ช่วยให้เราโหนลงมา โดยเฉพาะกี้ ไม่งั้นชั้นเป็นซากอยู่ข้างบนนั้นแน่ (อันนี้ต้องขอบคุณต่อไปยังโอ๊ะที่ช่วยส่งประกาศิตมา.. ฮาฮา.. ดีมากๆ) กะว่าจะต้มน้ำชงกาแฟ โอวัลตินกินกัน แต่อากาศมันบาง จุดไฟไม่ติด.. เลยอดไป ประกอบกับว่าลงมาช้ากว่ากำหนดการเดิม ทำให้ต้องจ้ำแข่งกะเวลา เรียกว่ารองเท้าผ้าใบที่ทำท่าจะพังๆ มันก็พังสมใจ

น้องต่อ น้องบี น้องอัย กำลังลงจากเขาเหมือนกัน


เดินๆมาเป็นป้ายบอกทางว่าอีก 5200 เมตร (หรืออะไรประมาณนี้แหล่ะ) ว่าจะถึงชั้น 5 แล้ว ก็พอมีกำลังใจ เดินต่อมาอีกชาติเศษๆ คิดว่ามันน่าจะได้หลายโลแล้วนะ ปรากฏว่าป้ายท่านบอกว่าเหลืออีก 2700 เมตร... โอ้โห... ก็กัดฟันเดินต่อมาอีกพักนึง.. ไหงมันยังเหลืออีกตั้ง 2500 เมตรหว่า ตอนหลังเลยไม่ดูมันละ เดินจ้ำๆอย่างเดียว จนมาถึงชั้น 5 สมใจ
ก็มาถึงบางอ้อว่า.. เออ มันแค่ชั้น 5 ไม่ใช่ตรงที่จอดรถบัส ก็ต้องจำเดินต่อไปอีกร่วมหลายกิโลกว่าจะถึงจุดหมายปลายทาง รวมสิริเวลาได้ 4 ชั่วโมงเต็มๆ ถึงลงมาถึงจุดนัดหมายอย่างปลอดภัย

มาถึงช้าแถมสร้างปัญหาให้คนอื่นอีกต่างหาก ต้องขอบคุณพลังด้วยที่ช่วยประสานงานให้คนอื่นที่เค้าลงมาแล้วได้ไปกินข้าว ไปแช่น้ำกันก่อนไม่ต้องรอ ขืนต้องรอกันหมดคงแย่พิลึก ท่านคนขับรถบัสฝั่งคันไซแกเร่งให้รีบกลับเหลือเกิน ประมาณว่า.. ไม่ได้.. ต้องออกจากร้านอาหารตอน 13.30 น. เป๊ะ ถึงจะกลับไปถึงโอซาก้าก่อนเวลาคืนรถ
แล้วไปถึงร้านอาหารกันตอนบ่ายโมง ต้องทั้งกินและอาบน้ำเร่งให้ทัน 13.30 น. ก็กินไป 15 นาที แล้วแจ้นไปอาบน้ำอีก 5 นาที สระผมเสร็จเลย เหมือนติดจรวด ได้เพียงแค่ชายตามองอองเซน ไม่ได้ลง ฮือๆ แต่ความรู้สึกตอนนั้น ทั้งหิวและโส ถ้าต้องเลือกกินหรือเลือกอาบนี่คงจะทำใจลำบากมากๆล่ะนะ ก็ต้องขอขอบคุณนุ้ยและน้องปุ๊ก โตเกียวด้วย ที่คอยมาดูแล เลยช้าไปด้วยกันเลย ข้าวก็ได้กินช้า ต้องมาคอยบริการพวกเรา ซึ้งมากๆ เจอกันคราวหน้าจะให้ช่วยทำไร เรียกเลยนะ พร้อมๆ

ก็ํพอขึ้นรถเสร็จ รถออกราวๆบ่าย 2 หัวถึงเบาะก็หลับกันเลย รถเงียบมากๆ ได้ข่าวว่าเหลือแค่คนขับกับตั๊กเท่านั้นที่ตื่น เฮ้อ เฮ้อ แล้วปรากฏว่าไปถึงเกียวโตตอน 2 ทุ่มครึ่งได้ แหม.. แล้วตอนแรกก็เร่งเราซะ.. มาถึงก่อนกำหนดตั้งชั่วโมงครึ่ง.. แต่ก็โอเคอ่ะนะ ก็ไปซักข้าวหมูทอดกันหนำใจที่เกียวโตเอกิก่อนกลับบ้าน

ทริปนี้เรียกได้ว่าเป็นทริปเห็นความทรงจำเลย ลงจากเขาได้ก็บอกเลยว่า "ครั้งนี้จะเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวของเราที่จะปีนฟูจิซัง" คราวหน้าใครจะไปไม่ต้องชวนแล้วนะ ไ่ม่ใช่ว่ามันไม่ดีนะ มันดี แต่ว่าสภาพอย่างเรา ขอครั้งเดียวพอแล้ว เราพอใจแล้ว (^^) แม้กระทั่งตอนนี้ แค่คิดถึงตอนปีนก็รู้สึกเหนื่อยแล้วล่ะ งานนี้เราก็ซึ้งในน้ำใจพี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ ทุกๆคนมาก ไม่มีทิ้งกัน ทริปนี้ปีนกัน 50 กว่าคน ขึ้นถึงยอดเขากันเกือบหมด ร่วมๆ 40 กว่าคนได้มั้ง กลุ่มแรกเป็นกลุ่มพี่ต้น, กั๊ก, ตั๊ก, ชู, บั๊มบ์และหญิง(เซนได), ไผ่ ชิโคคุ และน้องติม โอซาก้า แล้วใครอีกคนหว่า ไปถึงกันตอนตีสองครึ่ง ยืนหนาวสะท้านกันบนยอดเขา อยากบอกจากใจเลยว่าถ้าไม่มีทุกๆคน เราขึ้นไปไม่ถึงแน่ๆ ประทับใจมากๆ แต่แปลกนะ เหนื่อยแทบขาดใจขนาดนั้น พอลงมาแล้ว เดินเหินได้ปกติ ไม่ค่อยปวดไม่ค่อยเมื่อย ไม่เห็นเหมือนตอนหัด snowboard แรกๆซักกะนิด

ขอบคุณคนจัดงานทุกๆคนนะ ดีใจที่ได้เจอเพื่อนๆจากส่วนอื่นของญี่ปุ่น ไว้คราวหน้ามีโอกาส เราคงได้เจอกันอีกนะ

postcard from Fuji-san


******************
สมาชิกทริป
จำได้ไม่หมดอ่ะนะ เอาเท่าที่นึกได้นะ
เซนได: บั๊มบ์กะหญิง พี่ไก่ พี่พิเชษฐ์ (4)
ซุคุบะ: ปุ๋ย พี่ก้อย แมว โบ1 และ โบ2 (5)
โตเกียว: ปุ๊ก นุ้ย แล้วก็พี่เพา (3) (มีพวกที่มาเจอกินข้าวแล้วกลับอีกหลายคนเช่นพี่โอ๊ต เหมียว น้องโฮป ต๊อป ฯลฯ)
โยโกฮาม่า: อี้ กับ อั๋น (2)
นาโกย่า: ชู (1)
เกียวโต: กี้ ตั๊ก กั๊ก เน็ต ฉั๋ว ต้น หนา ใหม่ หลา โหน่ง น๊อต จิ๋ว เอ้ อู๋ กอล์ฟ (15)
โอซาก้า: พลัง บุ๋ย เจิน อัย บี พี ต่อ ติ๋ม เปิ้ล (9)
ฮิเมจิ: วิน (1)
ฮิโรชิม่า: ต้น เบน ต่าย พรพงษ์ ภู นก พีระ (7)
เกาะชิโคคุ: เอ๊กซ์ ไก่ กะไผ่ (3)
รวมที่นึกได้ 50 คนพอดี ใครตกสำรวจช่วยแจ้งด้วยเน้อ

15 comments:

NoTtO said...

โอสึคาเรซามะครับ
เก่งๆกันทุกคน ไม่ต้องแบกกันเลย สุดยอดครับ

Anonymous said...

บ้าดีมาก ขนาดพี่ hike บ่อยๆ เห็นแล้วยังหนาวเลย
ทางลงนี่ แค่เห็นก็เจ็บนิ้วเท้าแล้ว เพราะมันต้องใช้จิกดิน
เป็นเบรคธรรมชาติ
เยี่ยมๆ นับถือๆ
ไม่ต้องให้ใครมาชวนพี่นะ ไม่ไป ฮ่าๆๆๆๆ

*BoW* said...

nice view mak mak loei...
I`m glad that you`re happy with it na :-)

If I went with you, I think I would die nae nae loei lol

dewa...mata ne!!!

(waiting for you in Hokkaido)

Anonymous said...

Otsukaresama deshita
รูปสวยมากๆ

หลิงถือคติว่าฟูจิซังมีไว้ดูจากที่ไกลๆ ค่า
ฮ่าๆ ไม่มีแรงปีนT-T

Anonymous said...

อยากปีนบ้างจังแต่ต้องฟิตร่างกายก่อนแน่ๆไว้ไปเยี่ยมใหม่คราวหน้า พาปีนหน่อยได้ไหมจ๊ะ

Anonymous said...

"ไม่ไหวแล้วน้องใหม่" "หนาว สั่นไปหมดแล้ว" ฯลฯ แต่ในที่สุดเราก็ปีนจนถึงยอดฟูจิซังเนอะ お疲れ様。ไว้เราไปปีนเขาแบบขำขำแถวเกียวโตดีกว่าเนอะ ไม่เอาแล้วฟูจิซัง 二度と行かない。

Anonymous said...

ฮ่า ๆๆๆ ปีหน้ากะ จะเอาอีกซักรอบ เพราะว่ายังไม่ได้ เดินรอบปากปล่องภูเขาไฟเลย เขาว่า เดินรอบปากปล่องรอบนึง ประมาณ สี่สิบนาที อิอิ

แล้วก็กะจะไปถ่ายรูปกะ ไปรษณีย์ บนยอดฟูจิด้วย


มิชชั่น คอมพีดดดดดดดดด

Anonymous said...

อิจฉาวุ้ย
ฮ่าๆๆๆออมอ่านไปนี่คิดถึงตอนไปปีนภูกระดึง...อืม...ถูกต้องมากๆ ทางราบนี่มันเหนื่อยกว่าทางปีนๆอีกอ่ะ แล้วก็ตอนลงนี่ทรมานสุดยอด...พี่ใหม่ยังดี..ออมขับรถไม่ได้ไปวันนึง

แต่เอ...ดูท่าพี่ใหม่ไม่ค่อยเหนื่อยนะ มีแรงถ่ายรูปตลอดทาง โปรฯมาก ทำงานพิเศษNational Geographic ป่าวเนี่ย?? 5555

Anonymous said...

แง อยากได้โปสการ์ดแบบน้องจิ๋ว ง่า
ปีหน้าไปส่งมาให้อีกหน่อยจิ อิ อิ

noomai said...

ฮาฮา... รีบมาตอบคนขี้อิจฉาข้างบนก่อน.. ตอนแรกตั้งใจจะส่งให้หลายใบแหล่ะ แต่ว่านะ.. มันแพงโคตรๆ เลยยกให้จิ๋วเป็นผู้โชคดีไป น่ารักดีเน๊อะ อิอิ

ส่วนโอ๊ะเอ้ย.. เสียใจด้วย.. ให้กี้มันพาไปละกันนะ ไหนๆมันว่าจะปีนอีกรอบ ฝากไปด้วยคน ชั้นไม่ไปละ แล้วพี่ใหญ่ไปกะเค้าอีกคนมะ เดี๋ยวฝากไปให้ มันปีนได้อยู่... ไม่ถึงตายพี่.. ละลายไขมันได้นิดหน่อย ฮาฮา

สำหรับน้องโบกะน้องหลิง... ดูหน่วยก้านแล้ว ... ดูอยู่ไกลๆถ้าจะดีแล้วล่ะนะจ้ะ

น้องออมพูดเหมือนน้องคนที่ปีนไปพร้อมๆพี่เลย ว่าดูพี่ไม่ค่อยเหนื่อย คือก็ไม่รู้เหมือนกันนะ หน้ามันยิ้มได้อยู่ แต่ในใจนะ.. มันมีบ้างช่วงรู้สึกเหมือนใจจะขาดแล้วนั่น จะว่าไปอาจจะยังพอมีแรงปีนได้อยู่ แต่ว่าเรายึดคติว่า "It's wise to climb Mt.Fuji once. If you do it more than once, you're a fool!" (<-- อันนี้น็อตอาจจะไ่ม่เห็นด้วย.. งิงิ) แต่นะ.. พี่อู๋... เราไปปีนเขาขำๆแถวเกียวโตกันดีก่า.. ต่อจากนี้เขาไหนที่มันสูงไม่ถึง 3776 เมตรนี่คงขี้ๆละเน๊อะ =P

Anonymous said...

got ur PC....thkssssss

if i am goin to peen....i'll peen on my honeymoon la gun
herher......

otsukareeeeeee

ps.fly pai watch cloud like in nepal d kwa....haha

Anonymous said...

ได้โปสการ์ดแล้ว ขอบใจจ๊ะ มีคนสัญญากะโอ๊ะแล้วว่าจะพาปีนขึ้นไป ไม่ง้อใหม่แล้วน๊า

Bikku said...

Hey...I guess I'm late in comment. Thanks for the postcard ne. The blog, particularly the photos, just make me want to go back again.

Anonymous said...

ไม่รู้จะจำเราได้เปล่า blog เจ๋งดี เราชอบ หุหุหุ แล้วจะแวะมาบ่อยๆๆนะ

Anonymous said...

จำโบว์ได้ไหมคะ โบว์ มธ แรกๆเราก็เดนไปด้วยกันกลุ่มใหย๋ๆอะนเอะ พอสักพัก โบว์ไม่ไหวจิงๆ ก็เลยล้างท้าย ได้พี่กี้ พี่เอ้ พี่จิ๋ว และวิน ดูแลจนถึงยอด ประทับใจตอนเรานอนดูดาวกันเนอะ

หวังว่าโอกาสหน้าคงได้ร่วมเดินทางเก็บประสบการณ์ดีๆกันอีกนะคะ