วันที่ 13 กันยายน 2550
วันที่ 3 ของการเดินทาง หลังจากหลับสบาย (มีคนบอกว่าได้ยินเสียงเรานอนเตะประตูด้วย.. ฮาฮา.. สงสัยขากระตุกจากการเหยียบคันเร่งและเบรคมาเป็นเวลานาน..) เช้านี้ตื่นขึ้นมาแช่น้ำร้อนเสร็จ พอขึ้นมาถึงห้อง พ่อครัวตัวกลมก็ต้มมาม่าเตรียมไว้ให้พวกเราแล้ววว น่ารักจริงๆ เพื่อเป็นการประหยัดเวลา เราตุนของกินกันไว้ตั้งแต่เมื่อคืน พร้อมกับมาม่าคัพ นม และ กล้วยเป็นอาหารเช้า <-- ตุนพลังงานกันสุดๆ อากาศเช้าวันนี้ดีมากๆ เย็นๆ สดชื่นๆ แตกต่างจากเมื่อวาน เมือง Iwaizumi นี่หมอกเยอะมากเลย สวยไปอีกแบบ ออกจากโรงแรม แวะเติมน้ำมันกันหนนึงก็มุ่งหน้าเข้าเมือง Morioka กันเลย
เมือง Morioka นี่เป็นเมืองหลวงของจังหวัดอิวาเตะแหล่ะ แต่ว่าไม่ค่อยมีอะไรในเมืองมาก เคยมาที่นี่ 2 ที แน่นอน.. มาหา Chi-Wei นั่นแหล่ะ อาหารประจำขึ้นชื่อของที่นี่คือ Wanko Soba หรือว่าโซบะชามเล็กๆ กินกันเป็นบุฟเฟ่ต์ ซดชามละคำสองคำ แล้วก็ซ้อนถ้วยที่กินแล้วขึ้นไปเป็นชั้นๆ อยากจะรู้ว่ามันจะกินกันได้ซักกี่ชาม คือมีแต่เส้น แล้วก็เครื่องเคียงเล็กน้อย ไม่มีเนื้อซะด้วย สนนราคาก็มือละประมาณ 2-3 พันเยน .. โอ.. แพงมั่กๆ เราเล็งกันแล้วไม่ใช้เป้าหมายเรา เราก็เลยข้ามเมืองโมริโอกะกันนะคะ แฉลบผ่านไปนิดหน่อย เพื่อจะมุ่งหน้าสู่..... เป้าหมายสำคัญของเราในเช้านี้...
Koiwai Farm 小岩井牧場 まきば園
Koiwai นี่เป็นบริษัทชื่อดัง ก่อตั้งมาเป็นร้อยปี ผลิตอาหารและเครื่องดื่มที่เกี่ยวกับฟาร์มโคนมมากมาย เดี๋ยวนี้มีพวกน้ำผลไม้ด้วย มีขายตามร้านสะดวกซื้อและซุปเปอร์มาเก็ตทั่วไป (ไม่ได้มาโฆษณานะ.. )
ฟาร์ม Koiwai นี่ก็เหมาะเป็นสถานที่พักผ่อนสำหรับครอบครัว เพราะว่ามีอะไรให้หนูๆเล่นกันเยอะดี อยู่กันได้ทั้งวันไม่น่าจะเบื่อเลย ฟาร์มนี้กินพื้นที่ทั้งหมด 3,000 hectares ประมาณ 700 hectares เป็นพื้นที่เพาะปลูก ที่เหลือเป็นป่าและภูเขา ส่วนที่เป็นสวนสาธารณะที่เราเข้าไปเล่นๆกันนี่ กินพื้นที่แค่ 400 hectares คนไปเที่ยวก็แวะเล่นที่สวนนี้ได้ หรือว่าจะไปชมโรงงานก็ได้ ได้ยินแว่วๆจากคำบรรยายของคนในสวนฯ บอกว่าแต่ก่อนพื้นที่ตรงนี้ไม่มีอะไรเลย พอเริ่มจะก่อตั้งฟาร์์มก็เริ่มมีการบูรณะ ปรับสภาพพื้นดินให้เหมาะแก่การเพาะปลูก ความเขียวที่มีในฟาร์มนี้ก็เลยไม่ใช่ความเขียวที่เกิดขึ้นโดยธรรมาชาติ แต่เป็นผลงานความพยายามของคนดีๆนี่เอง
เดินเข้าไปในฟาร์มก็มีสนามหญ้าเขียวๆ... ก้มลงไปมองก็จะเจอ... ใบ clovers ดาษดื่นมากๆ อย่างนี้ ↓

คิดเล่นๆว่า "โห.. เยอะขนาดนี้.. จะไม่มี 4-leaf clover เลยก็เกินไป๊..." นึกได้บัดนั้น ก้มลงมองพื้นอีกที่... ก็เจอเต็มๆเลย... เก็บมาให้ดูด้วย.. เดี๋ยวหาว่าโม้...

ที่นี่ปลูกดอกทานตะวันด้วยยยยย ยังไม่โรย... แต่ว่าดอกมันไม่ใหญ่เหมือนทุ่งดอกทานตะวันบ้านเรานะ...

อีกที่ที่ได้รับความนิยมมากก็คือ.... ฝูงน้องแกะน้อย... อย่างนี้เรียกว่าแกะขาวหรือแกะดำหว่า... ตัวมันหม๊น... หม่น...

มาถึงถิ่นก็ต้องกินนมของเค้าด้วยย... ข้นมาก... อร่อย...

จุดที่ดังที่สุดของที่นี่เห็นจะเป็นจุดนี้.. เรียกว่า 一本の桜 หรือว่าซากุระต้นเดียว เออ.. มันมีต้นเดียวจริงๆ ขับรถผ่านไปก็ยังแบบว่า.. มันคืออันนี้ป่าวหว่า... ถ้าตอนดอกซากุระบานก็จะเด่นทีเดียว ทำไมถึงดังขึ้นมาก็ไม่รู้... แต่รู้ว่ามันเป็นฉากในละครช่อง NHK ด้วย แบบว่าในหนังสือนำเที่ยวของจังหวัดอิวาเตะยังมีอันนี้ลงด้วยอ่ะ... สุดๆ (ฟ้าแอบมีเมฆเยอะ.. เลยมองไม่เห็นวิวภูเขาด้านหลังสวยๆเลย)

Kakunodate 角館
stop ที่ 2 ของวันนี้คือเมือง Kakunodate อันนี้เข้าไปในเขตจังหวัดอากิตะซึ่งตั้งอยู่ทางด้านตะวันตกติดๆกับจังหวัดอิวาเตะแล้ว Kakunodate เป็นเมืองเก่า ถูกสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1620 ขึ้นชื่อว่าเป็น Little Kyoto เพราะว่าเป็นเมืองที่มีหมู่บ้านซามุไร สมัยก่อนมีกันอยู่มากถึง 80 ครัวเรือน แล้วก็มีพ่อค้าแม่ค้าอาศัยอยู่อีกเป็นจำนวนมาก แต่ปัจจุบันเหลือบ้านเก่าเหล่านี้ให้เห็นอยู่แค่ 10 กว่าหลังคาเรือน บ้านก็จะอยู่ในละแวกเดียวกัน มีต้นโมมิจิแล้วก็ซากุระปลูกเรียงกันเยอะมากๆ คิดว่าหน้าซากุระกับใบไม้แดง ที่นี่ต้องสวยมากๆแน่ๆ


อาหารขึ้นชื่อของที่นี่ก็นี่เลย.... เส้นอุดง.. เค้าจะสาวเป็นเส้นบางๆ อุดงที่นี่ก็จะเส้นเล็ก (คล้ายๆเส้นเล็กบ้านเรา) อร่อยดีนะ อาหารที่เป็นเซ็ตปกติก็คือนี่แหล่ะ... ซารุอุดง... ก็คือให้เอาเส้นอุดงเย็นๆนี่จิ้มกับน้ำจิ้มถ้วยข้างๆ เค้าก็มีให้เลือกนะระหว่างน้ำจิ้มรสโชยุ กับน้ำจิ้มรสงา... เอกฉันท์... เลือกงากันหมด... แล้วเป็นไง... เพียงท่านอัพเกรดจากโชยุเป็นงาเท่านั้นเอง... อาหารมื้อนี้แพงขึ้นมา 150 เยน ในทันที (T_T)

Lake Tazawa 田沢湖
แล้วเราก็ขับรถขึ้นเหนือกันไปวนรอบทะเลสาบ Tazawa กันหนึ่งที คุณลักษณะเด่นของทะเลสาบอันนี้คือว่ารูปลักษณ์ของทะเลสาบนี้แทบจะเป็นลักษณะวงกลมๆเลย ระยะประมาณ 20 กม. เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในญี่ปุ่น (ประมาณ 400 กว่าเมตร)... ฉะนั้น.. น้ำในทะเลสาบที่นี่ก็จะไม่แข็งตัวแม้อากาศจะหนาวขนาดไหนก็ตาม แล้วก็เคยได้ชื่อว่าเป็นทะเลสาบที่มีน้ำใสมากๆ เทียบได้กับทะเลสาบมะชูในฮอกไกโด (อันที่เราไปแล้วฟ้าปิดสุดๆ.. มองเห็นเพียงแค่ระยะ 2 ฟุตนั่นแหล่ะ) แต่ว่าก็โดนมลภาวะหลายๆอย่าง รวมถึงน้ำจากอองเซนในบริเวณใกล้เคียง ทำให้น้ำมันก็ขุ่นไปโดยปริยาย


Nyuto Onsen Village 乳頭温泉
เลยไปทางตะวันออกเฉียงเหนือของทะเลสาบ Tazawa ขึ้นภูเขาเข้าไปจนถนนไม่มีทางลาดยาง ต้องวิ่งลุยหิน ดิน ทราย และถนนที่เป็นหลุมเป็นบ่อ ก็จะเจอกับหมู่บ้านบ่อแช่น้ำนม ในหมู่บ้านนี้มีบ่อน้ำร้อนอยู่ประมาณ 7 บ่อ น้ำที่มีก็มีสีขาวๆ คล้ายๆน้ำนม มีส่วนผสมของ Sulfer อยู่มาก (กลิ่นเหมือนไข่ต้ม) เราเลือกไปบ่อที่ชื่อ Tsuru no yu 鶴の湯 หรือว่าบ่อนกกระเรียนนี่แหล่ะ หนึ่งในบ่อที่มีชื่อเสียงมากของหมู่บ้านนี้
ชอบมากๆที่นี่... บรรยากาศแบบว่า back to basic & back to nature สุดๆ เค้ามีที่พักค้างคืนให้ด้วย ตัดขาดจากโลกภายนอก ใช้ตะเกียงแบบตะเกียงพายุกันเลยทีเดียว

บ่อที่นี่ก็จะสไตล์โบราณ คือว่าไม่ได้มีที่อาบน้ำล้างตัวทันสมัยอย่างบ่อน้ำร้อนทั่วๆไป เราก็อาศัยตักอาบกันอย่างนั้นเลย แล้วก็มีบ่อรวมทั้งหมด 11 บ่อ ทั้งหญิงและชาย เราลงไปแค่ 3 เท่านั้นแหล่ะ เพราะว่าเจอสกัดดาวรุ่ง คือจริงๆตั้งใจจะไปอีกบ่อเซ็ตด้านใน แต่ว่าตรงทางเข้ามันดั๊นนนนน... เป็นบ่อรวม คือทั้งหญิงทั้งชายลงได้ด้วยกัน แล้วถ้าจะเดินเข้าไปข้างในมันต้องผ่านบ่ออันนี้ก่อน ตอนนั้นไม่รู้ว่ามันคือบ่อร่วม กำลังจะก้าวเข้าไปก็แลเห็นลุงๆกำลังจะลงน้ำกันเลยทีเดียว... ไอ้เราก็ผงะสิคะ เหวอ.. เลยย้ายไปลงอีกบ่อแทน...

แต่ยั๊ง.. ยังไ่ม่หมดเท่านี้... ไอ้บ่อที่ไปลงนี่มันก็เป็นบ่อกลางแจ้ง ก็ผลัดผ้ากันจะลงแล้วล่ะ ก็ได้ยินเสียงก๊องๆแก๊งๆ เหมือนเสียงตอกอะไรจากที่สูง (ก็คือภูเขาด้านข้างๆนี่แหล่ะ) เงยหน้าไปปุ๊บ.. โห... คนงานเดินกันให้ขวักไขว่ ก่อสร้างอะไรไม่รู้ตรงนั้น คือมันก็ไกลอยู่ล่ะนะ แต่ว่ามันก็เห็นเป็นตัวคน กระโจนลงน้ำกันแทบไม่ทัน แต่ก็นะ.. คนแถวนี้ไม่ค่อยถ้ำมองหรอก เพราะเค้าเห็นเป็นเรื่องธรรมดาาาาาา
Tamagawa Onsen 玉川温泉
อองเซนนี้เราเพียงแค่ผ่านมาแล้วแวะไปถ่ายรูปเท่านั้น เป็นอองเซนที่มีสภาพความเป็นกรดสูงที่สุดในญี่ปุ่น คนก็จะมารักษาอาการป่วยกันที่นี่ล่ะ สภาพภูมิศาสตร์ก็คือเป็นภูเขาไฟดีๆนี่เอง ความร้อนสูง ก็เกิดเป็นควันขึ้นมา สามารถเลือกจะลงบ่อหรือว่านอนปูเสื่อเป็นอองเซนบนหินภูเขาไฟก็ได้ ตามแต่จะทำ จริงๆ เราไม่ได้เข้าไปดูของจริงแหล่ะ เพราะว่าดั๊นนน.. ไม่มีที่จอดรถ ตอนนั้นแอบขี้เกียจเดินอีกต่างหาก ก็เลยนั่งเฝ้ารถแทนซะงั้น


Lake Towada 十和田湖
เนื่องด้วยเวลาและสภาพอากาศ... เรา skip เทือกเขา Hachimantai ที่มีชื่อเรื่องวิวแล้วก็เส้นทาง hiking ออกไปจากแผนการ (จริงเราเคยขึ้นไปบน Hachimantai แหล่ะ เพราะว่าเคยมาเล่นสโนว์บอร์ดที่นี่กับ Chi-Wei เมื่อหลายปีที่แล้ว) ก็เลยมุ่งหน้าไปทะเลสาบ Towada จุดหมายปลายทางในวันนี้เลย
ไปถึงทะเลสาบก็มืดค่ำแล้ว มองอะไรไม่เห็นแล้วล่ะ ก็ check-in โรงแรม Towadako lake view hotel ก็เป็นเลควิวจริงๆ เพราะว่าก็ติดทะเลสาบ พนักงานที่นี่ใจดีมากกกกกกกกกกกก บอกไม่ถูก โรงแรมก็เป็นสไตล์ญี่ปุ่น ใช้ได้แหล่ะ มีอองเซนให้แช่ตลอด 24 ชม. ถึงแม้ตัวอาคารจะแอบเก่าแล้วก็ตาม แต่่ว่าก็ได้บรรยากาศที่ดีเหมือนกัน
ตัวเมืองตรงนี้เล็กมากๆ เราไปถึงก็ต้องออกไปตระเวนหาข้าวเย็นกินกัน มีร้านเปิดอยู่แค่ร้านเดียวนี่แหล่ะ ก็แกมบังคับ ก็สั่งได้ชุดนี้มา.. เป็นอาหารชุดทะเลสาบ Towada จริงๆมันจะมีปลาจำชื่อไม่ได้แล้ว เป็นปลาที่จับได้จากทะเลสาบนี่แหล่ะ แต่ว่าแอบแพง -"- เราก็กินเซ็ตนี่แหล่ะ มี Kiritanpo きりたんぽ อาหารขึ้นชื่อของแถบนี้ ก็คือข้าวบน ปั้นก้อนแล้วก็ย่าง หน้าตาเหมือน ちくわ เลย ปลาดิบก็สดดี อร่อย มาเที่ยวทริปนี้กินแต่อาหารจำพวกปลาๆ ปลาดิบ เริ่มมีคนร่ำร้องอยากกินอาหารจำพวกเนื้อและหมูซะละ...


หมายเหตุ: ผู้เขียนได้เขียนบทความบันทึกการท่องเที่ยวของตัวเองไว้ เพื่อเป็นความทรงจำที่ดี และเพื่อเล่าสู่กันฟังกับครอบครัว ญาติ พี่น้อง ผองเพื่อนและผู้มีความสนใจทั่วไป หากจะมีการนำข้อมูลใดๆไปใช้ กรุณาติดต่อผู้เขียนก่อนนะคะ (some rights reserved)
5 comments:
โห ข้างบนมีแกะตั้ง7ตัวแหนะ
นึกว่า จะได้อ่านหลังทริปหน้าซะละ อิอิ
โชคดีเน่อ ได้เจอ clover 4 แฉกด้วย
ปล..ปลา himemasu กะ nijimasu ป่าว
จริงๆ.. มีแกะเจ็ดตัว.. ฮาฮา
ปอย.. ทริปหน้าไม่เขียนดีก่า... ขนาดคิวชูกับฮอกไกโดก็อู้ไม่เขียน จะนับประสาอะไรกับชิโคคุ คริๆ
แต่ว่านะ... ฝนตั้งเค้ามาเลยอ่ะคุณ ตอนไปโทฮกคุก็พยากรณ์ว่าจะเจอฝนตลอดศก แต่เจอแค่เช้าเดียว อยากได้ฟ้าใสๆเวลาไปชิโคคุจัง
ปวดหัวเรื่องงานมั่ก ๆ เรยแว้บมาอ่านบล๊อกพี่ใหม่คลายเครียด
ทริปธรรมชาติจริง ๆ เลย สวย ๆ ชอบ ๆ
ปล.พี่ใหม่ใส่กระโปรงแล้วน่ารักดี แต่ทำไมรูปที่ถ่ายกะ Tori สีแดงออกมาอ้วน ๆ อ๊ะ! แหะ ๆ ๆ
อยากไปญี่ปุ่นอีกจังเลย
เห็นรูปแล้วหิว
Post a Comment