Wednesday, May 17, 2006

ถึงบางอ้อ

หลังจากที่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วโดดเรียนพาครอบครัวพี่เจอาร์ไปเที่ยว เมื่อวานก็กลับไปเข้าสัมมนาตามปกติ แต่อาจารย์คงลืมคอนเฟิร์มว่าอาทิตย์นี้เป็นคิวใครต้องพรีเซนต์ อาจารย์เลยขัดตาทัพด้วยการสอนเองเลย นานๆจะได้ฟังอาจารย์ตัวเองสอน เพราะว่าวิชาอาจารย์ตัวเองเป็นสัมมนา นักเรียนพูดอย่างเดียว เมื่อวานพอได้ยินอาจารย์สอนแล้วเลยรู้สึกว่า.. เออ ถ้าอาจารย์สอนบ่อยๆก็คงดีนะเนี่ยะ

หลังจากที่เมื่อวานฟังอาจารย์พล่าม เรื่องต้นกำเนิดของสาขาวิชาบริหารธุรกิจ  ที่ไล่ย้อนมันไปถึงศตวรรษที่ 13-14 นู่นเลยแล้วเนี่ยะ อาจารย์ก็แนะนำน้องๆเกี่ยวกับการค้นหาหัวข้อที่ตัวเองอยากทำวิจัย ฟังแล้วรู้สึกดี..

  1. อาจารย์บอกว่า นอกจากจะใช้หนังสือเป็นที่พึ่งในการหาหัวข้อแล้ว การพูดคุย สนทนากับคนอื่นๆ ก็เป็นส่วนช่วยที่ดี เพราะฉะนั้นก็ควรจะไปหาโอกาสพบปะพูดคุยกับคนที่เค้าทำอะไรหลายๆอย่าง จะได้ค้นหาสิ่งที่ตัวเองสนใจได้ง่ายขึ้น

  2. ควรเข้าไปหาอาจารย์หลายๆคนที่คิดว่าน่าจะรู้เรื่องที่เราสนใจ หรืออาจารย์ที่คิดว่าเก่งกว่าอาจารย์ตัวเอง แต่อาจารย์ก็เตือนอ่ะนะ ว่าอันนี้ก็แล้วแต่อาจารย์ที่ปรึกษาของแต่ละคน เพราะส่วนมากคนที่เป็นอาจารย์ เป็นนักวิชาการ ก็มักจะนึกว่าตัวเองเก่งที่สุดเสมอ อาจจะไม่ชอบที่เราไปคุยกับอาจารย์คนอื่น แต่สำหรับอาจารย์เราแล้ว เค้าไม่ว่าอะไร สนับสนุนเป็นอย่างดี

  3. อาจารย์อยากให้นักเรียนได้ไป conference ไปฟังการพรีเซนต์ของนักวิจัยหลายๆที่ จะได้รู้จักว่ามันมีนักวิจัยหลายแบบ แล้วใช้วิจารณญานตัวเองมาตัดสินใจเอา ว่่าอยากจะเป็นนักวิชาการ นักวิจัยอะไรแบบไหน

สรุปมาสามข้อสั้นๆ แต่ได้ใจความมากมาย แล้วก็เลยถึงบางอ้อว่าทำไมคลาสเรียนเรา ถึงเป็นคลาสเรียนแบบที่เป็นอยู่แบบนี้

ตอนโทปีหนึ่ง... ก็ไม่รู้หรอกว่ามันคือวิชาอะไร เข้าห้องมาด้วยความงงๆ เข้าใจบ้างไม่เข้าใจบ้าง ถ้าคิดอย่างง่ายๆก้คือว่าเออ.. วิชานี้ดี.. เข้าแล้วไม่ต้องทำอะไรเลย มาฟังรุ่นพี่พรีิเซนต์อย่างเดียวก็ได้หน่วยกิตแล้ว ถ้าคิดในแง่ดีก็คือว่า้มันเป็นกึ่งๆเทรนนิ่งให้นักเรียนรู้จักการทำพรีเซนต์ ได้ฟัง ได้ดูว่าคนอื่นเค้าทำงานวิจัยอะไรกัน แล้วมีวิธีการพรีเซนต์เป็นยังไง แล้วก็จะได้รู้จักเอาไปพัฒนา skill ตัวเองละมั้ง

ตอนโทปีสอง... เป็นปีที่เริ่มมารู้และสัมผัสความดีของวิชานี้มากๆ ก็รู้อยู่แล้วว่าพอถึงปีสอง ต้องเป็นคิวเราทำพรีเซนต์ แล้วก็แทบจะเป็นแหล่งเดียวที่เราได้ feedback มากมายในการเขียนธีสิส ถ้าไม่ได้คลาสนี้นะ.. ก็คงไม่ได้ปิดเล่มเป็นธีสิสแบบที่เป็นแน่ๆ

ปีนี้... เป็นรุ่นพี่แล้ว หน้าที่แรกในคลาสนี้ก็คือการพรีเซนต์งานตอนป.โทให้น้องๆฟัง เสร็จไปแล้ว พร้อมกับคำถามมากมายที่พร่างพรูมาจากน้องๆ ทั้งคำถามเรื่องงานวิจัย แล้วก็คำถามส่วนตัว เป็นสัญญานที่ดีที่แสดงให้เห็นว่างานเราน่าสนใจ ^^

ปีนี้... ไม่ต้องเก็บหน่วยกิตแล้ว จะเข้าห้องก็ได้ ไม่เข้าห้องก็ได้ แต่ยิ่งเข้ายิ่งรู้สึกว่า เข้าใจถึงความเป็นคลาสนี้มากขึ้น เหมาะมากสำหรับคนที่เป็น self-developer ไม่ใช่ที่ที่จะมีใครมาบอกว่าควรจะทำอะไร ยังไง เมื่อไหร่ แต่ให้สังเกตจากพฤติกรรม การกระทำของคนอื่นๆเอง แล้วก็เอาไปคิดเองว่าอย่างไหนควรทำตาม อย่างไหนไม่ควรทำตาม (อันนี้พูดในฐานะคนฟัง ไม่ใช่คนพรีเซนต์)

ตอนนี้...
คิดว่าตัวเองยังเป็นนักเรียนป.เอกที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ แต่รู้สึกว่าอย่างน้อย... สิ่งที่ควรทำและทำได้ ก็คือการเป็นตัวอย่าง แล้วก็สร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้ดี เพื่อให้น้องๆสามารถเรียนรู้ได้มากกว่าที่เราเคย ทำได้ไม่ได้ไม่รู้ แต่ก็ไม่น่าเสียหายที่จะลอง

ผ่านไปสองปี... เพิ่งรู้สึกว่าได้เข้าใจอาจารย์ตัวเองมากขึ้นจริงๆ ก็ตอนนี้แหล่ะ!!


「どんな学者になりたいのか、自分で判断してください。」


ป.ล. อ่านจนจบแล้วอย่าเพิ่งด่วนสรุปว่าเราเรียนจบแล้วจะไปเป็นนักวิชาการหรือนักวิจัยนะ อันนี้ไม่เกี่ยวกัน...

1 comment:

NoTtO said...

ตอนนี้อยู่ในช่วง บาง มึน กับ บาง งง
เรียนโทไม่หมูอย่างที่คิด เรียนเอก ยิ่งกว่าแน่ๆ

ยิ่งสายวิทย์ ต้องทำการทดลองที่แปลกใหม่
ให้ได้ผลที่ยังไม่มีคนทำมาก่อน ในเรื่องเดิมที่คนอื่นค้นคว้ากันมาเป็นหลายสิบปี เป็นสิ่งที่ยากที่สุด

ตอนนี้พยายามค้นหา และคิดว่ามันคือการท้าทาย เพื่อจะได้เป็นกำลังใจให้ตัวเองไม่ท้อกับการขวนขวายอ่าน ถาม ปรึกษา เพื่อให้ได้คำตอบอย่างที่ต้องการ