Sunday, November 02, 2008

ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ


เคยแต่กินของคนอื่นทำ ไม่เคยทำกินเองมาก่อน... แต่มีกะปิ (ดี) และน้ำตาลปี๊บพอดี ก็เลยว่า.. เอาซักหน่อยสิ.. มันจะยากอะไร... ก็เปิดตำราไปทำไปตามแต่เครื่องปรุงจะอำนวย... ก็ได้ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือมากินอร๊อย... อร่อย... พร้อมกับบ้านที่คลุ้งไปด้วยกลิ่นกะปิ สงสารก็แต่ข้างบ้าน... เค้าจะคิดมั้ยว่าไอ้ห้องนี้มันทำอะไรกิน กลิ่นถึงได้สะเด็ดซะ...

ขั้นตอน...

เตรียมหมูหวาน

ส่วนผสม
1. น้ำมัน 1 ชต.
2. หมูติดมัน 500 กรัม (หันเป็นเส้นบางๆ)
3. น้ำตาลปี๊บ 3 ชต.
4. น้ำปลา 3 ชต.
5. น้ำเกือบๆ 1/2 ถ้วย

วิธีปรุง
เอาน้ำมันลง ผัดกับหมูให้พอสุก แล้วเอาน้ำตาลปี๊บ น้ำปลากับน้ำลงไปเคี่ยวๆจนน้ำแห้งเหลือเป็นขลุกขลิกๆ เป็นอันเสร็จ พักไว้

เตรียมน้ำพริก
ส่วนผสม (สูตรนี้ใช้ผัดข้าวได้ประมาณ 4-5 ถ้วย)
1. กระเทียม 4-5 กลีบ
2. กะปิดีๆหน่อย 3 ชต.
3. พริกขี้หนู ประมาณ 10+ เม็ด แล้วแต่ว่าพริกมันเผ็ดขนาดไหน
4. น้ำปลา 1 ชต.
5. น้ำตาลปี๊บ 2 ชต.
6. น้ำมะนาว 4-6 ชต. (ใช้ lemon แทน มันไม่ค่อยเปรี้ยว แล้วปกติน้ำพริกลงเรือต้องใส่มะอึกให้เปรี้ยวๆ แต่ไม่มี.. เลยต้องใช้น้ำ lemon เยอะหน่อย)
ทั้งนี้ทั้งนั้น... สูตรนี่ก็... กะเอา (อาหารไทยจริงๆไม่เคยต้องมาตวงแล้วทำแบบอาหารญี่ปุ่นนี่นาเน๊อะ... ถ้าถามแม่.. แม่จะบอกว่า.. ก็เนี่ยะ.. ใส่ไปเลยน้ำปลา น้ำตาล มะนาว แล้วก็ชิมๆเอา... เอ่อ... ไอ้ชิมๆเอาเนี่ยะ.. ตัวใครตัวมันนะ ไม่รับประกันรสชาติ =P)

วิธีปรุง
1. เตรียมครกหิน.. ขอบอกว่าต้องเป็นครกหิน จะได้ใจมากๆ ดิฉันแบกกกกมาจากเมืองไทยด้วยเลย แต่ว่าก็ครกเล็กๆอ่ะนะ เอาไว้ตำน้ำจิ้มโดยเฉพาะ
2. โคลกกระเทียมให้เข้าเนื้อกับกะปิ แล้วก็บุบพริกขี้หนูใส่เข้าไป (ไม่ต้องตำแหลกมาก ให้เหลือมองเห็นเป็นเม็ดๆโอเค)
3. ใส่มะนาว น้ำปลา น้ำตาลแล้วก็คนๆให้เข้ากัน จากนั้นก็ชิมค่ะ.. น้ำพริกลงเรือจะออกเปรี้ยวนิดหน่อย แต่ต้องมีรสเค็มและเผ็ดด้วย ตามคุณลักษณะรสชาติน้ำพริก

ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ

ส่วนผสม
1. น้ำพริกที่เตรียมไว้ 3 ชต.
2. หมูหวานที่พักไว้ พอประมาณ
3. น้ำมันนิดหน่อย
4. ไข่ 1 ฟอง
5. ข้าวสวย ควรเป็นข้าวแห้งหน่อย หุงข้ามคืนไว้จะดีเลย ประมาณ 2 ถ้วย

วิธีปรุง
1. เอาน้ำมันลง แล้วก็น้ำพริกผัดแค่ให้พออุ่นๆ
2. ตอกไข่ลงไปยีกับน้ำพริก
3. พอไข่เริ่มแห้งๆ สุกๆแล้วก็เอาข้าวใส่ ผัดให้ข้าวคลุกกับน้ำพริกจนทั่ว
4. ใส่หมูหวานคลุกๆกับข้าวกับน้ำพริก เป็นอันเสร็จ (ไม่ต้องผัดนานมาก เดี๋ยวแข็ง)

จากนั้นก็เสิร์ฟพร้อมแตงกวา แล้วก็เอาหมูหวานที่เหลือมาเป็นเครื่องเคียง ถ้าขี้เกียจทำหมูหวานก็กินกับกุนเชียงทอดก็ได้ ง่ายๆ .... เท่านี้ก็อิ่มอร่อยละ.. :)

วันนี้เลยถือโอกาสได้เอาข้าวผัดน้ำพริกลงเรือไปเปิดตัวร่วมงานรับน้องนักเรียนเกียวโตซะเลย.. อิอิ.. ข้าวผัดน้ำพริกลงเรือเราขายออกด้วย.. ดีใจ๊.. ดีใจ :) ดีใจมากขึ้นคือว่าแตงกวาก็หมดนะครั้งนี้... ปกติถ้าทำพวกข้าวมันไก่แล้วแยกแตงกวาไว้ต่างหากนะ มันจะหมดแต่ข้าวมันกับไก่ ส่วนแตงกวา... เหลือบานนนนทุกที... กลยุทธ์การเอาแตงกวาหั่นใส่จานเดียวกับอาหารไปเลยนี่เวิร์คเว้ยเฮ้ย ^^

ป.ล. รู้กันรึเปล่าว่าทำไมเค้าถึงเรียกอาหารจานนี้ว่าข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ??

Friday, October 31, 2008

Missing home...

It feels a bit weird to just feeling a bit homesick now. Being away from home and living abroad on and off has been part of my life since I was really young. My friends gave up seeing me off at the airport for a long time. And the common questions I often hear from them were always something like "so where are you now?" or "when will you come back?"

It never seems that I have stayed longer than a year or two at home without being somewhere inbetween. But I have always coped with it well. Maybe most of the times away from home were just for short-term, never longer than a year? Maybe I was always excited and opened to explore new things? Maybe I was very focused on achieving those short-time goals?

This time.... it has just been toooooo long. Nearly five years in Japan, and one additional year in Malaysia, all happened consecutively somehow exhausted my spirit. Maybe because the ultimate goal for my 6 years away from home is just landing only a few months ahead and I started to feel that it has been taking too much out of me that I want to simply escape? Maybe I have had enough of the time thinking alone here? Maybe I've just been too used to my current surroundings? Maybe I need a change? Or maybe I just went insane for sake of it? =P

A lot of times I really wish I have magic powers so I can cast spells on my work and that everything will be done when I wake up the next morning! But nah.... that's never ever gonna happen. (really too bad! *sob *sob) So... life must go on. I'll keep putting in the best efforts to get the best work out for a good memoir of a ph.d. study. Two more months to go with research life, a few more for the defense, then, it will be a time to say goodbye to this nearly unbearable school environment.

And.... I will be home at last!!!!!!

Miss you a lot, mom and dad!!