Monday, August 11, 2008

Happy Mother's Day

ขออนุญาตเบรคเรื่องเที่ยวมาสวัสดีวันแม่ก่อน.... ปีๆหนึ่งผ่านไปเร็วมาก ถึงวันแม่อีกแล้ว

เมื่อวันพ่อที่่ผ่านมา พี่ใหญ่ก็เขียนถึงพ่อไปก่อน มาวันแม่ปีนี้.. พี่ใหญ่ก็เขียนถึงแม่ไปก่อนอีก (เป็นปกติ... เป็นพี่คนโตต้องทำอะไรก่อนน้อง... =P)


  • ตั้งแต่เด็กๆมาแล้วก็ใช้ชีวิตกับแม่พอสมควร ไปโรงเรียนกับแม่ ตกเย็นแม่มารับบ้าง พ่อมารับบ้าง หลังๆพอแม่ทำงานบริหารด้วยแล้วก็ไปรอรับแม่เลิกงาน เรียกว่าได้เห็นแม่ในที่ทำงานมากกว่าคนอื่นเลยทีเดียว
    หลังจากมาอยู่เมืองนอก กลับบ้านทีไรก็มีกิจกรรมคือการตื่นขับรถไปส่งแม่ที่ทำงาน กลับไปล่าสุดนี่ก็ไปเรียนวาดรูปสีน้ำกับแม่ ชวนกันไปเดินตลาด ไปหาอะไรกิน ฯลฯ ก็เรียกว่าได้ใช้ชีวิตกับแ่ม่เยอะขึ้นกว่าเดิมอีก กลับบ้านทีไรเจอแม่ (และเพื่อนแม่) มากกว่าเจอเพื่อนๆตัวเองอีกมั้ง เห็นแม่อยู่กับเพื่อนแล้วเราก็ฮาาาา


  • นึกย้อนกลับไป.. มีคนชอบพูดว่าถ้าพ่อแม่เป็นหมอจะทำงานหนักจนไม่ค่อยมีเวลาให้ลูก เรานึกย้อนกลับไปยังไงก็ไม่เห็นจะรู้สึกแบบนั้นเลย บ้านเราอบอุ๊น.. อบอุ่นตลอดเวลา มีอะไรทำกันบ่อยๆ วันเสาร์อาทิตย์ บางทีเราก็ไปนั่งรอแม่ทำงาน เรียกว่าโตกันมาในห้องคลอดเลย ได้ยินเสียงคุณแม่เจ็บท้องร้อง ไ้ด้ยินเสียงเด็กร้อง เห็นเด็กแรกเกิดตัวแดงๆเป็นประจำ แม่ทำงานเสร็จเราจะชอบไปเดินเล่น (ส่วนมากเป็นการเดินตลาดซื้อกับข้าว) กัน

  • แม่ค้าที่ตลาดหลายที่จะชอบแม่มาก พอเห็นแม่มาก็รีบเรียกกันแต่ไกล เพราะแม่ซื้อจริงๆ บางทีไม่ได้อยากกินหรอก แต่ว่าสงสารแม่ค้าบ้าง บางทีก็ซื้อไปเผื่อคนอื่นบ้าง ซื้อไปแจกลูกน้องบ้าง เรียกว่าเป็นคนเผื่อแผ่ เป็นคนชอบให้ บางทีก็ซื้อเพราะอดไม่ได้ เห็นแล้วอยาก... แต่ข้อหลังนี่เริ่มเพลาๆแล้ว ตอนนี้เวลาจะซื้ออะไรต้องคอยพูดกับตัวเองว่า "ซื้ออย่างมีสติ... ซื้ออย่างมีสติ" (เออ...คาถานี้พิสูจน์มาแล้วว่าได้ผลเว้ยเฮ้ย.. (ฮาาา))

  • แม่เป็นคนอึดมากทั้งกายและใจ ไม่เคยได้ยินแม่บ่นอะไรเลย (นอกจากบ่นพ่อ.. ฮาาาา) เหนื่อยก็ไม่บ่น โกรธก็ไม่บ่น รำคาญอะไรก็ไม่บ่น จะเฉยๆ พลิกวิกฤติเป็นโอกาสได้เรื่อยๆ

  • ถ้าแม่เหนื่อยก็ดูง่ายๆเวลาแม่กลับถึงบ้าน ถ้ากลับมาปุ๊บ ล้มตัวลงนอนแล้วหลับปั๊บ... นั่นแหล่ะเหนื่อยมาก หลังๆเพลาๆงานไปเยอะแล้ว ค่อยเห็นแม่่่กลับมาบ้านแล้วไม่นอนชาร์ตแบตแล้ว ดูสดใสขึ้นเยอะเลย

  • แม่เป็นคนไม่เรื่องมาก ง่ายๆเข้าไว้ ทำให้เป็นคนทำอะไรเร็วแล้วไม่วุ่นวาย ทำกับข้าวก็แป๊บเดียวเสร็จ แม่สอนให้ทำกับข้าวไปล้างจานไป พอทำเสร็จแล้วมันจะได้ไม่เป็นกองพะเนิน


  • แม่กับพ่อเป็นตัวอย่างที่ดีมากที่สอนให้เรารู้ว่าการทำดีด้วยใจมันเป็นยังไง ที่บ้านไม่เคยสอนให้เราทำอะไรเพื่อหวังอะไร เหมือนที่พี่ใหญ่เขียนไว้ว่าพ่อแม่ไม่เคยบอกลูกว่าจะให้รางวัลถ้าทำไอ้นั่นไอ้นี่ได้ บ้านเราถูกปลูกฝังให้รู้จักรับผิดชอบในหน้าที่ของตัวเอง รู้ว่าควรทำอะไร ไม่ควรทำอะไร ถ้าทำดีใจเราก็ได้ดี ถ้าเราทำไม่ดี ใจเราก็จะรู้สึกไม่ดี ที่สำคัญเราจะรู้สึกแย่มากที่ทำให้คนในบ้านเสียใจ

  • แม่เป็นคนไม่แบ่งชั้นวรรณะของคน ก็จะเป็นกันเองกับคนทุกๆรูปแบบ แม่สอนว่าคนเราต่างกันเพราะโอกาสไม่เท่ากัน อย่าไปเหยียบย่ำคนอื่น ชอบที่แม่ชอบให้โอกาสคนด้วยการศึกษา เด็กที่มาทำงานที่บ้านทุกคน แม่จะส่งให้เรียนหนังสือหมด ถ้าไม่อยากเรียนหนังสือก็ให้เรียนวิชาชีพ คือถ้ามีทางที่จะส่งเสริมช่วยเหลือได้ก็จะทำ

  • นอกจากแม่จะให้โอกาสคนอื่นแล้ว แม่ยังเป็นคนให้โอกาสเราได้มีอะไรดีๆเกิดขึ้นในชีวิตหลายๆอย่าง ได้ไปเรียนเมืองนอกก็เพราะแม่ ถ้าแม่ไม่ใจแข็ง มีเหร๊อะจะได้ไปแลกเปลี่ยนอยู่เป็นปีๆ (รู้นะว่าจะร้องไห้หน่ะตอนไปส่งเราที่สนามบิน... แต่แม่ใจแข็งมาก เพราะถ้าแม่ร้องตอนนั้น หนูก็ร้องชัวร์.. ฮาาา) เพราะโอกาสที่แม่หยิบยื่นให้ในตอนเด็กๆทำให้เราได้มีโอกาสในชีวิตหลายๆอย่างที่คนอื่นไม่มี ได้พูดภาษาอังกฤษได้ ได้ใช้คอมพิวเตอร์เป็น (สองศาสตร์ที่ทำให้คนเราอยู่รอดได้ในยุคโลกาภิวัฒน์) เรื่องอื่นเป็นออพชั่นเสริม ;-) ตอนนี้ได้อีกอย่าง... เริ่มวาดรูปได้ ^^

    ฝืมือวาดรูปของแม่


  • ยาวละๆ พอก่อนดีกว่าาา เก็บๆไว้มั่งเน๊อะ =P เอาเป็นว่าวันนี้วันแม่.. มาบอก "รักแม่" อย่างเป็นทางการอีกวัน แล้วจะรีบเรียนให้จบแล้วกลับไปอยู่ด้วยน้าาาา อย่าลืมว่ายัีงเหลือให้เลี้ยงอีกคนนะแม่นะ.. ฮาฮา

    "รักแม่ที่ซู๊ดดดดดดดดดด"
  • 3 comments:

    Unknown said...

    "อย่าลืมว่ายัีงเหลือให้เลี้ยงอีกคนนะแม่นะ"
    โห ปิดท้ายแบบเอาตัวรอดสุด! เหอะๆ อ๊ะ ให้ๆ

    เดี๋ยวจะเอาไป link กับบล็อกโน้นนะ

    พี่ใหญ่

    a~u~m said...

    คุณแม่พี่ใหม่วาดสวยมากๆ อ่ะ มืออาชีพมั่กๆ

    Anonymous said...

    เหลือให้เลี้ยงนี่แปลว่าคนที่จะไม่ได้แต่งงานอะเหรอออ 55