แวะมาบอกเฉยๆว่ากลับมาจากทริปเกาหลีแล้ววว ก่อนจะอัพว่าไปเที่ยวไหนมาบ้าง เอาสิ่งที่รู้สึกกับเกาหลีไปเป็นข้อๆก่อนละกันนะ
1. ของกินอร่อยมากๆ ค้นพบว่าที่เกาหลีมีอาหารที่รสชาติเหมือนอาหารไทยหลายอย่าง ที่เหมือนเด๊ะๆเลยก็น้ำจิ้มสุกี้เลยเนี่ยะ มีใส่พริก กระเทียมมะนาวเหมือนบ้านเรา สีน้ำจิ้มและรสชาติก็เหมือนกันดิ๊กๆเลย กับอาหารอีกอย่างไม่รู้เรียกอะไรเหมือนกันหน่ะนะ แต่เหมือนไข่เจียวบ้านเราเป๊ะ แค่ทอดเป็นวงเล็กๆขนาดประมาณแพนเค้กเท่านั้นแหล่ะ
2. อาหารที่เกาหลีนิยมเสิร์ฟเป็นชิ้นใหญ่ๆ เวลาย่างเนื้อ ย่างหมูก็มาเป็นชิ้นเบ๊งๆ เลย แต่ว่าขนาดชิ้นใหญ่ๆอย่างนั้น เนื้อเค้ายังนิ่มซะ น่าแปลกดี เป็นบ้านเรา ลองย่างชิ้นขนาดนั้น นอกจากจะไม่สุกแล้ว ยัีงจะเหนียวอีกต่างหาก ที่เกาหลีเค้าลงชิ้นใหญ่ๆอย่างนั้น แล้วก็ค่อยเอากรรไกรมาตัดเป็นท่อนเล็กๆเองทีหลัง ไปตามร้านอาหารที่นั่น กรรไกรก็เลยกลายเป็นอาวุธประจำโต๊ะที่ขาดไม่ได้เลย บางทีกิมจิก็มาทั้งดุ้นผักกาดขาว แล้วค่อยเอากรรไกรมาตัดเองทีหลัง
3. ที่เกาหลีมีผักไม่เยอะชนิด หลักๆก็ผักกาดขาว กุยช่าย หัวไชท้าว ถั่วงอก ผักกาดเขียว เห็ดเข็มทอง เห็ดออรินจิ หัวหอม ต้นหอม บล๊อกเคอร์รี่ ฯลฯ ค่อนข้างใกล้เคียงกับผักที่มีอันน้อยนิดในญี่ปุ่น แต่ว่าเกาหลีมีอาหารหลากชนิด หลากรสชาติกว่าที่ญี่ปุ่นมากๆ อยู่ญี่ปุ่นเวลาไปกินอาหารนอกบ้าน มีความรู้สึกว่าขาดสารอาหารจำพวกผักมากๆ แต่ว่าที่เกาหลีนี่ไปกินข้าวนอกบ้านทีนี่ ได้ผักมาหมดไร่หมดสวนเลย ทั้งๆที่ราคาก็ไม่ได้ถูกไปกว่ากันเท่าไหร่
4. อยู่ญี่ปุ่นว่าเป็นชาติที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้แย่แล้วนะ เกาหลีนี่นึกว่าจะดีกว่า ปรากฏว่าแย่ใกล้เคียงกันเลย ใช้ภาษาญี่ปุ่นที่นั่นมีโอกาสสื่อสารได้รู้เรื่องเยอะกว่าภาษาอังกฤษมากๆ (โดยเฉพาะเวลาซื้อของ) ส่วนนั่งแท๊กซี่นี่ดับเดี้ยงไปเลย lost in translation มากๆ ต้องพกการ์ดของโรงแรมไว้กับตัวเพราะคุยไม่รู้เรื่องจริงๆ
5. ระบบการเดินทางของเค้าพัฒนามาก มีสายรถไฟใต้ดินกระจายทั่วเมือง ไปไหนมาไหนด้วยรถไฟใต้ดินนี่สะดวกทีเดียว ถูกด้วย ราคาขั้นต้น 1,000 วอน (ประมาณ 50 บาท หรือ 150 เยน) ราคานี้ราคาเดียวสำหรับ 12 กิโลเมตรแรก (นั่งยังไงก็ไม่เกินอ่ะนะ) แท๊กซี่ก็ 1,900 วอนสำหรับ 2 กิโลเมตรแรก แล้วก็ค่อยๆขึ้นทีละ 100 วอนทุกๆ 100 เมตร (ถ้าจำไม่ผิดนะ) นั่งแท๊กซี่ก็ระวังหน่อย มันมีสองสี ขึ้นสีดำนี่เรียกว่าแท๊กซี่ไฮโซ คิด 4,500 วอนต่อ 3 กิโลเมตรแรก เวลาจะเรียก็ดูสีรถหน่อย ถ้าเป็นสีดำก็ปล่อยๆมันวิ่งผ่านไปก่อน
6. หน่วยเงินเค้าเยอะจริงๆ ทำอะไรก็หลักพันหลักหมื่น ไม่ชินสุดๆ จ่ายค่าข้าว 4 หมื่นกว่าวอนสำหรับ 4 คน หารออกมาแค่ประมาณ 1,500 เยนต่อคนเท่านั้นแหล่ะ แต่พอเห็นเป็นหลักหมื่นแล้วมันรู้สึกแพงจริงๆแฮะ
7. ช๊อปปิ้ง... ประเทศนี้ไม่โก่งราคานักท่องเที่ยวต่างชาตินะ ช๊อปได้ไม่ต้องกังวล เพียงแต่ว่าไม่ได้ถูกอย่างที่คิดแฮะ
8. เกาหลีมีคาเฟ่น่ารักๆเยอะมากๆ ไปท่องร้านชา ร้านกาแฟมาหลายร้านมากๆ บรรยากาศดีทีเดียว ไม่ถูกแต่ว่าอร่อยดี (มีเพื่อนๆที่เคยไปบอกว่าอย่าได้เข้าไปลองสตาร์บัคส์ที่นั่น รสชาติเหมือนน้ำล้างกาแฟ... อันนี้ไม่รู้จริงป่าว เพราะเราไม่ดื่มกาแฟ...) แล้วก็มีร้านขายพวกเครื่องเขียนน่ารักๆเต็มเลย พวกสมุดบันทึก ออการ์ไนเซอร์ ซองเก็บพาสปอร์ต ซองเก็บการ์ด ฯลฯ ละลานตามาก เลือกไม่ถูก
9. กรุงโซลนี่เหมือนกรุงเทพฯสุดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ ไม่รู้ทำไม แต่น่าจะเป็นเพราะว่าใช้ตัวหนอนแบบเดียวกันปูฟุตปาธ ปลูกต้นไม้ริมฟุตปาธเหมือนๆกัน ตึกรามบ้านช่องก็หน้าตาใกล้เคียง สีป้ายร้านค้า ป้ายถนน ป้ายต่างๆก็เหมือนๆกับป้ายที่ใช้ในบ้านเราเลย แถมตอนไปอากาศมันร้อนคือๆกับที่เมืองไทยเลย โซนที่พักที่ไปอยู่เป็นดงโรงพิมพ์ ให้อารมณ์คล้ายๆเวลาเดินแถวสามย่าน แถวเจริญกรุง ประมาณนั้นเลย แหล่งช๊อปปิ้งหลายๆแห่งก็ให้อารมณ์คล้ายๆแหล่งช๊อปปิ้งที่เมืองไทย เช่น
ทงแดมุง --> โบนันซ่าแบบ scale ใหญ่กว่าซักหลายสิบเท่า (ตึก 7 ชั้นอ่ะนะ แถมมีหลายๆตึกติดกัน)
(อาจจะคล้ายๆ ประตูน้ำพล่าซ่า แต่เราไม่เคยไปเดินง่ะ..)
อัพกุจอง --> สยามสแควร์แบบคนไม่พลุกพล่านมาก มีอารมณ์ผับแถวทองหล่อไปอยู่ปนๆกันด้วย
เมียงดอง --> สยามสแควร์แบบไม่มีรถผ่านแล้วถนนแคบๆหน่อย มีแผงลอยกลางถนน
อิเด --> ซอยละลายทรัพย์ดีๆนี่เอง
ฮอนเด --> สวนลุมไนท์บาซ่าร์ (เพราะไปตอนกลางคืน.. เปิดถึงดึกๆ มีร้านอาหาร มีร้านค้า แต่ว่าเป็นถนนยาวๆถนนเดียว ไม่ได้เป็นล๊อตๆเป็นโครงการอย่างที่เมืองไทย)
อินซาดอง --> ขายพวกของ traditional korean goodies อันนี้นึกไม่ออกจริงๆว่าเหมือนอะไร
แต่ภูมิใจที่เกาหลีไม่มีอะไรใกล้เคียงจตุจักรบ้านเรา ยังไงก็ยังยกให้จตุจักรเป็นสวรรค์ของนักช๊อป (ที่อึด) จริงๆ
10. สัญญาณโทรศัพท์ที่เกาหลีนี่ไฮโซมาก ทะลุทะลวงกำแพงตึก ทะลุดิน มีประสิทธิภาพเป็นเลิศ สัญญาณแจ่มชัดแม้ท่านจะอยู่ในรถไฟใต้ดินหรือว่าขึ้นลิฟท์ เพื่อนคนเกาหลีบอกว่า ขืนสัญญาณไม่ชัด คนก็เลิกใช้ เค้าเลยต้องคอยพัฒนาตลอด ถ้าเกิดไปที่ไหนแล้วไม่มีสัญญาณ โทรไปบอกบริษัทมือถือเท่านั้น วันรุ่งขึ้นเขามาติดตู้รับสัญญาณให้เลย เป็นไงล่ะ... เวิร์คมากๆ
11. วันนี้เอาไปสิบเอ็ดข้อละกัน ขอสุดท้ายนี่... เป็นบทเรียนที่ดี ว่าอย่าได้แลกเงินในญี่ปุ่นเชียว นอกจากไม่ค่อยมีที่ให้แลกแล้ว ค่าธรรมเนียมเค้าคงแพงมั้ง ได้อัตราแลกเปลี่ยนที่เหี้ยมโหดมาก นั่งเครื่องไปถึงสนามบินอินชองแล้วก็ค้นพบว่าอัตราแลกเปลี่ยนต่างกันอย่างสิ้นเชิง เราเสียดุลการแลกเงินไปร่วมพันกว่าบาท (เศร้า...) มาค้นพบต่ออีกว่า... เรทฯที่ดีที่สุดกลับเป็นเวลารูดเครดิตการ์ด T_T กรรม... ใช้เงินสดไปซะหลายวัน เพิ่งมาใช้การ์ดเอาแค่วันสุดท้าย สรุปว่ามาได้้เรทดีสุดเอาตอนสุดท้าย สรุปว่าเสียค่าโง่การแลกตังค์ไปหลายเลย (รู้งี้ใช้การ์ดตั้งแต่แรกแล้ว... แถมได้แต้มอีกต่างหาก... ธ่อ...)
ป.ล. ทริปนี้ทิ้งกล้องดิจิตอลกับ SD Card 2GB พร้อมกับรูปที่ถ่ายไปหลายร้อยใบในสามวันแรกไว้บนแท๊กซี่ที่เกาหลีด้วย (ไม่น่าตัดผมม้ามาบังโหงวเฮ้งเลย...เฮ้อ เฮ้อ.. กรรมจริงๆ)
15 comments:
A, sou desu ka??? Hontou ni??? haha!
กล้องหาย???? โฮ....
ใช่ ชอบอาหารเกาหลีที่เกาหลีมาก
กินเนื้อย่างห่อผักด้วย
ที่ต่างอีกอย่างจากร้านอาหารเกาหลีนอกเกาหลีคือเค้ากินไข่ดิบ เช่นในบิมบิมบับนี่ดิบมาเลยฟองเบ่อเร่อ
จะรอดูรูปละกัน กล้องใครอ่ะ?
นี่ไปช้อปมาหมดทุกที่แล้วเหรอ โอ้ๆๆๆๆ
เราไปตอนเดือนมกราง่ะ หนาวสุดๆ
แต่คอนเฟิร์มว่าอาหารเกาหลีแท้ๆเนี่ย อร่อยจริงๆ ซร้วบบบ..อยากกินจางเรยยย
พี่ใหม่เป็นไงมั่ง แผ่นดินไหว??เป็นห่วงน้า...
แหม...สมกับที่รอเรื่องจากเกาหลี ครบรสเรย
ออมก็เคยไปนะ คุ้นๆว่าไปทงแดมุงกับเมียงดอง...จำได้ว่าผู้หญิงผู้ชายที่เดินตามถนนนี่หน้าตาและการแต่งตัวคนละขั้วกับพระเอกนางเอกในละครเกาหลีเรยยยยยย.......ฮ่าๆๆๆ (แฟชั่นแอบเชยนิดๆอ่ะ)
Mr.Kazu - Tsk! Tsk! I will test you how much you understand this when we meet on Friday!! =P
พี่ใหญ่... ที่ญีุ่ปุ่นมันก็กินไข่ดิบอ่ะ เลยไม่ต่างเท่าไหร่นะ ต่างก็แค่รสชาติ หน้าตาใกล้เคียง กล้องก็... ยังพอมีบ้าง.. มีกล้องจิ๋วอยู่บ้าง เสียดายรูปอาหารที่ถ่ายไปสามวันแรก เยอะสุดๆ
นล... อากาศตอนเราไปร้อนบรม ดำเป็นรอยรองเท้าเลย แต่ก็ดีกว่าฝนตกละนะ ไปมา 6 วัน เหมือนจะนาน แต่ยังกินไม่ครบที่อยากกินเลยอ่ะ
น้องออม... แผ่นดินมันไหววันที่พี่เดินทางกลับแหล่ะ เลยไ่ม่รู้สึก ตั้งแต่นั้นก็ไม่ได้รู้สึก after shock แถวนี้เลย (หรือไม่ก็หลับไม่รู้เรื่อง) ไม่ต้องเป็นห่วงจ้้าาา ส่วนแฟชั่นเกาหลีก็... แล้วแต่แหล่งที่ไปเดินอ่ะ แต่เมียงดองนี่น่าจะทันสมัยที่สุดแล้วม้างงง ตอนพี่ไปเค้าฮิตขาสั้น กระโปรงสั้นกันล่ะ... อ้อ.. เจอชุดนักเรียนเค้าเข้าไป โอ้แม่เจ้า... เสื้อเค้าฟิตมั่กๆ จะปลิ้นอยู่แล้วนั่น ประมาณเสื้อประจำชาติแบบพม่า แล้วก็กระโปรงพรีทสั้นประมาณเหนือเข่าอ่ะ
ป.ล. เวลาพิมพ์เคาะ space bar มั่งนะ มันติดกันเป็นพรึด ยาวไป อ่านไม่ได้จบบรรทัดง่ะ... -"-
อยากไปเกาหลีบ้างจังพี่ใหม่ T_T
แต่อ่านมาถึงย่อหน้าสุดท้ายเนี่ย กรรมจริงๆนะพี่ น่าสงสารอ่ะ
อ่านแล้วอยากกิน....
หน้าหนาวปีนี้ไปเกาหลีแน่นอน หึหึ
อยากกินบิบิมบับ
เย้ๆ กลับมาแว้วววว
กรุงเทพชัด ๆ
yeah bkk. but in a pattana(ed) way na haa....
thnk u to miseon and eimu for taking us around douy haaaa...
อยากไปอีกรอบมากๆ
เคยไปเมื่อ...สิบกว่าปีก่อนมั้ง
ซื้อกล้องดิจิตอลตัวแรกในชีวิตของซัมซุงมา
ไปกะทัวร์ กินไม่มันส์เลย
เสียดาย ตอนอยู่ญี่ปุ่นว่าจะไปๆ
สุดท้ายไม่ได้ไป
อยากไปบ้างจัง
ผมทรงใหม่น่ารักดีครับ อาหารเกาหลีน่าทานมาก
เมื่อวานกลับถึงบ้าน แม่กับพี่นุชทำ น้ำพริกปลาทู
ผักสด มะเขือม่วงชุบไข่ทอด ผัดถั่วฟักยาวกะปิหมูสับ
ยำปลากระป๋อง กินแล้วสดชื่นมากๆ นี่ล่ะสวรรค์เมืองไทย
ตัดผมใหม่ทั้งพี่ทั้งน้องเลย
ขอบคุณสำหรับของฝากจ้า อิอิ
จะโพสหลายที แล้วมันไม่ได้ซะที
Post a Comment