Wednesday, July 27, 2005

งานเทศกาลเทนจิน Tenjin Matsuri ที่โอซาก้า

มาคั่นเวลา.... เล่าเรื่องงานเทศกาลเทนจินที่เพิ่งไปมาที่โอซาก้าดีกว่า บทความจริงตอนนี้อยู่บนเว็บเด็กนักเรียนไทยในคันไซนะคะ

งานเทศกาลเทนจิน Tenjin Matsuri ที่โอซาก้า
วันที่ 25 กรกฏาคม  2548
purupon ถ่ายภาพ mai รายงาน


รีบมารายงานก่อนที่จะดินมันจะพอกหางหมูเกินไป วันนี้สาวๆ หนุ่มๆ ชาวคันไซรวม 17 ชีวิต ก็ได้ไปร่วมงานเทศกาล Tenjin Matsuri ที่โอซาก้ากันมา เกียวโตส่งพี่ชุ พี่โอ๊ต คู่หวานเป็นพ่องาน แม่งาน พาน้องๆอย่างใหม่กะจิ๋ว คู่พี่น้องดูโอ้แล้วก็น้องเปิ้ล เกียวโตไป โกเบก็ไม่น้อยหน้า ส่งมาอีก 2 เปิ้ล แล้วก็มีสโนว์ พร้อมด้วยพี่สะสินและพี่เอกมาช่วยด้วย โอซาก้าเจ้าภาพได้แรงน้องเบน ดาราหน้ากล้องของเรามาพร้อมกับ พี่ปู กิ๊ฟ จี้ แล้วก็พี่ปอง (ถึงแม้กลุ่มเจ้าภาพจะมาช้าไปหน่อย แต่เราให้อภัยๆ เพราะว่ามีคนช้ากว่าอีก.... พี่ปุ่นปุ้นแห่งบ้านเซนริโอกะ (หรือว่าเปิ้ลที่4 สำหรับงานวันนี้) ตามมาไม่กี่นาทีก่อนงานเริ่มเพราะว่าไปติดธุระสำคัญก่อนมา) ที่ขาดไม่ได้อีกคนก็คือคุณตามใจจากเมืองชิกะ

งานนี้เราก็ได้รับความไว้วางใจจากสมาคมไทย-ญี่ปุ่น (日本タイクラブ) เหมือนเช่นทุกๆปีให้ไปทำหน้าที่สำคัญสองอย่างก็คือ (1) การเข้าร่วมขบวนแห่สำหรับหนุ่มๆแห่งคันไซทั้ง 4 แล้วก็ (2) การเสิร์ฟน้ำให้กับผู้ที่เข้าร่วมการแห่ในขบวนสำหรับสาวๆที่เหลือ ใครนึกภาพไม่ออกว่าเราเสิร์ฟน้ำกันยังไง ก็ลองนึกภาพเวลาที่นักวิ่งมาราธอนวิ่งหยิบน้ำจากจุดแจกน้ำละกันนะ มันก็อะไรประมาณอย่างนั้นเลย เพียงแต่ว่าคนแห่เค้าเดินมาหยิบน้ำค่ะ ไม่ได้วิ่งมาหยิบเหมือนนักวิ่งอย่างนั้น...

เรานัดกันที่สมาคมไทย-ญี่ปุ่นตั้งแต่ประมาณเที่ยง ไปเลือกชุดยูกะตะ (ได้ชุดครบเซ็ต มีรองเท้าเกตะและโอบิด้วย ในราคา 1 พันเยนเท่านั้น... คุ้มสุดคุ้ม) แล้วก็รอแต่งตัวโดยคณะอาจารย์ ที่มีความเชี่ยวชาญในการแต่งชุดยูกะตะมาก แป๊บๆๆๆ เสร็จแล้วหนึ่งคน (เรานั่งมองด้วยความงุนงง ว่าทำไมอาจารย์ทำได้เร็วนัก เวลาเราใส่ชุดเอง มันใช้เวลามากกว่านี้ซักสิบเท่าได้มั้ง!!) วิธีผูกโอบิก็มีมากมายหลายแบบสวยๆทั้งนั้น นอกจากอาจารย์จะแต่งชุดให้แล้ว ยังใจดีมาช่วยทำผมแต่งหน้าให้พวกเราสวยเช้งอีกด้วย แต่งองค์ทรงเครื่องกันเสร็จแล้ว เราก็พอมีเวลาให้หาอะไรรองท้องกันนิดหน่อย พูดคุยทำความรู้จักกันเองบ้าง กับพี่ๆ อาจารย์ในสมาคมฯบ้าง แล้วก็มีพี่ตั้ม น้องหมี โอซาก้าและพี่เดี่ยว โกเบมาคอยให้กำลังใจถึงขอบสนามด้วย



ก่อนที่จะเริ่มงานทางสมาคมฯก็ได้กล่าวขอบคุณแล้วก็สอนวิธีการเสิร์ฟน้ำให้เรา งานนี้ได้พี่ใหญ่ อย่างพี่หญิงแห่งร้านกรุงเทพฯ มาคอยดูแลน้องๆ แถมหนีบเอาพี่จอย มาแต่งชุดยูกะตะ โชว์ลีลาการเสิร์ฟน้ำแบบมืออาชีพให้เราชมอีกต่างหาก หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมเราถึงต้องมาเสิร์ฟน้ำด้วย เรื่องก็มีอยู่ว่า เนื่องจากว่าเทศกาลนี้เป็นประเพณีที่มีกันมาแต่โบราณ แล้วก็ไม่อนุญาตให้ผู้หญิงขึ้นไปช่วยแห่บนเรือได้ คนที่ไม่ได้ร่วมขบวนแห่ก็ทำได้แค่ช่วยบริการ หาน้ำหาท่ามาให้คนในขบวนทาน จะได้หายเหนื่อยกัน แล้วก็ถือได้ว่าเราก็มีส่วนร่วมในงานเทศกาลสำคัญนี้ด้วย ประเพณีก็สืบทอดต่อมา แล้วก็มาเพิ่มเสริมในเรื่องความสัมพันธ์อันดีระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยการเชิญนักเรียนไทยที่นี่มาช่วยงานด้วย พวกเราก็เลยได้มีโอกาศมาช่วยเสิร์ฟน้ำให้กับคนที่อยู่ในขบวนนี้กับเค้าด้วยเหมือนกัน

ในบริเวณที่เราอยู่ ก็เป็นเพียงจุดเสิร์ฟน้ำเล็กๆ ในบรรดาจุดเสิร์ฟน้ำหลายๆจุด ที่กระจายกันไป ตามเส้นทางการแห่ นอกจากได้แต่งชุดยูกะตะ ที่ได้มาในราคาอันถูกแสนถูก ถ่ายรูปกันจนเหงือกแห้ง ได้เห็นเทศกาล ตั้งแต่ต้นขบวนจนจบขบวนแล้ว เวลาเห็นคนร้องเพลง เชิดสิงโต เต้นรำ แบกเกี้ยวกันมาเป็นระยะทางพอสมควร ได้น้ำจากเราไปทานนี่ พอเห็นรอยยิ้มเค้า เห็นเค้าซดน้ำรวดเดียวหมดแก้ว แล้วก็ขอบคุณ คนเสิร์ฟน้ำอย่างเราๆก็รู้สึกดีไปด้วยนะคะเนี่ยะ ถึงแม้จะไม่ใช่หน้าที่สำคัญในเทศกาลนี้ แต่ว่าเราก็รู้สึกมีความสุขนะคะ


ปีนี้จัดตรงวันจันทร์ อากาศก็ร้อนอบอ้าว คนไปร่วมงานกันก็ไม่มากนัก แต่เราก็สนุกสนานกันพอสมควรเลย หนุ่มๆ ในขบวนแห่จะรู้สึกสนุกอย่างเรารึเปล่าไม่รู้ แต่ดูพี่สะสินกับพี่เอกอาจจะเหนื่อยเป็นพิเศษ ต้องคอยแบกเกี้ยวเป็นระยะทางไกลโพ้น ไม่เหมือนพี่โอ๊ต สิงห์นักแตะของเรา กับคุณตามใจได้งานสบายกว่าเยอะ แต่งชุดเป็นขุนนาง แล้วก็เดินในขบวน ที่มีพี่เอกกะพี่สะสินแบกเกี้ยวอยู่ (ทำไมเค้าใจร้ายกะพี่สองคนอย่างนี้ละเนี่ยะ...) ได้น้ำชาเย็นๆ ชื่นคอจากพวกเราไปแล้ว จะรู้สึกกระชุ่มกระชวยขึ้นมาบ้างรึเปล่าน้าาาา


เสร็จงานแล้ว เราก็ได้รับความปรารถนาดีจากสมาคมฯ เป็นบัตรเข้าชมพิธีการแห่เรือและดอกไม้ไฟฟรี เราก็เลยยกขบวนไปที่ Temmabashi กันต่อ ตอนนี้ก็มีต้า โอซาก้าโผล่มาแจมด้วย (เราตกหล่นใครไปมั่งรึเปล่าคะ ถ้าตกหล่นใครไปส่งเสียงมาบอกด้วยนะคะ) บริเวณที่นั่ง ก็เป็นส่วนที่ทางเมืองโอซาก้าเค้าจัดไว้ให้ชาวต่างชาติโดยเฉพาะ ได้ข่าวว่าเค้ามีให้จองบัตรล่วงหน้า แต่ว่าบัตรไม่พอ คนที่จองแล้วไม่ได้ ก็เลยอดไปดูงานนี้ก็มีไม่น้อย เราโชคดีกันมากที่เค้าจัดบัตรไว้ให้เลย ไม่ต้องไปจองให้วุ่นวาย แต่ถึงจะมีบัตรก็เถอะ เราไปถึงที่งานช้าไปนิดนึง เก้าอี้ส่วนที่เห็นชัดๆหน่อยก็โดนจับจองกันไปหมดแล้ว ก็ต้องไปนั่งเรียงกันแถวหลังสุด แล้วก็ค่อยๆโผล่หน้า ไปดูดอกไม้ไฟผ่านกิ่งไม้ที่ย้อยลงมาเต็มเลย บ้างก็ออกไปเดินถ่ายรูปเล่นให้เห็นจะๆก็มี เรานั่งชะเง้อคอมองเมื่อไหร่เรือที่ขนชายไทย 4 นายที่ว่าจะผ่านมาซักที รออยู่ตั้งนาน จนเกือบถอดใจ ก็เห็นเรือขบวนนั้นมาพอดี แต่ว่าเรือวิ่งซะเร็วเลย ก็เลยไม่ทันได้เห็นกันและกันเลย (อุตส่าห์ส่งซิก...อิอิ)

จบงานนี้สาวๆก็ได้ชุดยูกะตะครบเซ็ตกลับบ้านสมความตั้งใจกันถ้วนหน้า... หนุ่มๆได้แห่บนบก ไปแห่ต่อบนเรือ ปรบมือตามจังหวะของโอซาก้ากันไปกี่รอบไม่รู้ เสร็จจากขบวนบนเรือแล้ว ยังต้องแห่ต่อกลับไปที่ศาลเจ้า Tenmangu อีก กว่าจะได้กลับบ้านก็ราวๆสี่ทุ่มได้ ก็ขอโอสึคาเระซังกันทุกๆคนนะคะ

*********************************

2 comments:

Anonymous said...

otsukaresamadeshita

Oakyman said...

โห พันเยนนี่ได้ไปเลยเหรอ
นึกว่าค่าเช่าซะอีก
ดีจังน่อ

โอกาส สะกดผิดน่อ